An amazing habit and habitat of Blabephorus pinguis, a challenging species to breed ชีวิตพิศดารและที่อาศัยของด้วงแรดอกเว้าหรือกว่างต่อ ด้วงกว่างที่ท้าทายความสามารถในการเพาะเลี้ยง

April 20th, 2010

blabephorus-pinguisf.jpgblabephorus-pinguism1.jpgblabephorus-pinguism2.jpg
Blabephorus pinguis
Fairmaire, 1898
(Subfamily Dynastinae, Family Scarabaeidae, Order Coleoptera)
The beetles found associated with the ground-wasp net. But we do not know exactly what kind of relationship betweeen them. The beetle larvae likely get the benefit from the nocturnal wasps, Provespa barthelemyi (Buysson, 1905) by feeding somethings released by the wasp larvae. Therefore, anyone who willing to breed and rear this beetle should bear in mind and trying to adapt the food mate for the grubs. The adult body form is reddish brown, short and strong concave above, with short brownish-yellow hairs beneath. Male, head armed with a short, strongly curved horn. Pronotum is broadly excavated at the middle; front tibia with four teeth. Female, head armed with a short conical tubercle; pronotum with a broad longitudinal furrow, narrower than that of the male. Length 28-32 mm. Distribution: India, Myanmar, Sumatra, Vietnam, N. Thailand (Wiang Pa Pao, Mae Taeng).
ด้วงแรดอกเว้า หรือกว่างต่อ ด้วงชนิดนี้มักพบอยู่ใต้รังต่อดิน แต่ไม่ทราบแน่ชัดถึงความสัมพันธ์ของแมลงทั้งสองชนิดนี้ แต่เชื่อกันว่าตัวอ่อนของกว่างต่อน่าจะได้รับประโยชน์จากต่อนอนวันธรรมดา อาจจะเป็นสารอาหารที่ตัวอ่อนต่อนอนวันปล่อยออกมา ซึ่งความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นที่มาของชื่อสามัญภาษาไทยที่เรียกว่า “กว่างต่อ” การเข้าไปขุดคุ้ยหาตัวหนอนด้วงที่รังต่อขนาดใหญ่มีอันตราย จึงไม่มีใครทำกัน ดังนั้นผู้ที่จะเพาะเลี้ยงด้วงชนิดนี้ควรศึกษาและปรับสูตรอาหารที่จะใช้เลี้ยงหนอนด้วงเลียนแบบธรรมชาติซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ถ้าสามารถทำได้จะเป็นควารมสำเร็จที่น่าภาคพูมใจและมีความหมายต่อการศึกษาด้วงมาก กว่างต่อตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลแดง เพศผู้มีสันหลังอกเว้าลึกและมีเขาสั้นๆ ที่ส่วนหัว ในประเทศไทยพบในป่าจากภาคเหนือโดยเฉพาะที่เวียงป่าเป้าและแม่แตง
back to checklist of Dynastinae

Rhaetulus speciosus speciosus, a rare stag beetle from Northern Thailand ด้วงคีมสมันทองเหนือ สวยสง่างาม แต่หายาก ต้องเลี้ยงในห้องแอร์หรือที่เย็นๆ เท่านั้น ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่หรือผู้ไม่พร้อมนำไปเลี้ยง

April 19th, 2010

r-speciosus-a450.jpgr-speciosus-p450.jpgr-speciosus-l450.jpgr-speciosus-a.jpgr-speciosus-p.jpgr-speciosus-p2.jpg
Rhaetulus speciosus speciosus
Boileau, 1911
    It is one of rare stag beetle species from Northern Thailand. Generally it occurs in high altitude with rather cool temperature. Male, mandibles are square shaped; elytra of fullgrown adult black with a broad longitudinal yellow patch covering a half of each elytron. Female is black, slender; pronotum serrated at sides, the hind angle rounded; middle and hind tibiae, each with a strong lateral spine. Pronotum in subspecies speciosus is somewhat variable in black marked with yellow or reddish yellow whereas that of boileaui  generally black. Length male 48-56 mm, female 28 mm. Distribution: Wiang Pa Pao, Doi Pha Hom Pok, Doi Pui).
     
        ด้วงคีมสมันทองเหนือ กับภาพชุดล่าสุดจากเวียงป่าเป้า เชียงราย ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งสุดท้ายของหนอนเป็นดักแด้ใหม่ และเป็นด้วงตัวเต็มวัยใหม่ๆ สียังออกน้ำตาลแดงที่ยังไม่ดำแต่สง่างาม ด้วงคีมสมันทองเหนือเป็นด้วงคีมที่มาแรง แต่พบเฉพาะในเขตภูเขาที่สูง ในที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น ดังนั้นการเพาะเลี้ยงด้วงชนิดนี้จึงยากสักหน่อยเพราะต้องเลี้ยงในห้องแอร์ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงด้วงหายากชนิดนี้ประสบผลสำเร็จและเลี้ยงได้ดีในป่าที่เป็นถิ่นกำเนิดของมัน หรือเลี้ยงในห้องแอร์ ความสำเร็จดังกล่าวช่วยให้พัฒนาการของด้วงตัวเต็มวัยมีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าด้วงตัวเต็มวัยที่พบจากธรรมชาติโดยตรง แต่ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่เลี้ยงโดยเฉพาะในเขตที่มีอากาศร้อน ในพื้นราบ เพราะราคาค่อนข้างแพงใกล้หลักพันหรือแพงกว่า และหนอนอาจตายได้ถ้าเลี้ยงดูไม่ถูกวิธี เช่นหนอนถูกรบกวนบ่อย ระยะดักแด้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อแสงไฟแฟลตช์ที่อาจตายได้ถ้าโดนแสงมากๆ

Siam Insect Zoo & Museum re-opening again after 10 days repairing สวนสัตว์แมลงสยามปรับปรุงใหม่ เปิดแล้วอีกครั้งหลังการซ่อมแซมใหญ่เพราะโดยพายุลูกเห็บเมื่อต้นเมษายน มีนิทรรศการทั้งแมลงสะสมและแมลงชีวิตมากมายเหมือนเดิม

April 17th, 2010

dsc_0143-450.jpgr-speciosus.jpgd-antaeus.jpgmushi-king.jpgdsc_0375.jpgp-polytes.jpgdsc_0395.jpgdsc_0387.jpgdsc_0388.jpgdsc_0389.jpgdsc_0390.jpgdsc_0392.jpgdsc_0393.jpgdsc_0394.jpgdsc_0396.jpgdsc_0433.jpgdsc_0435.jpgdsc_0443.jpgjungle-nymph.jpgtitan.jpgscorpions.jpgtorantula-wpp.jpg
    The above current photos are from Siam Insect Zoo. The only insect zoo available in Thailand, an alternative choice for tourists, opening daily 9 AM- 5 PM. See more from SIZ, a unique place at Mae Rim-Chiang Mai. Don’t miss this attraction, thank you very much.  
        ภาพข้างต้นนี้เป็นภาพภายในอาคารนิทรรศการเกี่ยวกับแมลงสะสมจากทั่วโลกที่ได้จัดวางใหม่ ภาพแมลงมีชีวิตที่มีหลากจำนวนมากที่หาดูได้ยากโดยเฉพาะตั๊กแตนกิ่งไม้ ตั๊กแตนใบไม้มากกว่า 10 ชนิด การเลี้ยงตั๊กแตนตำข้าว  จิ้งหรีด แมงป่องยักษ์ บึ้งหรือแมงมุมยักษ์ ด้วงปีกแข็ง (กว่างญี่ปุ่นเริ่มทยอยออกเป็นตัวแล้ว) และผีเสื้อ ที่เลี้ยงอย่างจริงจัง จำนวนมาก สวนผีเสื้อซ่อมแซมใหม่มีการตกแต่งที่น่าสัมผัสด้วยตนเอง ไม่ควรพลาดในช่วงปิดเทอมนี้ ผู้ที่เดินทางมาชมเป็นหมู่คณะมีนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ช่วยเป็นวิทยากรนำชมด้วย ขอบคุณครับ

SIZ was damaged by abnormal snowfall like - hailstorm in the afternoon of 30th March. We will close to repair 1-10 April 2010 พังหมด สวนสัตว์แมลงสยามและพื้นที่ใกล้เคียงถูกพายุลูกเห็บและหิมะตกตกหนาเกือบ 1 ฟุตเมื่อบ่าย 30 มีนาคมนี้ ขอปิดซ่อมต้นเมษายนนี้ เปิดใหม่แล้ว 11 เมษายน เป็นต้นไป

March 30th, 2010

siz12-450.jpgsiz11-450.jpgdsc_1168.jpgdsc_1155.jpgdsc_1137.jpg0611.jpg0601.jpg1031.jpgsiz20.jpgsiz17v.jpgsiz10v.jpgsiz8v.jpgsiz6v.jpgsiz5v.jpgdsc_1173-600.jpgdsc_1175-600.jpgszi2.jpgdsc_1177-600.jpgdsc_1133-600.jpgsiz3.jpgsiz4.jpgsiz21.jpgsiz18.jpgsiz16.jpgsiz15.jpgsiz14.jpgsiz13.jpgsiz9.jpgsiz7.jpgsiz22.jpgsiz23.jpg
       Our Siam Insect Zoo was damaged by snowfall like, hailstorm on 30th of March 2010. It was an abnormal and incredible snowfall like for about 1 foot in dept within less than half an hour. So bad that we have to close SIZ for repairing suddently at least a week from now. For visiting us please call and check in advance 089 1848475 or 081 8217912. Thank you for understanding us.
        ไม่เคยคิดว่าภาพคล้ายหิมะตกข้างต้นนี้จะมีจริง เพราะเจอะปัญหาอุบัติภัยทางธรรมชาติ บ่ายเกือบสี่โมงครึ่งวันนี้ 30 มีนาคม 2553 พายุลูกเห็บและหิมะฤดูร้อนตก อากาศหนาวเย็นขึ้นมาทันทีนานไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กรงผีเสื้อ ต้นไม้ หลังคาพัง ลูกเห็บคล้ายหิมะที่พื้นขาวโพลนหนาเกือบ 1 ฟุต ต้นไม้ตายไปจำนวนมาก กรงผีเสื้อพัง  หลังคาเป็นรูพังเสียหาย น้ำแข็งที่ละลายไหลเข้าในอาคารนองไปหมด เวลาผ่านไป เกือบ  24 ชั่วโมงแล้วน้ำแข็งจากลูกเห็บยังเกาะรวมกันเป็นก้อนโตหลายจุด ขนาดลูกเห็บบางส่วนยังใหญ่มีขนาดเฉลี่ยลดลงเหลือเท่ากับปลายนิ้วก้อย แต่เมื่อวานบางลูกใหญ่เท่าลูกมะนาว ใบไม้ที่ร่วงอยู่เก็บกวาดได้หลายคันรถบิคอัพ จำเป็นต้องปิดซ่อมทันที ความเสียหายงวดนี้ทำเอากิจการของสวนสัตว์แมลงสยามทรุด ประเมินค่าเสียหายไม่ต่ำกว่าสองแสนบาท ต้องใช้เวลาปิดซ่อมอย่างน้อย 8-9 วันและจะพยายามเปิดทันทีที่พอรับผู้มาท่องเที่ยวได้ เพราะมีหนอนผีเสื้อและแมลงที่เลี้ยงไว้แสดงจำนวนมาก ผู้ที่จะไปเที่ยวชมสามารถโทรตรวจสอบก่อน ขอบคุณครับ
      เพิ่งไปตรวจสอบสภาพความเสียหายและช่วยกันฟื้นฟูสภาพสวนสัตว์แมลงสยามใหม่ เพื่อจะได้เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้อีกครั้งเร็วๆ นี้ พบว่าต้นไม้ที่ปลูกสำรองไว้เป็นพืชอาหารในที่โล่งเสียหายมากจนใบร่วงแทบหมด จนต้องเข้าไปตลาดต้นไม้ที่คำเที่ยงซื้อต้นไม้มาเสริมอีกจำนวนมาก เพราะต้องเลี้ยงตั๊กแตนกิ่งไม้ ตั๊กแตนใบไม้จำนวนมาก หนอนผีเสื้อจำนวนมากที่กินพืชแตกต่างกันหลายชนิด ทั้งใบส้ม มะนาว รัก ยี่โถ กะทกรก กระทุงหมาบ้า กระเช้าถุงทอง กระเช้าผีมด ฯลฯ สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์ก็ได้ฤกษ์ในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ กำลังเร่งก่อสร้าง เปิดใหม่ได้ทันช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้ 11 เมษายน เป็นต้นไป แมลงที่เลี้ยงไว้โชว์ยังมีเพียบ ต้องขอบคุณช่างเจ็ดแปดคนที่ช่วยกันทำงานอย่างหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจนสวนสัตว์แมลงสยามโฉมใหม่เกือบเสร็จสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่งแล้วครับ

Welcome to students from Chiang Mai University on 27 March 2010 ยินดีต้อนรับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกือบ 200 คนที่มาเยี่ยมชมสวนสัตว์แมลงสยามไม่กี่วันก่อนพายุลูกเห็บถล่ม

March 30th, 2010

dsc_1115-450.jpgdsc_1120.jpgdsc_1119.jpgdsc_1118.jpgdsc_1117.jpgdsc_1116.jpgdsc_1115.jpgdsc_1114.jpgdsc_1113.jpgdsc_1112.jpgdsc_1111.jpgdsc_1109.jpgdsc_1108.jpgdsc_1107.jpgdsc_1106.jpg
Thank you for the visit of a large group of students from Chiang Mai University before our Siam Insect Zoo has been closed down because of hailstorm for an urgent repair at the first week of April. We have seen a progress and can open again on the 8th of April onwards.
        ยินดีต้อนรับอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่กลุ่มใหญ่เกือบสองร้อยคนที่มาเยี่ยมชมสวนสัตว์แมลงสยาม เพียงสัปดาห์เดียวก่อนที่พายุลูกเห็บจะเข้าทำความเสียหายอย่างมาก จนต้องปิดซ่อมทันที ภาพบรรยายกาศชุดนี้จึงเป็นภาพชุดสุดท้ายก่อนที่การตกแต่งภายในใหม่ซึ่งจะเปลี่ยนไปทั้งหมด ระหว่างที่ปิดซ่อม 1-7 เมษายน 2553 เราจะพยายามเร่งงานเพื่อให้เปิดทันช่วงสงกรานต์นี้ ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุน ผู้มาเยี่ยมชม และให้กำลังใจครับ

Tiger moths Family Arctiidae ผีเสื้อม้อธลายเสือ ผีเสื้อหนอนบุ้งปอเทิอง

March 5th, 2010

ARCTIIDAE                   
Arctornis cygna (Moore)  ผีเสื้อหนอนบุ้งขาวปีกแหลม
(
White Angle winged moth) มะม่วง
Argina argus Kollar  บุ้งปอเทืองสีชมพู (Pinkish crotalaria moth) ปอเทือง มันเทศ
Argina astrea (Drury)  บุ้งปอเทืองเหลือง (Yellow crotalaria moth) ปอเทือง มันเทศ
Creatonotus transiens orientalis Nakamura ผีเสื้อหนอนบุ้งสีน้ำตาล
(
Brown hairy caterpillar) ข้าวโพด
   
Utetheisa lotrix lotrix (Cramer) บุ้งปอเทืองขาวจุดแดงดำ
(White Crotalaria moth) ปอเทือง
  

White crotalaria moth, Utetheisa lotrix, moth photos for March 2010 บุ้งปอเทืองขาวจุดแดงดำ ผีเสื้อกลางคืนแสนสวยประจำเดือนมีนาคม ๒๕๕๓

March 4th, 2010

utetheisa-lotrix1.jpgutetheisa-lotrix2.jpgutetheisa-lotrixl.jpg
Utetheisa lotrix lotrix
(Cramer, 1779)
Arctiidae: Lepidoptera
       It is a common moth in sunnhemp or Crotalaria field, selected for moths of March 2010. The adult is a small white moth, fore-wing with red and black spots, hind-wing with black lower-bordered and black spots in the middle. Caterpillar has slim body, brown with orange markings and with a white longitudinal stripe on dorsum. It feeds on sunnhemp flowers and pods usually associated with other Crotalaria moths.
ปุ้งปอเทืองขาวจุดแดงดำ เป็นผีเสื้อกลางคืนในวงศ์ผีเสื้อลายเสือ มีขนาดเล็ก ตัวเต็มวัยมีสีขาว ปีกคู่หน้ามีจุดสีแดงและดำ ส่วนปีกคู่หลังมีขอบปีกด้านล่างสีดำ และมีจุดสีดำกระจายตรงกลาง หนอนมีรูปร่างเรียวยาว มีสีน้ำตาล จุดส้ม และแถบสีขาวด้านบนตามยาวของลำตัว หนอนกินดอกและเจาะกินในผลปอเทือง บ่อยครั้งที่พบอยู่ปะปนกับผีเสื้อหนอนปอเทืองชนิดอื่นๆ นอกจากนี้ยังพบหนอนกินใบและดอกหญ้างวงช้าง

เอกสารอ้างอิง: พิสุทธิ์ เอกอำนวย, 2553 โรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญ พิมพ์ครั้งที่ 3 สวนสัตว์แมลงสยาม เชียงใหม่ เจ้าของและผู้พิมพ์โฆษณา 592 หน้า

The Hercules beetle, Dynastes hercules hercules, the first largest pupa obtained from Breeding and rearing facilities in Thailand ด้วงเฮอร์คิวลิส ด้วงกว่างที่มีขนาดใหญ่ยาวที่สุดในโลก เลี้ยงได้แล้วที่สวนสัตว์แมลงสยาม แม่ริม เชียงใหม่ ดักแด้ที่เพิ่งเข้าให้เป็นของขวัญปีใหม่ ตัวเต็มวัยเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ทันเวลาพอดี

February 15th, 2010

dhhemerged.jpgdhh2pupa1209.jpgdhhpupa1209-2.jpgdhhf.jpg
Dynastes hercules hercules
Linnaeus, 1753
The Hercules beetle is the most famous and largest of the rhinoceros beetles of the world. It is native to the rainforests of Central America and South America, being bred and reared successfully in many countries in the world. It is the largest of the 6 species in the genus  Dynastes. Male length 45-178, Female (without horn) 50-80mm. We have a newly pupated pupa probably the first largest pupa obtained in Thailand after a long patient care for the larva for 16 months. It is more or less +130 mm in length. We are glad to use our own developed wood flake with other materials as food for the caterpillar without any problem. This formulation can adapt for other horned beetle as well. The breeding technique mentioning in our earlier books for horned beetle breeding “in Thai” is not far from the natural habit and habitat. A perfect adult already emerged on 11 February 2010 showing that we can breed and rear by our own adpated techniques in Thailand.  
ด้วงเฮอร์คิวลิส เป็นด้วงกว่าง หรือด้วงที่มีเขาที่มีชื่อเสียงเนื่องจากมีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในโลก ปกติด้วงในสกุลนี้มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ โดยมีการอนุญาตให้นำไปเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ได้ในหลายประเทศทั่วโลกเนื่องจากหนอนกินไม้ผุที่ไม่เข้าข่ายแมลงศัตรูพืชที่มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมของโลก ด้วงในสกุลนี้มีอยู่ 6 ชนิดชนิดย่อยที่นำมาเลี้ยงศึกษานี้มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยเพศผู้มีขนาดยาว 45-178 มิลลิเมตร เพศเมียไม่มีเขายาว 50-80 มิลลิเมตร สวนสัตว์แมลงสยามสามารถเลี้ยงหนอนอย่างอดทนยาวนานถึง 16 เดือนจนเข้าดักแด้เพื่อเป็นของขวัญในวันปีใหม่นี้พอดี ซึ่งมีขนาดประมาณ +130 มิลลิเมตรและน่าจะเป็นดักแด้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดตัวแรกที่เลี้ยงได้ในประเทศไทยด้วย เรามีความยินดีที่ได้พัฒนาสูตรอาหารของหนอนและปรับการเลี้ยงในห้องเลี้ยงหนอนได้สำเร็จ ซึ่งสามารถประยุกต์ไปเลี้ยงหนอนด้วงได้อีกหลายร้อยชนิด ในที่สุดด้วงตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ก็ได้ถือกำเนิดมาแล้วเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2553 ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเพาะเลี้ยงมากขึ้นว่าเทคนิคต่างๆ ที่เราได้เรียนรู้และปฎิบัติประสบความสำเร็จ การเลี้ยงด้วงยักษ์ เพื่อเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นไปอีกน่าจะเป็นไปได้ถ้าเราเอาใจใส่ดูแลและให้อาหารที่สมบูรณ์ 
แม้ว่าธุรกิจสวนสัตว์แมลงสยามจะยังเป็นแบบลุ่มๆ ดอนๆ และเอาตัวรอดไปวันๆ เนื่องจากยังมีคนรู้จักกันน้อยมากและขาดการประชาสัมพันธ์เพราะไม่ได้เป็นงานของทางราชการ มีทุนจำกัด แต่เราก็ภูมิใจที่เป็นตัวแทนคนไทย เผยแพร่ผลงานด้านแมลงไปทั่วโลก ให้เยาวชนคนไทยได้มีโอกาสทางการศึกษาได้เรียนรู้โลกของแมลงมากขึ้นต่อไป  

The magnus giant-stick insect, the longest insect from Thailand, Phobaeticus magnus (Conle & Henneman, 2008) Syn. =Nearchus maximus ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์ ตั๊กแตนกิ่งไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

February 12th, 2010

n-max-m.jpgn-max-f.jpgpharnacia-cantori1.jpg
Phobaeticus magnus (Conle & Henneman, 2008)
Syn.=Nearchus maximus Redtenbacher
       Distribution: Northeastern Thailand (Khon Kaen, Loei) and Laos. It is the longest insect from Thailand, the longest body of the female with the length of 300 mm in record including long operculum at the end of abodomen. Female without wing, antenna is shorter than the femur of the front leg. Male with wings and can fly to mate with the female. Male, antenna is longer than the femur of the front legs. Its side of the body with a long white patch which makes it different from the related species Pharnacia cantori.* However the latter species is more robust and slightly shorter. Both species have the same foodplants which are gauva, mango and longan. Note: The longest insect of the world is Phobaeticus chani (Bragg, 2009), female of this species measured up to 36 cm - only the body length. Thank you very much for the comments from Bruno, Germany.
       ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์ปลายแหลม มีเขตแพร่กระจายในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอีสาน เช่นที่ขอนแก่น เลย และลาว เพศเมียที่เคยมีบันทึกไว้ยาวถึง 300 มิลลิเมตร จัดเป็นตั๊กแตนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเด่นของตั๊กแตนกิ่งไม้ชนิดนี้คือ เพศเมียไม่มีปีก มีหนวดสั้นกว่าปล้องโคนขา (femur) ของขาคู่หน้า แผ่นปิดรูที่ใช้ในการวางไข่ที่ปลายท้อง (operculum) ยืดยาวมากจนเลยส่วนท้อง และด้านหลังของท้องไม่มีแผ่นรูปสามเหลี่ยมซึ่งพบในตั๊กแตนกิ่งไม่ยักษ์อีกชนิดหนึ่ง คือ ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์แคนเทอร์ Pharnacia cantori *เพศผู้มีสีน้ำตาล มีปีกคู่หลังบางใหญ่บินได้ หนวดยาวกว่าปล้องโคนขาคู่หน้า ส่วนอกด้านข้างมีแถบสีขาว แตกต่างจากชนิดหลัง พืชอาหาร ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์ทั้งสองชนิดกินใบฝรั่ง มะม่วง และลำไย เป็นต้น สวนสัตว์แมลงสยามได้เลี้ยงไว้แสดง มีตลอดทั้งปี
* The current identification revision and the valid name used is Tirachoidea siamensis Hennemann & Conle, 2008  ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์สยาม Siam giant stick insect
Back to Phasmatodea
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

Coconut blackfly, Aleurocanthus sp. from SIZ, Chiang Mai, Thailand แมลงหวี่ดำมะพร้าว แมลงหวี่ขาวสีดำ พบที่สวนสัตว์แมลงสยาม เชียงใหม่

February 11th, 2010

aleurocanthus1.jpgaleurocanthus2.jpg
Coconut blackfly, Aleurocanthus sp.
Aleyrodidae : Hemiptera
       
The members of the family Aleyrodidae are generally known as whiteflies. They usually white in color, but blackfly (not a true fly or black fly=small fly that feed on animal blood) is also a member of whiteflies which the adult with black coloring including the wings. I had a few photos taken from a poor coconut tree attacked by scale insects (I thought at the first glance) at Siam Insect Zoo. However, they are not scales, but blackflies. The first nymphal stage is pale yellow clawler, second or/and third stage with larger body expanding at side and unmobile. The the pupa which is black with white surrounding at base, dorsal of the body with several pale transverse lines. It is one of the genus Aleurocanthus. I really appreciate to hear from anyone who knows more about this amazing insect.
      
แมลงหวี่ดำมะพร้าว เป็นแมลงในสกุล Aleurocanthus แมลงหลายชนิดในสกุลนี้ที่พบทั่วโลกมีหลายชนิดที่มีรายงานว่าเป็นแมลงศัตรูมะพร้าว แต่หารูปดูได้ยากมาก เมื่อดูเผินๆ อาจจะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพลี้ยหอยที่มีสีดำ แต่ถ้าขยายภาพดูใกล้ๆ จะเห็นว่าไม่ใช่ เพราะตัวอ่อนวัยแรกมีสีเหลืองอ่อน มีขาเคลื่อนที่ได้ ตัวอ่อนวัยถัดมาลำตัวค่อนข้างป้านตรงกลาง ท้ายแหลม จะเกาะนิ่งอยู่กับที่ เห็นจุดตาชัดเจน ดักแด้มีสีน้ำตาลเกือบดำ มีเส้นสีขาวตามแนวขวางหลายเส้น ขอบรอบๆ ที่ฐานมีสีขาว ภาพถ่ายจากสวนสัตว์แมลงlยาม เชียงใหม่ พบดูดกินน้ำเลี้ยงจากใต้ใบมะพร้าว ทำให้ใบโทรม มีสีเหลืองซีดๆ แม้จะเป็นแมลงตัวเล็กๆ แต่มหรรศจรรย์สำหรับการเรียนรู้ (แมลงศัตรูพืชและโรคพืช มีแก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งแมลงหวี่ดำ ซึ่งจะรวมอยู่ใน หนังสือโรคและแมลงของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ พิมพ์ครั้งที่ 3 มีเพิ่มกว่า 100 หน้า กำลังเตรียมพิมพ์อยู่ครับ คาดว่าเสร็จพฤษภาคมนี้)

Hosting

Hosting