The coconut rhinoceros beetles, Oryctes rhinoceros ด้วงแรดมะพร้าวด้วงมีเขาที่หาง่าย เลี้ยงง่ายมาก เหมาะสำหรับมือใหม่ที่จะหัดเลี้ยง

July 3rd, 2009

o-rhinoa-450.jpgo-rhinop2-450.jpgo-rhinol2-450.jpg
o-rhinoa.jpgo-rhinop1.jpgo-rhinol2.jpg
Oryctes rhinoceros
(Linnaeus, 1758)
        
This beetle is considered as a pest of coconut and oil palm. So, it is prohibited for export or import. Anyhow, it is a good species for rearing practice for the children. Because they are common and can find even in Bangkok. The adults feeding on young shoot especially when the palms are young seedlings for the first 3 years. The life cycle is more or less the same as the common fight beetles, Xylotrupes gideon. Egg is 3-4 mm in diameter and hatches in 7-8  days. Larva lasts for 3-4 months, however, we collected some larvae from Ratchaburi and reared with normal food for dynastids. The larva lasted longer for 6-7 months. It pupated in almost 1 month. The adult normally lives for 2-4 months. It was attracted by the light at night.  
        
ด้วงแรดมะพร้าว ตัวเต็มวัยมีลำตัวสีน้ำตาลแดงเกือบดำ มีขนสีน้ำตาลอ่อนที่ด้านข้างของส่วนหัว อก ขา และด้านล่างของลำตัว  เพศผู้มีเขาคล้ายนอแรดที่ส่วนหัวค่อนข้างยาว เพศเมียคล้ายกับเพศผู้ แต่มีเขาสั้น และที่ส่วนปลายของท้องด้านล่างมีขนหนาแน่นกว่าในเพศผู้ เขตแพร่กระจาย พบกว้างขวางในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาด 37-45 มิลลิเมตร การเพาะเลี้ยง เนื่องจากด้วงตัวเต็มวัยเป็นแมลงศัตรูพืชพบเจาะกินยอดอ่อนมะพร้าว และปาล์มน้ำมัน  ทำให้ยอดมะพร้าวที่แตกออกมาเห็นใบหักเสียหาย  ทางมะพร้าวและปาล์มที่ตัดกองไว้ในสวนเป็นแหล่งเพาะอาศัยของด้วง โดยการวางไข่  และเมื่อฟักเป็นหนอนก็จะเจริญเติบโตกัดกินอยู่ด้านล่าง  หรือกินอยู่ในตอมะพร้าว ด้วงชนิดนี้หาง่ายพบทั่วไปแม้ในเมือง เป็นด้วงที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่จะลองเลี้ยง เพราะเลี้ยงง่ายมาก อาหารที่ใช้เลี้ยงหนอนกว่างสามารถเติมขุยมะพร้าวลงไปด้วยเพื่ิอลดค่าใช้จ่ายจากไม้ผุบดลงไปได้ มูลที่หนอนถ่ายออกมาไม่เป็นก้อนแน่นเหมือนกับมูลของกว่างชน ไข่ทรงกลมเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ  3-4 มิลลิเมตร และฟักภายใน 7-8 วัน มีผู้รายงานไว้ว่าหนอนมีอายุประมาณ 3-4 เดือนอย่างไรก็ตาม หนอนที่เก็บมาจากราชบุรีปลายปี 2551 เลี้ยงด้วงอาหารด้วงกว่างมีอายุ 5-7 เดือนใกล้เคียงกับกว่างชนมาก ดักแด้นาน 1 เดือน เพิ่งออกมาเป็นตัวเต็มวัยหลายตัวในขณะนี้    

You’re invited to our special occasion on “open insect place at Siam Insect Zoo” during 17-18 July 2009 ขอเรียนเชิญครู อาจารย์ผู้สอนทางด้านวิทยาศาสตร์เข้าชมผลงานความก้าวหน้าของสวนสัตว์แมลงสยามฟรี วันที่ 17-18 กรกฎาคม 2552

July 3rd, 2009

       We would like to invite particluarly teachers and lecturers from all schools and universities in Chiang Mai and nearby to visit Siam Insect Zoo on 17-18 July 2009 on the special occasional days with free entrance. The  pre-registration form is attached to the link below.
       สวนสัตว์แมลงสยามขอเรียนเชิญคุณครู อาจารย์จากโรงเรียนทุกระดับ วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะที่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อสังเกตการณ์ ชมผลงาน ในงานวันเปิดตัวแหล่งท่่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู่้เกี่ยวกับแมลง ที่สวนสัตว์แมลงสยาม เชียงใหม่ มีการแสดงการเพาะเลี้ยงแมลงที่มีชีวิตที่หลากหลาย และแสดงแมลงสะสมจากทั่วโลกฟรี รายละเอียดดูเพิ่มเติมได้ที่
http://www.malaeng.com/webboard/index.php?topic=2416.msg11799#msg11799
siz17-18709.jpg

Japanese horned beetle (Mushi king), Trypoxylus dichotomus กว่างญี่ปุ่นที่เริ่มพบแล้ววันนี้ที่เชียงราย

July 1st, 2009

mushik1.jpgmushik2.jpgmushi-l.jpgmushi-p.jpg
        Trypoxylus dichotomus politus
Prell, 1934 is one of the most interesting horned beetles occuring in Thailand. It has a shorter life cycle than the five-horned and three-horned beetles. Generally the egg is more or less about 1 month, larva 6-8 months, pupa 1 month and adult 2-3 months. The flying season for copulation has started in May. Let’s enjoy breeding and rearing this beetle again. The beetles from the wild this year are low in number and those with large size from our breeding fascility are very few too which not enough to supply the needs for the beetle lovers. However, we shall release L2-L3 larvae from our rearing room soon in 1-2 more months. 
      
กว่างญี่ปุ่น หรือกว่างมูชิคิง เป็นกว่างชนิดเดียวกับที่พบในญุ่ปุ่น แต่ชนิดย่อยที่พบในประเทศไทยมีสีเข้มกว่า กว่างญี่ปุ่นมีวงจรชีวิตใกล้เคียงกับกว่างชน แต่สั้นกว่ากว่างสามเขาและกว่างห้าเขา จึงน่าเลี้ยงเพื่อศึกษามากเพราะมีขนาดใหญ่ เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ในปีที่ผ่านมาเยาวชนไทยได้มีโอกาสซื้อด้วงและหนอนด้วงไปเลี้ยงจำนวนหนึ่ง และส่วนมากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เสียงเรียกร้องที่ต้องการด้วงชนิดนี้ไปเลี้ยงเหมือนสัตว์เลี้ยงแบบงานอดิเรกมีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ฤดูกาลที่ด้วงออกจากดักแด้เป็นตัวเต็มวัยเพิ่งจะเริ่มจริงๆ เมื่อเดือนพฤษภาคม ผมมีโอกาสได้พบกว่างญี่ปุ่นจากธรรมชาติตัวแรกเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม เป็นตัวผู้ขนาดใหญ่ด้วย ส่วนตัวผู้ขนาดเล็กแทบจะไม่มีใครสนใจเพราะคล้ายกว่างชนเข้าไปทุกที อย่างไรก็ตามด้วงที่พบจากธรรมชาติปีนี้มีน้อยมาก สำหรับผู้ที่รอคอยมานานอาจจะผิดหวังที่จะเริ่มต้นเลี้ยงจากการผสมพันธุ์ตัวเต็มวัย เนื่องจากมีน้อยและมีการปั่นราคาขายสูงขึ้นของคนที่ขายแมลงรายอื่นๆ จากคู่ละสามหรือสี่ร้อยบาท เป็นคู่ละห้าร้อยบาทขึ้นไปสำหรับตัวผู้ขนาดใหญ่ 70 มิลลิเมตรขึ้นไป จึงอยากจะขอแนะนำให้รอซื้อหนอนไปเลี้ยงดีกว่า สวนสัตว์แมลงสยามกำลังเพาะเลี้ยงอยู่จำนวนมากและจะนำออกแบ่งขายในอีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้ ราคาปกติ L3 จะอยู่ที่ประมาณ 100 บาท ส่วนบางคนใจร้อนก็มาขอซื้อ L2 ซึ่งยังมีขนาดเล็กมากไปเลี้ยงก่อนก็มี เชื่อว่าปีนี้และปีต่อไปด้วงกว่างญี่ปุ่นจะมีคนเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น และคงมีด้วงที่เพาะเลี้ยงได้กันจำนวนมากตามมา สำหรับนักเลี้ยงด้วงมือใหม่ขอให้ใจเย็นๆ อย่าทุ่มเงินซื้อเพราะจะไปฉุดให้ราคาสูงขึ้นไปอีก ยังมีด้วงที่น่าเลี้ยงอีกมาก โดยเฉพาะกว่างห้าเขา หรือกว่างซางอีสาน กว่างซางหูกระต่าย และกว่างซางเหนือกำลังเริ่มจะออกในอีก 1-2 เดือนนี้ แต่กว่างซางเหนือมักจะออกในเดือนกันยายนถึงตุลาคมเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลชนกว่าง (กว่างชน) พอดี 

What do ants feed on? มดกินอะไรเป็นอาหาร

June 30th, 2009

ant-feeding1n-450.jpgant-feeding1-450.jpgant-exchangefood450n.jpgfire-ant1.jpg
ant-feeding1.jpgant-feeding2.jpgant-feeding3.jpg   
        The feeding habits of ants are rather varied. Many ants are carnivorous feeding on the flesh of other living or dead all animals. Some feed on plants parts such as leaves, stems, roots or fruits. The bean subterranean ants are considered as pests of agriculture feeding on soybean pods. Some ants feed on fungi. Many feed on sap from wounded parts of plants, nectar from flowers or fruits. Red ants are usually associated with mealybugs, scale insects or aphids in order to feed on honeydew secretion from insects. Ants in nest often feed on the secretions of other individuals. The exchange of food between individuals (called trophallaxis) is common in many ants. They perform like kissing together. Some ants prefer feed on human foods and grains (fire ants-Solenopsis sp. on potato chips and Tapinoma sp. on rice grains). Water is essential for ants apart from foods. Some ants live on trees usually make their own ways to get water from the ground.
 
       
มดกินอะไร คำถามง่ายๆ แต่คำตอบไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะอาหารของมดค่อนข้างหลากหลาย มดจำนวนมากเป็นพวกไล่ล่าเหยื่อกินเนื้อของสัตว์แทบทุกชนิดทั้งที่มีชีวิตและที่ตายแล้ว กินทุกส่วนและทุกระยะของการเจริญเติบโต มดบางชนิดกินส่วนของพืช เช่นใบ ลำต้น ราก และผล เช่นมดคันไฟ และถั่วเสี้ยนดิน ชนิดหลังกินฝักถั่วลิสง ฟักทอง ที่ผลติดอยู่กับดิน จึงจัดว่าเป็นแมลงศัตรูพืชด้วย มดบางชนิดกินเห็ด รา มดจำนวนมากกินน้ำเลี้ยงของต้นไม้ที่ไหลเยิ้มออกมาจากส่วนที่เป็นแผล บางชนิดกินน้ำหวานที่ดอกไม้ และผลไม้ ดังนั้นมดจึงมักชอบน้ำตาล มดแดงชอบอาศัยอยู่ร่วมกับเพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย และเพลี้ยอ่อนเพื่อดูดกินมูลของเพลี้ยซึ่งเป็นน้ำหวาน มดที่อาศัยอยู่ในรังมักมีการกินสารที่มดตัวอื่นปล่อยออกมา พฤติกรรมของมดที่คล้ายการเอาปากจูบกัน เป็นการแลกเปลี่ยนอาหารซึ่งกันและกันเป็นเรื่องธรรมดาที่พบในมดทั่วไป มดคันไฟเป็นตัวอย่างของมดที่กินอาหารของคนด้วย เช่นชอบกินมันฝรั่งทอดกรอบมาก มดเหม็นชอบกินในข้าวสาร มดนอกจากกินอาหารแล้วยังต้องการน้ำด้วยเพื่อการดำรงชีวิต มดที่อาศัยอยู่บนต้นไม้บางครั้งยังทำทางเดินลงสู่พื้นดินเพื่อกินน้ำด้วย ลองช่วยกันคิดดูซิครับว่านอกจากนี้ มดยังกินอะไรอีก มีคำพังเพยหนึ่งที่เปรียบเทียบเรื่องการกินกับมดปิดท้ายเรื่องนี้ว่า “น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา”

White tiger moth or marbled white moth, Nyctemera coleta, moth photos for July 2009 ผีเสื้อลายเสือลายหินอ่อน ภาพผีเสื้อกลางคืนของเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒

June 30th, 2009

nyctemera-coletaa1-450.jpgnyctemera-coletal-450.jpgnyctemera-coletap-450.jpg
nyctemera-coletaa2.jpgnyctemera-coletaa1.jpgnyctemera-coletal.jpg
White tiger moth or marbled white moth
Nyctemera coleta (Stoll, 1781), Arctiidae: Lepidoptera 
        
The marbled white moth is a day-flying moth and also active at night. Although small in size, but uniformed colors on wings make it beautiful. It is widely distributed India, Sri Lanka to South China, Taiwan, Japan, the south in Malaysia, Singapore, Sumatra, Java, Philippines, New Guinea and Thailand (Kanchanaburi, Chiang Mai and Chiang Rai). Host plants are Gynura and other Compositae. I used to rear the caterpillars of this moth on a kind of plant (unidentiflied yet, anyone knows, appreciate for the feedback). 
       
ผีเสื้อลายเสือลายหินอ่อน เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลางค่อนข้างเล็ก บ่อยครั้งที่เราพบผีเสื้อชนิดนี้บินในเวลากลางวัน ส่วนในเวลากลางคืนก็บินเข้าหาแสงไฟด้วย เขตแพร่กระจายพบตั้งแต่ศรีลังกา อินเดีย ถึงจีน ไต้หวันและญี่ปุ่น ทางใต้พบในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และปาปัวนิกินี ในประเทศไทยมีรายงานว่าพบที่กาญจนบุรี เชียงใหม่ และเชียงราย เป็นต้น ผู้เขียนเคยพบหนอน เลี้ยงจนเข้าดักแด้ และออกมาเป็นตัวเต็มวัย จากพืชในวงศ์ Compositae เข้าใจว่าเป็นพืชอาหารในสกุลเดียวกับ หัวน่วม ว่านมหากาฬ และประคำดีควาย (Gynuara)
Ref:  http://www.jaycjayc.com/nyctemera-coleta-tiger-moth/
         Malaysian moths

RIFA, Solenopsis invicta, a new dangerous ant coming closer to Thailand มดคันไฟชนิดใหม่ภัยร้ายที่กำลังมาใกล้ตัว

June 24th, 2009

solenopsis-invicta2-5-450n.jpgsolenopsis-gem450n.jpgsolenopsis-invicta4-450.jpgsolenopsis-invicta5n-450.jpgsolenopsis-invicta7.jpgsolenopsis-invicta6.jpgsolenopsis-invicta5n.jpgsolenopsis-invicta4.jpgsolenopsis-invicta1.jpgsolenopsis-sympt.jpg
Solenopsis invicta
Buren, 1972 
       
The Red Imported Fire Ant or simply RIFA, is one of over 280 species in the widespread genus Solenopsis. Although the red imported fire ant is native to South America, it has become a pest in the southern United States, Australia (2001), Taiwan, Hong Kong,
southern Chinese province of Guangdong and the Philippines in 2004-2005, not yet Thailand. RIFA are known to have a strong, painful, and persistent irritating sting that often leaves a pustule on the skin.
          In the 1930s, colonies were accidentally introduced into the United States through the seaport of
Mobile, Alabama. Cargo ships from Brazil docking at Mobile unloaded goods infested with the ants. They have since spread from Alabama to almost every state of the American South, from Texas to Maryland. Since the 1990s, infestations have been reported in California in the West and New Mexico in the Southwest, but probably via ship or truck (not overland) in the case of California
(Source: Wikipedia).   
         
มดคันไฟชนิดใหม่ภัยร้ายที่กำลังมาใกล้ตัว เป็นมดหนึ่งใน
280 ชนิดของสกุล Solenopsis ที่พบในโลกนี้ มดชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ เช่นพบที่บราซิล ได้ระบาดเข้าไปทางใต้ของอเมริกาโดยการติดไปกับตู้สินค้าตั้งแต่ปี 1930 พบแพร่กระจายอยู่ในรัฐอาลาบามา เท็กซัส แมรี่แลนด์ตั้งแต่ปี 1990 มีการระบาดในคาลิฟอร์เนีย และนิวเม็กซิโก ทำนองเดียวกันได้ติดเข้ามากับตู้สินค้าไปออสเตรเลียปี 2001 พบในมณฑลกวางตุ้งของจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ปี 2004-2005 สำหรับประเทศไทยยังไม่พบมดชนิดนี้ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะพบได้ในอนาคต จึงควรระวัง ความสำคัญมดของมดคันไฟชนิดใหม่ การต่อยของมดด้วยเหล็กไนพร้อมกับการปล่อยสารพิษกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งทำให้เนื้อเยื่อตาย นอกจากสร้างความเจ็บปวดแล้วยังทำให้เกิดบาดแผลพุพอง เป็นหนองที่ผิวหนังได้ คนที่รู้จักมดชนิดนี้ดีต่างกลัวกันมาก มีคนที่ถูกกัดถึงตายเพราะมดชนิดนี้ มดยังสร้างความเสียหายให้แก่พืชผลการเกษตร สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า หนอนผีเสื้อและแมลงที่มีประโยชน์ต่างๆ เครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตร อุปกรณ์ไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์ มิเตอร์ไฟฟ้า ปั้มน้ำ เครื่องมือเครื่องจักรที่อยู่นอกอาคาร มดชนิดนี้มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกับมดคันไฟที่พบทั่วไปในไทย แต่มดคันไฟไทยไม่ร้ายแรงเท่าเพราะไม่ก่อให้เกิดบาดแผลที่เป็นฝีหนอง มดคันไฟอาศัยอยู่ตามพื้นดิน ทำรังในดิน รังไม่เป็นเนินดินสูงเหมือนจอมปลวกซึ่งมดคันไฟชนิดใหม่นี้ทำ สวนสัตว์แมลงสยามตระหนักถึงความสำคัญของมดได้มีการแสดงนิทรรศการเรื่องมด และประชาสัมพันธ์ถึงภัยที่จะมากับมดคัรนไฟชนิดใหม่นี้ มาเรียนรู้เรื่องมดด้วยกัน

The plain olivaceous-red pond damselflies, Ceriagrion praetermissum แมลงปอเข็มสีพื้นอมส้ม แมลงปอเข็มบ่อสีเด่นจากแหล่งน้ำที่ราบทั่วไป

June 19th, 2009

ceriagrion-praetermissum1-450.jpgceriagrion-praetermissumm-450.jpgceriagrion-praetermissumf-450.jpgceriagrion-praetermissum1.jpgceriagrion-praetermissumm.jpgceriagrion-praetermissumf.jpg
Ceriagrion praetermissum
Lieftinck, 1929
       Abd. 23-24 mm, HW 15 mm. Head labium is pale yellow; labrum, genae, base of mandibles and anteclypeus yellow; postclypeus, frons and vertex reddish brown. Prothorax and thorax are olivaceous with golden sheen on dorsum. Abdomen is bright red throughout except side iof segment 1 and the ventral surface of all yellowish; inferior anal appendages with a thick robust spine projecting back from their middle. Female is very similar to the male, but paler rather yellow, with  reddish tint on segments 8-10. Distribution: Myanmar Thailand, Malaysia to Java.
        แมลงปอเข็มสีพื้นอมส้ม เพศผู้มีสีออกแดงปนน้ำตาลสดมากกว่าเพศเมียโดยเฉพาะที่หน้าผากและด้านบนของตารวม ส่วนท้องเพศผู้มีสีน้ำตาลแดงยกเว้นปล้องแรกที่มีสีเหลืองด้านข้าง ส่วนเพศเมียมีสีน้ำตาลมากกว่าแดง สีแดงมักชัดขึ้นในปล้อง 8-10 เขตแพร่กระจายพบในพม่า ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย (เกาะชวา) ในประเทศไทยพบทั่วไปตามบ่อน้ำในเขตภาคกลาง ภาพเพศเมียจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน (18.vi.09) ส่วนเพศผู้จากเทคโนธานี รังสิต (26.x.07)

Cucurbit leaf beetle, Aulacophora indica ด้วงเต่าแตงแดง แมลงกินใบแตงที่ระบาดไปทั่ว

June 19th, 2009

aulacophora1-450.jpgaulacophora4-450.jpgaulacophora1.jpgaulacophora2.jpgaulacophora3.jpg
       Aulacophora indica
(Gmelin, 1790), other syn. Galeruca indica Baly 1878, Aulacophora similis (Olivier). The common names of this beetle is known as leaf beetle, pmpkin beetle or squash beetle. A destructive pest feeding on cucurbit leaves. Distribution: in EUROPE, Russia, Siberia,  Afghanistan, Nepal, Pakistan, Bangladesh, Bhutan, India, Sri Lanka, China, Hong Kong, Taiwan, Korea, Japn, Vietnam, Lao, Thailand, Cambodia, Malaysia, Myanmar, Philippines, Fiji, Guam, New Caledonia, Papua New Guinea, Solomon Islands, Tonga.      
        ด้วงเต่าแตงแดง ตัวเต็มวัยและตัวอ่อนกัดกินใบพืชตระกูลแตง โดยมักกัดเป็นวงก่อน จากนั้นก็กัดกินผิวใบในวงก่อนจนหมด ทำให้เกิดเป็นรูพรุนไปทั่ว บางครั้งพบผสมพันธุ์กันเป็นคู่ๆ บนใบ เมื่อเวลาเข้าใกล้มักจะบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ด้วงเต่าแตงเป็นแมลงที่มีการระบาดไปทั่วในยุโรป และแทบทุกประเทศในเอเชียไปถึงปาปัวนิวกินี ฟิจิ เกาะกวม หมู่เกาะโซโลมอน และตองกา เป็นต้น