Stingless Bees, Apidae: Hymenoptera recorded from Thailand ชันโรง ผึ้งจิ๋ว หรือผึ้งไร้เหล็กในที่มีรายงานการพบจากประเทศไทย

015.jpg
Hypotrigona klossi
Schwarz, 1939 
014.jpg
Hypotrigona pendleburyi
Schwarz, 1939 
013.jpg
Hypotrigona
scintillans
(Cockerell, 1929)
trdsc_0140.jpgtrdsc_0245.jpgtrdsc_0260.jpg
Trigona sp.
[uniden. Saphan Hin WF, Trat] 
t-api1.jpgt-api2.jpg
Trigona
apicalis Smith, 1857 ชันโรงขี้ย้าดำ ชันโรงตัวใหญ่ แมลงขี้สูด
Trigona aliceae Cockerell, 1929
Trigona atripes Smith, 1857
Trigona binghami Schwarz, 1939
005.jpg
Trigona
canifrons Smith, 1857
004.jpgmae-rim20viii12-1.jpg
Trigona collina
Smith, 1857 
อุงดิน รังจะถูกสร้างอยู่ใต้ดิน บริเวณจอมปลวก
Trigona
doipaensis Schwarz, 1939
Trigona
ferrea Cockerell, 1929
Trigona
fimbriata Smith, 1857 ขี้ย้าแดง ชันโรงยักษ์
009.jpg
Trigona
flavibasis Cockerell, 1929
Trigona fuscibasis
Cockerell, 1929
Trigona fuscobalteata Cameron, 1908 ชันโรงเล็กฟาสโคเบาทีต้า
Trigona
geissleri Cockerell, 1918
Trigona hirashimai Schwarz, 1939
010.jpg011.jpg012.jpg
Trigona
iridipennsis Smith, 1854 
Trigona itama Cockerell, 1918
Trigona
laeviceps Smith, 1857 ชันโรงเล็กลีวิเซบ ทางเหนือเรียกขี้ตัวนี ขี้ตังนี หรือขี้ตึง มีขนาดเล็ก
Trigona latigenalis Cockerell, 1969 
002.jpg
Trigona
melanoleuca Cockerell, 1929
Trigona melina Gribodo, 1893
Trigona minor Sakagami, 1978
Trigona
nitidiventris Smith, 1857
Trigona pagdeniformis Sakagami, 1978 
Trigona
pagdeni Schwarz, 1939  ชันโรงเล็กเพ็สดินาย
003.jpg
Trigona
peninsularis Cockerell, 1927
Trigona sarawakensis Schwarz, 1937
Trigona scintillans Cockerell, 1920
007.jpg
Trigona
terminata Smith, 1878
006.jpg
Trigona
thoracica Smith, 1857 
Trigona
sirindhonae Michener & Boongirt, 2004 ชันโรงสิริธร
Trigona vadezi Cockerell, 1918
008.jpg
Trigona
ventralis
Smith, 1857  
References:
Atsalek K., S. Wongsiri and O. Duangphakdee. 2005. New record of stingless bees (Meliponini: Trigona) in Thailand. The Nat. Hist. J. Chulalongkorn Uni. 5(1): 1-7.
Chama Inson and Savitree Malaipan. 2007. Diversity of the genera Trigona and Hypotrigona (Apidae) at Thong Pha Phum, Kanchanaburi. BRT Research Project, Kasetsart Uni. 343-356.

Tricolor Big-legged Tortoise Beetles, Sagra femorata purpurea, a northern Thai species from Lamphun ด้วงเต่าขาโตสามสี พบจากภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะที่ลำพูน

sagra12n.jpgsagra450.jpgsagra1.jpgsagra2.jpgsagra3.jpg
 Sagra femorata purpurea
Lichtenstein, 1795
(Family Chrysomelidae, Order Coleoptera)
         Tricolor Big-legged Tortoise Beetle is a shoot or culm boring beetle feeding mainly on the rattan Pueraria lobata, commonly known as kudza. The adults have at least three different color shades which are metallic greenish-blue or blue, green or golden green, purplish red or red. Antennae reach to about the middle of the elytra. Thorax is elongate, generally longer than other related species, about one-fourth longer than the anterior width. Male, with the hind femora of the legs elongate, the apex bidentate; apex of tibiae bidentate, the outer tooth is large. The large hind legs make the beetle moving slowly than it for jumping. Female is relatively smaller and hind femora are smaller than that of the male. Body length is about 10-22 mm.
         ด้วงเต่าขาโตสามสี เป็นด้วงที่พบได้ในประเทศเวียดนาม ทางใต้ของจีนและทางเหนือของไทยโดยเฉพาะที่ลำพูน ตัวอ่อนเจาะกินอยู่ในไม้เถาในวงศ์เดียวกับกวาวเครือ เป็นไม้เถาที่ตัดแล้วมีน้ำไหลออกมา ไม้เถานี้มักพันต้นไม้อื่นรวมทั้งไผ่ในอเมริกาจัดเป็นไม้เถาที่มีปัญหาในป่า ด้วงชนิดนี้มี 1 ชั่วอายุขัยต่อปี ตัวเต็มวัยพบได้ในช่วงต้นฝน ขนาดลำตัวยาวประมาณ 20-22 มิลลิเมตรมีทั้งรูปแบบสีน้ำเงิน เขียว เขียวทอง หรือแดงม่วง ลักษณะเด่นที่แตกต่างจากด้วงเต่าขาโตชนิดอื่นๆ คือมีหนวดยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวของปีก อกค่อนข้างยาว ยาวกว่าความกว้างของด้านหน้าของอก เพศผู้มีโคนขาคู่หลังขยายใหญ่และมีหนามที่ปลายโคนขาสองแฉกหนามที่อยู่ด้านนอกของโคนขามีขนาดใหญ่ แม้ว่าขาหลังมีขนาดใหญ่คล้ายขากระโดด แต่การเคลื่อนไหวเชื่องช้าตามใบและกิ่งไม้ การที่เพศผู้มีขายาวใหญ่กว่าเพศเมียมากมีประโยชน์ในการอวดตัวเอง และการเกาะเพศเมียในขณะผสมพันธุ์ ไม่ได้ใช้กระโดดเหมือนตั๊กแตนแต่อย่างใด
Reference:
http://hbs.bishopmuseum.org/pi/pdf/20(2)-191.pdf

The common red ant, Orange-red ant, Weaver ant or Green ant, Oecophylla smaragdina มดแดง หรือมดแดงส้มที่พบทำรังตามต้นมะม่วง และต้นไม้ใหญ่ทั่วไป

red-ant-ext450.jpgant-mealy-b.jpgant-red.jpgant-lays-eggs.jpg
Oecophylla smaragdina (Fabricius, 1775)
(Formicinae: Formicidae) 
       The common red ant, Orange-red ant, Weaver ant or Green ant is the most common red ants widely distributed in Asia, North of Australia, Solomon Island and New Guinea. The characteristic of red ants is different depending on its caste. The worker is red or orange-red while the queen is greenish on abdomen which is the only greenish ant known in the world. The male is small black with two pairs of clear wings found during the mating season.  They build their nests on the trees by folded leaves which sticked together by white web produced by workers. Eggs of normal red ant including larvae, pupae and adults are sources of foods for local pepole.
      
มดแดง หรือมดแดงส้ม เป็นมดที่พบกระจายอย่างกว้างขวางในเอเชีย ทางใต้ลงไปถึงทางตอนเหนือของออสเตรเลีย เกาะโซโลมอน และนิวกินี ลักษณะทั่วไปของมดมีความแตกต่างกันไปในแต่ละวรรณะ โดยมดงาน (worker) มีลำตัวสีแดง หรือแดงส้ม ยาวประมาณ 1 เซนติเมตรทั้งหมดเป็นเพศเมียขนาดเล็กไม่มีปีก ส่วนเพศเมียขนาดใหญ่ที่มีปีกซึ่งจะเจริญเป็นมดราชินี หรือนางพญาต่อไป บางครั้งเรียกกันว่าแม่เป้ง มีลำตัวสีน้ำตาลแดง มีส่วนท้องสีเขียวอ่อน แม่เป้งมีอยู่หลายตัวในรัง เมื่อเจริญเต็มที่จะสลัดปีกและออกไข่เพื่อสร้างรังใหม่จะกลายเป็นมดราชินี หรือมดนางพญา (queen) ต่อไป ในรังมดแดงรังหนึ่งๆ จะมีมดราชินีได้หลายตัวเป็นแมลงที่เป็นสัตว์สังคมรังใหญ่ มดที่มีลำตัวสีเขียวนั้นเท่าที่ทราบกันมีเพียงชนิดเดียวในโลก ส่วนเพศผู้ (male) มีสีดำมีปีกบาง 2 คู่มีอยู่เป็นส่วนน้อยของรัง และมักจะพบในช่วงที่มีการผสมพันธุ์ พวกมันสร้างรังบนต้นไม้โดยการยึดใบไม้หลายๆ ใบด้วยเส้นใยที่มดสร้างขึ้น ต้นไม้ที่พบเห็นมดแดงใช้สร้างรังบ่อยๆ ได้แก่ มะม่วงที่ปลูกอยู่ทั่วไป ไข่ของมดแดง ตัวอ่อน รวมทั้งดักแด้ และตัวเต็มวัยสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารอันโอชะที่ชาวบ้าน คนในชนบททางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือรู้จักกันมานาน มดแดงแม้จะมีพิษน้อย แต่เมื่อมีจำนวนมากรุมต่อยก็สร้างความเจ็บปวดได้ นอกจากนี้มดแดงยังสามารถฉีดน้ำซึ่งเป็นเหมือนกรดน้ำส้มออกมาเพื่อป้องกันตัว จึงไม่ควรแหงนดูรังมดใกล้ๆ โดยเฉพาะเมื่อมันกำลังป้องกันรังที่ถูกรบกวน
back to Hymenoptera

Falcate Horned Dragon Beetle, Platynocephalus miyashitai, a beautiful flower beetle from Chiang Mai ด้วงมังกรเขาเคียว แสนสวยจากอมก๋อย เชียงใหม่

platynocephalus-miya1450.jpgplatynocephalus-miya2450.jpg
platynocephalus-miya2.jpgplatynocephalus-miya3.jpgplatynocephalus-miya4.jpg

Platynocephalus miyashitai
Delpont, 1995   
Cetoniinae, Scarabaeidae, Coleoptera
      
Brownish above, except the inner part of elytra greenish-yellow, another black form with darker brown to black on pronotum, scutellum and lateral sides of elytra in both sexes. Male, head bears a pair of curved horns, diverging in front, projecting upwards and backwards; pronotum moderately convex; elytra with well marked dot-lines; front legs greatly elongated, front tibia black, except near the apical end partly yellow, tarsi yellow, black at the apical end of each segment, claws black. Female, clypeus is quadrate, strongly punctured, without horns; front legs also short. Length male (without horn) 23 mm, female 20mm.Distribution: Confined to N. Thailand (Mae Suay, Omkoi).
         ด้วงมังกรเขาเคียว ด้วงดอกไม้สวยหายากจากภาคเหนือของไทย มีสองรูปแบบคือปีกแข็งคู่หน้าสีน้ำตาลทั้งปีกและรูปแบบที่มีขอบปีกสีดำ เพศผู้มีเขาที่ส่วนหัวโค้งยาวขึ้นไปด้านหน้าแล้วม้วนวกมาด้านหลังเล็กน้อย เพศเมียไม่มีเขาและมีขาคู่หน้าสั้นกว่า พบที่แม่สรวย และอมก๋อย เชียงใหม่ สวนสัตว์แมลงสยามกำลังพยามเพาะเลี้ยงยังรอลุ้นไข่อยู่

The Lesser Yellow-jacket, or The Lesser Parapolybia Paper Wasp, a common paper wasp in Thailand, Parapolybia varia แตนใต้ใบไม้เล็กที่ชอบทำรังใต้ใบไม้ พบทั่วไปในประเทศไทย

dsc_0199-450.jpgdsc_0193.jpgdsc_0197.jpgdsc_0199.jpg
Parapolybia varia
(Fabrcius, 1787) 
Subfamily POLISTINAE: Family VESPIDAE
The Lesser Yellow-jacket is a very common species of paper wasp in Thailand. Adult body length is about 11-17 mm, brown with yellow markings. The nest is rather small usually under the leaves 1-2 meters high above the ground. Photos of the top row were from a longan tree at Siam Insect Zoo, Mae Rim, Chiang Mai.
แตนใต้ใบไม้เล็ก หรือแตนเหลืองเล็ก เป็นแตนขนาดเล็ก พบได้ตามสวนทั่วไปในประเทศไทย มีลำตัวค่อนข้างเรียวยาวประมาณ
11-17 มิลลิเมตร ลำตัวมีสีน้ำตาลลายเหลือง มักทำรังตามใต้ใบไม้ในสวนสูงจากพื้นดินประมาณ 1-2 เมตร รังอาจจะมีขนาดเล็กมีแตนอาศัยอยู่ 10-20 ตัวไปจนถึงรังขนาดใหญ่ที่มีรังละนับร้อยตัว รูปแบบรังจึงแตกต่างกันไป ภาพแถวบนจากรังขนาดเล็กที่ทำอยู่ใต้ใบลำไยที่สวนสัตว์แมลงสยาม แม่ริม เชียงใหม่