The Witch butterfly, Araotes lapithis lapithis, from Pang Sida ผีเสื้อนิลเหลือบฟ้า ผีเสื้อสวยหายาก ภาพที่ดีที่สุดชุดหนึ่งจากปางสีดา

June 11th, 2010

araotes-lapithis1.jpgaraotes-lapithis2.jpgaraotes-lapithis3.jpgaraotes-lapithis4.jpg
Araotes lapithis
lapithis (Moore, 1858)
Lycaenidae: Lepidoptera 
       
Wingspan 20-22 mm. Male, UP is black with metallic-blue scales at base of FW in spaces 1a and 1b, HW shining blue with dark costal border, with a dentate at vein 3, tail at vein 2 and a rounded, black tornal lobe; UN white, yellowish-brown at apical half and costal one-third from base of FW, edged by a black band, HW paler at marginal border and with numerous black spots. Female is dark brown, usually with a pale discal patch on FW, HW with a bluish-white patch at tornal area.  Distribution: India to East Thailand (Chanthaburi, Srakaew) and Laos. The other subspecies recorded from Thailand, Araotes lapithis uruwela Fruhstorfer, 1912 distributed in the Peninsular Thailand (Krabi, Trang, Khlong Nakha) and Malaysia.      
         ผีเสื้อนิลเหลือบฟ้า
เป็นผีเสื้อมรกตขนาดเล็ก ปีกกว้าง 20-22 มิลลิเมตร เพศผู้มีสีน้ำเงินสะท้อนแสงที่ชายปีกคู่หลัง มีฟันแหลมที่ปลายปีกเส้น 3 มีหางที่ปลายปีกเส้น 2 ที่มุมปีกหลังกลมมีสีดำ เพศผู้ตัวหนึ่งที่พบในตอนสายๆที่ปางสีดาสำหรับการเดินทางในเที่ยวนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจมาก ผีเสื้อไม่ได้ตกอกตกใจกับแสงไฟแฟลต์และยอมเกาะนิ่งๆ ให้รุมถ่ายภาพกันอย่างจุใจ ชนิดย่อยนี้พบตั้งแต่อินเดียถึงภาคตะวันออกของไทยและลาว เคยมีรายงานการพบที่จันทบุรี  ส่วนอีกชนิดย่อยหนึ่งพบในภาคใต้ของไทยและในมาเลเซีย โอกาสที่จะพบผีเสื้อนี้ค่อนข้างยาก ชอบดูดกินน้ำหวานตามเกสรดอกไม้ป่า ไม่ลงมาเกาะตามโป่งเพื่อดูดกินน้ำ อีกทั้งมีขนาดเล็กมากจึงยากที่จะได้พบเห็นง่ายๆ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ปางสีดาที่ให้ยืมเก้าอี้ยืนถ่ายรูปและชี้เป้าให้

Poor butterflies were killed by car on the road. เรื่องน่าเศร้าที่ผีเสื้อที่น่าสงสารถูกรถทับตายต่อหน้าต่อตาบนถนนในป่า

June 10th, 2010

ksdjune10-n3.jpgksdjune10-n1.jpgksdjune10-n2.jpg
       I felt hurt to see some poor butterflies flatened on the road under the tyres of car in front of my eyes in the forest. It was a small rough road leading to the main waterfall at Khao Soi Dao, Chanthaburi. While I stopped to take photo of a group of butterflies feeding on animal feces on the road. I heard the sound of car engine roaring which came closer to me. So I had no chance to select a better position for photographying just taking photo as quickly as I could. Then a car moved passing me, but almost go over the feces where some buttflies sitting there. Most of butterflies flew away except the two India yellow nawab, Polyura jalysus which were still there feeding hungrily on feces. Another pick-up car driving followed the first one by a uncareless man went over the two butterflies. They were killed immediately in front of my eyes. I was mad and angry with the driver who has no sence of conservation of the nature especially butterflies resting on the road in the forest. I wonder why there is no any sign saying that “Be careful, butterflies are on the road !”.

       
มันเป็นความรู้สึกที่ศร้าใจที่เห็นผีเสื้อหลายตัวถูกรถทับตายอยู่บนถนนต่อหน้าต่อตา เป็นถนนเล็กๆ ที่ขรุขระซึ่งเป็นทางไปสู่น้ำตกเขาสอยดาว จันทบุรี นานทีที่ผู้เขียนจะได้ไปเดินสำรวจและถ่ายรูปผีเสื้อในป่า และที่เขาสอยดาวเป็นที่หนึ่งที่ผู้เขียนไปแม้จะปีละครั้งสองครั้งเท่านั้น ในนั้นผู้เขียนได้จอดรถถ่ายรูปผีเสื้อกลุ่มหนึ่งซึ่งบินลงดูดกินอยู่ที่มูลสัตว์ป่า น่าจะเป็นมูลอีเห็น เพราะที่นี่ไม่มีสุนัข ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถที่ดังขึ้น ผู้เขียนจึงไม่มีเวลาหามุมกล้องถ่ายรูปได้ดีนักก็รีบกดแชตเตอร์ถ่ายไว้ทันที รถเก๋งที่ขับผ่านมาแล่นผ่านฝูงผีเสื้อทำให้ผีเสื้อส่วนใหญ่แตกฮือบินหนีไป ยกเว้นผีเสื้อม้าขาวแถบกว้าง Polyura jalysus  สองตัวที่เห็นในภาพ ยังคงไม่สนใจที่จะระวังตัว หรือบินหนี ยังตั้งหน้าตั้งตากินอาหารอยู่ต่อไป ล้อรถเก๋งห่างจากผีเสื้อไม่ถึงคืบ ผีเสื้อรอดครับ แต่ทันใดนั้นก็มีรถปิคอัพขับมาอีกคัน มีคนเต็มท้านรถ แล่นมาด้วยความเร็ว คนขับไม่ใส่ใจกับสิ่งที่เกาะอยู่บนพื้นถนน รถวิ่งทับผีเสื้อที่น่าสงสารทั้งสองตัวเต็มล้อ เมื่อรถแล่นผ่านพ้นไป ก็เห็นซากผีเสื้อที่ถูกล้อรถทับแบนอยู่ตรงนั้นเอง ผู้เขียนรู้สึกเศร้าใจ และนึกโกรธที่คนขับรถขาดความรู้สึกที่รับผิดชอบต่อผีเสื้อและสิ่งแวดล้อมในป่าที่พวกเขาเข้าไปตักตวงประโยชน์ และมองว่าทำไมไม่มีป้ายสักแผ่นเตือนว่า ระวังอย่าทับผีเสื้อ น่าจะช่วยลดความสูญเสียจากคนประเภทนี้ลงได้บ้าง

ศัตรูพืชคืออะไร What are pests ?

June 9th, 2010

ccutworms.jpg
        A pest is an organism that people see as damaging or unwanted, as it harms agriculture through feeding on crops in the field and stored grain products. An animal can also be a pest when it causes damage to a wild ecosystem or growing crops. The term pest is used to refer specifically to harmful animals but it also relates to all other harmful organisms, including nematodes, fungi and viruses. However, these three are considered as pathogens causing diseases than being as pests.  Many weeds (plant pests) are also seen as useful under certain conditions when growing in the right place and time.
 
ความหมายของคำว่า ศัตรูพืช         
          
ศัตรูพืชคือสิ่งที่มีชีวิตที่สร้างความเสียหายให้แก่พืชที่ปลูก เรามักมองว่าแมลง ไรศัตรูพืช ซึ่งมีทั้งไรแดง ไรขาว ไรสนิมส้ม เป็นศัตรูพืช เพราะแมลงและไร กัดกิน เจาะไช การดูดกินน้ำเลี้ยง สร้างความเสียหายให้แก่พืชทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่นความเสียหายจากการวางไข่ไว้ที่เนื้อเยื่อพืช แล้วกระตุ้นให้พืชเกิดการเจริญเติบโตที่ผิดปกติ มีการเกิดปุ่มปมขึ้น มีการปล่อยสารที่เป็นพิษต่อพืช ทำให้เนื้อเยื่อพืชเหี่ยวแห้ง เกิดอาการคล้ายใบไหม้ ทำให้ใบพืชบิดงอผิดรูปร่างไป นอกจากนี้ แมลงบางชนิดยังเป็นพาหะนำโรคมาสู่พืชได้อีกด้วย สัตว์ใหญ่ สัตว์ป่าอื่นๆ ที่มาเหยียบย่ำ ทำความเสียหายให้แก่ระบบนิเวศของพืชที่เราปลูกก็อาจจะเรียกได้ว่าเป็นศัตรูพืช สัตว์อื่นๆ ที่เป็นศัตรูพืชที่ทำลายโดยตรง เช่น ค้างคาว กระรอก นก หนู ปูนา หอยน้ำจือและหอยทากบางชนิด เราอาจรวมเรียกแมลงและสัตว์ที่สร้างความเสียหายให้แก่พืชเหล่านี้ว่า แมลงและสัตว์ศัตรูพืช ส่วนสิ่งที่มีชีวิตซึ่งเป็นพืชที่เราไม่ต้องการ และขึ้นแย่งน้ำแย่งอาหารจากพืชประธานที่เราปลูกก็จัดเป็นศัตรูพืชที่เรียกว่า วัชพืช  ไส้เดือนฝอย (Nematode) เชื้อรา (fungus, pl.= fungi) ไวรัส (virus) และเชื้อไมโครพลาสม่า หรือไฟโตพลาสม่า (Phytoplasma) ก็จัดว่าเป็นศัตรูพืช แต่มีการแยกแยะไปในหมวดโรคพืช
_______________________________
แบ่งปันข้อมูลจาก: หนังสือโรคและแมลงศัตรูพืชที่สำคัญ พิมพ์ครั้งที่ 3  http://www.malaeng.com/blog/?p=8535

The Common Leopard, Phalanta phalantha, common butterfly at the lowland including in Bangkok ผีเสื้อเสือดาวใหญ่ ผีเสื้อที่หาง่ายในเขตที่ราบรวมทั้งในกรุงเทพฯ

June 5th, 2010

phalanta-phalantha1.jpgphalanta-phalantha2.jpgphalanta-phalantha3.jpg
Phalanta
phalantha phalantha  (Drury, 1773) 
Subfamily Heliconiinae, Family Nymphalidae
       
 
Wingspan 50-60 mm. Sexes similar, UP is orange, marginal black spots at the end of veins, connecting to form a black border and with scattered black spots on FW, HW with similar black markings. Lfp: Flavcourtia indica (Fla.) ตะขบป่า, Salix tetrasperma (Sal.) สนุ่น, Salix babylonica (Sal.) หลิว. Distribution: India to China, Thailand, Malaysia. The above photos were taken at Kasetsart University, Bangkok today (5.vi.2010).            
       
ผีเสื้อเสือดาวใหญ่ ทั้งสองเพศมีรูปร่างลักษณะคล้ายกัน เป็นผีเสื้อสีเหลืองอมส้มขนาดค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีขนาดใหญ่กว่าผีเสื้อเสือดาวเล็ก P. alcippe มาก ผีเสื้อเสือดาวใหญ่พบได้ทั่วไทยคั้งแต่เหนือจรดใต้ บางครั้งพบตามดอกหญ้าริมทางในช่วงต้นฤดูฝนนี้ ภาพด้านบนนี้ถ่ายจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ ตอนสายๆ วันนี้เอง  

The black caucasus three-horned beetles, Chalcosoma caucasus, a pupa of S-male obtained in 14 months after egg laid กว่างสามเขาจันท์ทายาทตัวแรกเพศผู้เข้าดักแด้แล้วโดยใช้เวลา 14 เดือนหลังจากวางไข่

June 4th, 2010

(http://imageshack.us)c-caucasus-chon1.jpgc-caucasus-chon4.jpgchalcosoma-caucasusm1.jpgc-caucasus1.jpgc-caucasus2.jpgc-caucasus3.jpgc-caucasus4.jpg
Chalcosoma caucasus (Fabricius, 1801)
      A S-male of the largest horned beetle in Thailand was successfully pupated this week after 14 months of rearing efforts. I collected a pair of this beetle species from Chanthaburi at the end of June 2008. The copulation was immediately after putting the pair together. The first set of eggs was laid about a week after copulation and egg-laying continued gradually in 1-2 following months. The adults lived for about 5-6 months. Most of the caterpillars have been reared at Siam Insect Zoo in Chiang Mai. I kept a larva as illustrated and reared at room temperature in 1 liter case in Bangkok. The young L2 larva was densely clothed with reddish-brown hairs and darker coloring in larger larvae. The L3 larva of 9 months as illustrated changed the color of skin from creamy white to yellowish white and darker yellow after that. It made a chamber at the bottom of the case and preferred to stay there, finally pupate inside. The pupal length is 70+ mm, with short horns stating a small male. Although its parents are large, the male as shown above was about 110+ mm in length. We have recently discovered that the largest male found from Khao Khieo, Chon Buri, the new champion , the longest body in Thailand, with its body length of about 123 mm.
กว่างสามเขาจันท์ หรือกว่างสามเขาคอเคศัส ด้วงกว่างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พบจากจันทบุรี และเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานการพบที่น่านด้วย ผู้เขียนมีโอกาสได้ด้วงกว่างสามเขาจันท์จากเขาสอยดาว มา 1 คู่เมื่อปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๕๑ โดยเพศผู้มีขนาดใหญ่ประมาณ ๑๑๐+ มิลลิเมตร หลังจากจับทั้งสองเพศอยู่ด้วยกัน การผสมพันธุ์ก็เกิดในทันที ไข่ชุดแรกเริ่มวางประมาณ ๑ สัปดาห์หลังจากผสมพันธุ์แล้ว และทยอยวางใน ๑-๒ เดือนถัดมา หนอนส่วนใหญ่ได้เลี้ยงดูอยู่ที่สวนสัตว์แมลงสยาม เชียงใหม่ แต่มีหนอน ๑ ตัวเลี้ยงอยู่ที่กรุงเทพฯ ในห้องที้มีอุณหภูมิปกติ หนอนวันแรกๆ เช่นจากรูปวัย ๒ มีขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่มาก ขนมีสีเข้มขึ้นและพบเบาบางลงในหนอนที่มีอายุมากขึ้น เมื่อหนอนอายุได้ประมาณ ๙ เดือนจากวางไข่สีลำตัวจะเริ่มเปลี่ยนจากสีขาวครีมเป็นสีเหลืองอ่อนและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มมากขึ้น จนเข้าดักแด้เมื่อเลี้ยงมาได้ประมาณ ๑๔ เดือนจากวางไข่ ดักแด้มีความยาวประมาณ ๗๐+ มิลลิเมตร จากรายงานการเลี้ยงด้วงชนิดนี้ในต่างประเทศเพศเมียมีอายุตัวอ่อนจากไข่จนเข้าดักแด้ประมาณ ๑๖ เดือนในขณะที่เพศผู้มีอายุตัวอ่อนประมาณ ๒๐ เดือน อย่างไรก็ตามเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนในประเทศไทยซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตให้เร็วขึ้น และเนื่องจากเป็นเพศผู้ขนาดเล็กโดยดูจากลักษณะเขาภายนอกดักแด้ซึ่งปกติจะมีอายุหนอนสั้นกว่าเพศผู้ขนาดใหญ่ การที่เป็นด้วงขนาดเล็กอาจจะเป็นเพราะอาหารที่ไม่ได้เปลี่ยนสม่ำเสมอทุกเดือน และกระปุกเลี้ยงที่เล็กเกินไป การเลี้ยงหนอน อย่างอดทนและยาวนานแต่ก็ได้ผลงานที่น่าพอใจนี้จะช่วยให้เราได้ข้อมูลการดำรงที่ชีวิตของด้วงชนิดนี้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อไป เมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมามีคุณจิรัฐ จากเขาเขียว ชลบุรีพบกว่างสามเขาจันท์ขนาดใหญ่มีลำตัวยาวยาวถึงประมาณ 123 มิลลิเมตร ซึ่งจัดเป็นกว่างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศเป็นแชมป์ตัวใหม่ไปแล้ว โดยตัวที่อยู่ในภาควิชากีฏวิทยามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กรุงเทพฯ ยาว 120 มิลลิเมตรพอดี
Copyright @ Siam Insect Zoo& Museum การคัดลอกรูปและข้อความต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เจ้าของผลงานก่อน ยกเว้นการอ้างอิงเพื่อการศึกษาโดยต้องอ้างที่มาด้วย ขอบคุณครับ

back to checklist of Dynastinae

Butterfly watching season has just started in Thailand. ฤดูกาลแห่งการสำรวจ ศึกษา ถ่ายรูปผีเสื้อเริ่มแล้ว ในป่าทั่วไทย

June 4th, 2010

tigers-and-crows.jpgparis-peacock.jpgbluebottle.jpggrass-yellow.jpg
         Butterfly watching season has just started. Many butterflies can be seen easily in ther natural habitats or also all national parks in Thailand. Don’t miss this attraction. Siam Insect Zoo have bred and releaesed many butterflies in our gardens awaiting visitors to see. We have also captive breeding for other interesting insects including walking leaves and sticks, mantis, beetles scorpions, crickets, etc. 
       ฤดูกาลแห่งการสำรวจ ศึกษา ถ่ายรูปผีเสื้อเริ่มแล้ว ในป่าทั่วไทย โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติหลายแห่งเริ่มคึกคักเป็นพิเศษ ภาพผีเสื้อที่รวมกลุ่มเป็นฝูงใหญ่ และบินกระจัดกระจายไปทั่วชั่วแต่งเติมสีสันให้ธรรมชาติสดชื่นน่าอยู่เป็นทวีคูณ วันนี้เราได้ไปดูผีเสื้อกันแล้วหรือยัง ถ้าไม่ได้ไปป่าสวนสัตว์แมลงสยามก็มีผีเสื้อที่เลี้ยงไว้ปล่อยให้บินในสวนผีเสื้อพร้อมกับมีตั๊กแตนกิ่งไม้ ตั๊กแตนใบไม้ ตั๊กแตนตำข้าว ด้วงปีกแข็ง และแมลงหลายชนิดที่เริ่มมีมากในช่วงต้นฤดูฝนนี้ 

Striped blister beetles, Epicauta waterhousei, heavily attacked legume crops at Sarika waterfall ด้วงน้ำมันดำแถบขาวกำลังบุกกินพืชตระกูลถั่วใกล้ๆ น้ำตกสาริกา

June 3rd, 2010

e-waterhousei1.jpge-waterhousei2.jpge-waterhousei3.jpgepicauta-waterhousei1.jpgepicauta-waterhouseif.jpg
Epicauta waterhousei
Haag-Rutenberg   
       
Head is red, other parts are dull black. Elytra bear a broad longitudinal stripe of pubescence yellowish, extending from the humeral angle towards apex of each elytron and with pubescence yellowish, narrowly along the suture, apical and lateral margins.Length 18-20 mm. Distribution: Throughout Thailand (Wiang Pa Pao, Khao Yai).Host: Groundnut, soybean, eggplants, tomato, Amaranthus spp. I found in a large number attacking legume crops at Sarika waterfall at the moment.
         ด้วงน้ำมันดำแถบขาว
มีหัวสีส้มแดง ส่วนอื่นของลำตัวมีสีเทาดำ ปีกมีแถบสีเหลืองอ่อนปนเทาซึ่งเป็นขนอ่อน พาดตามความยาวสองข้างของปีกและที่เส้นกลางปีก เป็นด้วงขนาดยาว 18-24 มิลลิเมตร เพศเมียมีขนาดลำตัวใหญ่กว่า ยาวกว่าเพศผู้ พบทั่วไป มีพืชอาศัยโดยเฉพาะถั่วต่างๆ มะเขือ มะเขือเทศ และผักขม เป็นต้น 

The Magpie Crow, Euploea radamanthus, a typical form of butterflies of the genus Euploea whereas some other butterflies or moths mimic them. ผีเสื้อจรกาดำขาว ผีเสื้อต้นแบบที่ผีเสื้ออื่นๆ หลายชนิดมักเลียนแบบ

June 2nd, 2010

euploea-radamanthus1.jpgeuploea-radamanthus2.jpgeuploea-radamanthus3.jpgpapilio-paradoxa.jpgeuripus-nyctelius.jpg
Euploea radamanthus radamanthus
(Fabricius, 1793),
Syn. = Euploea diocletianus (Fabricius, 1793)
Subfamily DANAINAE, FAMILY NYMPHALIDAE 
         Wingspan 65-80 mm. Male, UP dark blue-black, FW cell with apical one third white, with a small white spot at base of space 3, subapical bluish spots in space 4-7, a prominent bluish submarginal spot in space 2 and a bluish-white brand in space 1b, HW paler brown at costal half, with a pale subcostal scent patch and four long white dorsal streaks. Female background color is paler brown, FW with similar markings but all in white, without brand in space 1b but with an additional patch in space 2, HW with white markings including two series of submarginal spots and long basal streaks.Distribution: India to China, Thailand, Laos, Vietnam and Malaysia. The other two butterflies which mimic E. radimanthus are Papilio paradoxa telearchus f. damisepa: Papilionidae and Euripus nyctelius f. euploeoides: Nymphalidae. Because butterflies in genus Euploea are considered as distasteful insects which birds or other enemies do not want to eat them. 
        
ผีเสื้อจรกาดำขาว เป็นผีเสื้อขนาดกลางมีกว้าง 65-80 มิลลิเมตร เพศผู้มีสีเข้มกว่าเพศเมีย ปีกมีสีน้ำเงินดำมี สีน้ำเงินสะท้อนแสง มีแต้มสีขาว ไม่มีแถบเพศที่เป็นลักษณะเพศที่สอง พบทั่วไปในเขตอินเดียถึงจีน ไทยและมาเลเซีย เป็นผีเสื้อต้นแบบชนิดหนึ่งที่มีผีเสื้อกลางวันและผีเสื้อกลางคืนบางชนิดเลียนแบบ โดยเฉพาะผีเสื้อเชิงลายใหญ่ Papilio paradoxa telearchus f. damisepa และผีเสื้อปีกเว้าธรรมดา Euripus nyctelius f. euploeoides เนื่องจากผีเสื้อในกลุ่มจรกาในสกุลนี้ในระยะตัวหนอนจะกินพืชที่มียางเป็นพืชที่ค่อนข้างมีพิษสะสมไว้ในตัว เมื่อเป็นผีเสื้อตัวเต็มวัยจึงเป็นผีเสื้อที่มีรสชาติไม่อร่อย นกและสัตว์อื่นๆ ที่ชอบจับผีเสื้อกินมักไม่ชอบกินผีเสื้อที่มีรูปร่างและสีสันแบบนี้

California red scale, Aonidiella aurantii, on mango in Bangkok เพลี้ยหอยแดง ศัตรูส้มที่สำคัญที่พบในมะม่วงที่ปลูกในกรุงเทพฯ

May 30th, 2010

aonidiella-aurantii-leaf1.jpgdsc_0049.jpgaonidiella-aurantii-leaf4.jpgaonidiella-aurantii-frn.jpg
Aonidiella aurantii
(Maskell): Diaspididae  
        
California red scale is a major insect pest of citrus in California. It widely spreads in citrus growing areas in Australia and mediterranean countries. I has observed this red scale on mango fruits and leaves growing in Bangkok. It can be one of the major pests in mango in the future. The first instar of the larval stage of both sexes are wingless crawlers. After moving for a few hours on the host plant the crawler begins to feed and form a waxy scale covering the body. The female is rounded 1.8 mm in diameter and not move again. The male larva is smaller and oval shaped. The full grown male is yellow with a pair of wings enable to fly and mate with the female.
       
เพลี้ยหอยแดง (California red scale) เพลี้ยหอยที่มีขนาดเล็กมาก ตัวอ่อนวัยแรกทั้งสองเพศเคลื่อนที่ได้บนพืชอาศัยสองสามชั่วหลังจากเกิด จากนั้นจะเริ่มดูดกินอาหารโดยเพศเมียจะสร้างเกราะอ่อนรูปร่างกลมคล้ายโล่  สีน้ำตาลแดงปกคลุมและจะไม่มีการเคลื่อนที่อีก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1.8-2 มิลลิเมตร เพศผู้ตัวอ่อนมีขนาดเล็กว่ารูปร่างรูปไข่ เพศผู้ที่เติบโตเต็มที่แล้วมีขนาดเล็กมาก มีปีกบินไปผสมพันธุ์กับเพศเมียได้ 1 คู่ เพลี้ยหอยแดงปรกติเป็นศัตรูของส้มพบในรัฐคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีการแพร่กระจายไปในออสเตรเลียและเขตปลูกส้มในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันพบในมะม่วงที่ปลูกอยู่ในกรุงเทพ อาจจะเป็นแมลงที่มีความสำคัญกับมะม่วงในอนาคตได้

Some interesting beetles from Wiang Pa Pao hill, Chiang Rai in May 2010 ด้วงหนวดยาว และด้วงที่น่าสนใจถ่ายโดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดือนพฤษภาคม 2553 นี้ จากเขตภูเขาที่เวียงป่าเป้า

May 30th, 2010

img_0834-450.jpgimg_1065-450.jpgimg_1047.jpgimg_1073.jpgimg_0979.jpgimg_0916.jpgimg_0913.jpgimg_0912.jpgimg_0863.jpgimg_0755.jpgimg_1159n.jpgimg_0819.jpgimg_1199.jpgimg_1116.jpg
I received some interesting photos taken around Wiang Pa Pao Hills, Chiang Rai, Thailand  by Mička George. Showing that the palce is rich in the natural resources especially in insects, beetles. Photographying of insects is an interesting hobby if we really look for them we can find them. 
ผู้เขียนได้รับภาพชุดนี้มาจากนักท่องเที่ยวชาวเชค ที่ตั้งใจมาศึกษาเรื่องด้วงเพื่อการสำรวจและถ่ายภาพ และก็ได้ภาพดีๆ มาฝากด้วย เห็นแล้วน่าอิจฉา และนึกถึงว่าจะมีคนไทยสักกี่คนที่สนใจทำแบบนี้บ้าง เพราะโอกาสเป็นของเราที่ไม่ต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเหมือนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

Hosting

Hosting