เพลี้ยแป้งจุดดำ (Solenopsis mealybug) Phenacoccus solenopsis Tinsley

April 2nd, 2012

mealy-b-bkk450.jpgmealy-b-bkk.jpg
      ชื่อเพลี้ยแป้งจุดดำ
(Solenopsis mealybug) Phenacoccus solenopsis Tinsley ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือโรคและแมลงของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อวิทยาศาสตร์ เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพลี้ยแป้งของโลกได้แจ้งให้ผู้เขียนทราบว่า เพลี้ยแป้งจุดดำที่พบในประเทศไทยและหลายประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้มีชื่อวิทยาศาสตร์ที่ไม่ถูกต้อง เมื่อเก็บตัวอย่างทำเป็นสไลด์และส่องดูใต้กล้อง พบว่ามีลักษณะบางอย่างซึ่งเหมือนกับเพลี้ยแป้งที่พบในประเทศปากีสถานและอินเดียมากกว่าที่จะเป็นชนิด P. solenopsis อย่างไรก็ตามยังไม่มีชื่อวิทยาศาสตร์เป็นทางการที่ใช้สำหรับเพลี้ยแป้งดังกล่าวนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกำลังศึกษาตรวจสอบอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ในระหว่างนี้สมควรที่จะใช้เพียงชื่อสกุลคือ Phenacoccus sp. ชั่วคราวไปก่อน ผู้เขียนได้แนบภาพเพลี้ยแป้งจุดดำที่ถ่ายจากอินเดียเมื่อตุลาคม 2007 ที่ผ่านมาเพื่อเปรียบเทียบกับเพลี้ยแป้งจุดดำที่พบในประเทศไทย สรุปจากคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญด้นเพลี้ยแป้งว่าชนิดที่ปรากฏในรูปนี้คือชื่อที่ปรากฏข้างต้นนี้

phenacoccus-india1.jpgdragonfruit.jpgcitrus.jpg
         I would like to refer to the suggestions on a species of mealybug especially Phenacoccus sp. in Thailand made by Dr. Takumasa (Demian) Kondo, a scale insect taxonomist of University of California, Davis, Department of Entomology One Shields Avenue, Davis, California 95616, USA. He visited Thailand in June 2007 and bought one of my books back for his reference Diseases and insect pests of economic crops. Even it is a Thai text edition, but with English common names and scientific names. Then he wrote me an e-mail suggested on misidentified scale insects, which I will correct them in the next edition. Some of his helpful words and appreciation are always in my mind, hereafter a part of his comments:

Besides some misidentifications with the scale insects, I think your book is excellent, I love it and that is why I bought it in the first place. It has information of both insect pests and diseases and it is very useful. The problem with identifying scale insects is that it is essential to slide mount them in order to identify them correctly.
         He already pointed out the problem, which it is not so easy to identify like other insects. The knowledge of is group of insects in Thailand is rather weak. I have a few papers on them. Therefore I spent time searching and learning more from other experts through the internet. 
 
        I have listed Phenacoccus solenopsis Tinsley (Solenopsis mealybug เพลี้ยแป้งจุดดำ) in my book. Referring to Dr. T. Kondo although the external characters of the species in Thailand resemble to P. solenopsis, but when checked the mounted specimens on slide, they were close to that of species occurring in Pakistan and India. However, there is no specific name known so far for that species. Recently he informed me that some one has carried on the studies in U.K. So, the name Phenacoccus sp. should be temporary used for this mealybug. I have attached a photo of Phenacoccus sp. from W. India taken in October 2007 and some other photos of the same species from some crops in Thailand for the comparing. Fianlly the above mentioned name, Phenacoccus solenopsis, seem to be valid for the species occurs in Thailand as shown in the photos.

White banded fruit-piercing moth, Bastilla crameri, moth photo for January 2012 ผีเสื้อเจาะผลแถบขาว ผีเสื้อกลางคืนของเดือนมกราคม ๒๕๕๕

January 6th, 2012

bc01-450n1.jpgbc04-450.jpg
bc01.jpgbc02.jpgbc03.jpg
Bastilla crameri
Moore, 1885
Noctuidae : Lepidoptera
         White banded fruit-piercing moth is found from India, Sri Lanka, Nepal to China, Peninsular Malaysia, Sumatra, Borneo and Thailand (Kanchanaburi, Chiang Mai, Chiang Rai). It is also present in South Africa. The larvae feed on Sandoricum (กระท้อน) and Phyllanthus (มะยม) species. Adults are fruit-piercing moths, attcking longan (ลำไย) and tangerine (ส้มเขียวหวาน)
References: Kononenko & Pinratana, 2005. Moths of Thailand, Vol. Three, Noctuidae;
http://en.wikipedia.org/wiki/Bastilla_cr
         ผีเสื้อเจาะผลแถบขาว เป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดกลางในวงศ์เดียวกับผีเสื้อหนอนกระทู้ มีเขตแพร่กระจายในอินเดีย ศรีลังกา เนปาล ถึงจีน ทางใต้พบในมาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียว และพบในไทย (กาญจนบุรี เชียงใหม่ และเชียงราย) นอกจากนี้ยังมีร่ายงานว่าเป็นผีเสื้อกลางคืนที่พบในแอฟริกาด้วย ตัวหนอนกินใบกระท้อน และมะยม ส่วนตัวเต็มวัยพบเจาะดูดกินตามผลไม้ โดยเฉพาะลำไย และส้มเขียวหวาน

Slender Rice bugs, Leptocorisa oratorius, a destructive pest of rice แมลงสิง แมลงฉงแมลงศัตรูข้าวที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากเมล็ดข้าว

December 19th, 2011

lordsc_0205.jpg 
lor1dsc_0202.jpglor2dsc_0208.jpglor3dsc_0206.jpg
       
แมลงสิง แมลงฉง Leptocorisa oratorius (F.): Alydidae (used to be Coreidae) แมลงตัวเล็กใครว่าไม่สำคัญ ตัวอ่อนมีสีเขียวอ่อนไม่มีปีกหรือมีปีกสั้นอยู่ในระหว่างสร้างปีก พบทั่วไปในทุกแห่งที่ทำนาในเขตร้อน ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือ Leptocorisa acuta (Thunberg) มักพบในเขตหนาวแตกต่างจากชนิดแรกที่ส่วนท้องไม่มีจุดขาวที่เรียงอยู่ทางด้านข้าง พบทั่วไปในทุกแห่งที่ทำนา เป็นแมลงที่มีความสำคัญต่อผลผลิตมากโดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูเพราะตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากเมล็ดข้าวในระยะเป็นน้ำนม ทำให้เมล็ดข้าวลีบหรือเมล็ดไม่สมบูรณ์ สังเกตได้จากรอยน้ำตาลดำ ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด
          The rice bug is considered as a major pest of rice. It attacks rice seeds at the mature stage of rice. Both greenish nymphs and adults feed by sucking directly from milky seeds. Black spots symptoms can be seen after that.
rice-leptocorisa-ku405.jpgleptocorisa-oratoriusn2.jpg

Coconut black-headed caterpillar, Opisina arenosella, moth photos for March 2011 หนอนหัวดำมะพร้าว แมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญในขณะนี้ ภาพเด่นของเดือนมีนาคม ๒๕๕๔

March 1st, 2011

opisina-arenosella-a2.jpgopisina-arenosellaa1.jpgopisina-arenosella-l1.jpgopisina-arenosella-p1.jpg
Opisina arenosella Walker
(Lepidoptera: Oecophoridae)
         Coconut black-headed caterpillar is one of the major pests of coconut causing considerable damage to coconut industry and according to a recent survey, about 1.6 million palms are affected in Karnataka (India) alone. Available control measures include mainly topical sprays and systemic application (root administration) of synthetic pesticides. The treated trees were monitored for 14 weeks to record phytotoxic effects including any abnormal development like button shedding, yellowing, drooping or drying of leaves
(http://www.ias.ac.in/currsci/jan252000/articles7.htm). The distribution is also including Sri Lanka, Bangladesh, Myanmar, Pakistan, Malaysia, Indonesia and Thailand. Opisina arenosella has been found attacking coconut in Prachuabkirikhun at the moment. The Biological control is strongly recommended. Adult is a small moth, 10-12 mm in length from fore-head to the end of abdomen, creamy grey with grey spots at wing margins. Sexes similar, but female is slightly larger. The adult female enables to lay more or less 200 eggs. The newly hatched larvae stay together for 1-2 days and will soon move to feed on young coconut leaves. The caterpillar body is pale brown with 5 dark longitudinal reddish-brown to black stripes and spots. Head is reddish-brown to black. The full grown larva is 20-25 mm in length.
        
หนอนหัวดำมะพร้าว แมลงศัตรูพืชที่สำคัญชนิดใหม่ที่พบในมะพร้าว ความเสียหายที่พบในอุตสาหกรรมมะพร้าวรุนแรงมาก จากการสำรวจในรัฐคานาตากาของอินเดีย พบว่าทำลายมะพร้าวมากถึง 1.6 ล้านต้น เขตแพร่กระจายนอกจากอินเดียแล้วพบใน ศรีลังกา บังคลาเทศ ปากีสถาน พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซียและไทย โดยมีรายงานการระบาดรุนแรงที่ประจวบคีรีขันธ์ในขณะนี้ การป้องกันกำจัดมีหลายวิธีที่กำลังดำเนินการกันอยู่ เช่นโดยการใช้สารเคมีมีการพ่นสารทางอากาศ และการใช้สารดูดซึมทางราก การป้องกันกำจัดโดยใช้แมลงศัตรูธรรมชาติน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็ก ลำตัวจากส่วนหัวถึงปลายท้งยาวประมาณ 10-12 มิลลิเมตร มีสีครีมปนเทา มีจุดสีเทาเข้มที่ขอบปีก ทั้งสองเพศมีลักษณะคล้ายกัน แต่เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย เพศเมียสามารถวางไข่ได้มากถึง 200 ฟอง หนอนเมื่อฟักจากไข่มักอยู่รวมกัน 1-2 วันก่อนที่จะกัดกินใบอ่อนมะพร้าว หนอนมีสีน้ำตาลอ่อน มีแถบสีน้ำตาลแดงเข้มถึงดำพาดตามความยาว 5 แถบแลจุดเรียงกันตามความยาว ส่วนหัวมีสีน้ำตาลแดงเข้มจนถึงดำ เมื่อโตเต็มที่มีขนาดยาว 20-25 มิลลิเมตร

Coconut hispine beetle, Brontispa longissima (Gestro), an important pest of coconut in S.E. Asia แมลงดำหนามมะพร้าว แมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

January 31st, 2011

brontispa-longissima-a450.jpgbrontispa-longissima-l450.jpgbrontispa-longissima-l4n.jpgbrontispa-longissima-a.jpgbrontispa-longissimalifec.jpg
         
Brontispa longissima is also known as the Coconut leaf beetle, the Two-coloured coconut leaf beetle, or the Coconut hispine beetle. It is a leaf beetle that feeds on young leaves, damages  seedlings and mature coconut palms. The adult fore-wings are yellow at basal 1/3, the rests are black. The body length is about 9 mm. Sexes are similar, female is slightly longer. It has become an increasingly serious pest of coconuts throughout various growing regions in the Pacific, especially over the last 3 decades, including Thailand, Laos, Vietnam, Malaysia, Indonesia and most recently the Philippines.
        
แมลงดำหนามมะพร้าว เป็นด้วงขนาดเล็กที่ทำลายมะพร้าวต้นสูง ปีกคู่หน้ามีสีเหลืองส้ม 1/3 ของฐานปีก ส่วนที่เหลือมีสีดำ ลำตัวยาวประมาณ 9 มิลลิเมตร เป็นศัตรูสำคัญของมะพร้าวในแปลงเพาะ และมะพร้าวต้นเล็กจนถึงอายุ 3-4 ปี ทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะซ่อนอยู่กับยอดอ่อน ของใบที่เริ่มคลี่ หนอนวัย 1 จะแทะผิวใบด้านในที่ยังพับติดกันอยู่ เมื่อใบคลี่ออกทำให้ใบอ่อน มีรอยไหม้  หนอนวัย 2 และ 3 จะกัดกินใบเสียหายมากขึ้น เมื่อถูกทำลาย มากใบจะหักพับลงมา ถ้าทำลายรุนแรงอาจทำให้มะพร้าวถึงตายได้ ตัวเต็มวัย จะกัดทำลาย และวางไข่ที่ยอดอ่อนของใบ ทำให้ปลายใบอ่อนม้วนเป็นที่อาศัย ของหนอนอยู่ภายในเป็นแมลงที่มีความสำคัญมากกับมะพร้าวในช่วงเวลาสามสิบปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในประเทศไทย ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเร็วๆ นี้ที่ฟิลิปปินส์  

The alternate cropping system cutting down the population of Brown plant-hopper-BPH, Nilaparvata lugens (Stål) in Bangladesh ระบบการปลูกพืชหลังข้าวช่วยตัดวงจรการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าวได้ดีที่บังคลาเทศ

December 7th, 2010

bph1.jpgbph3.jpg
ndsc_0014.jpgndsc_0038.jpgpbgld10-2.jpg
pdsc_0064.jpgpdsc_0068.jpgpdsc_0072.jpg
      How lucky for Bangladesh and India is in not yet facing a serious outbreak of BPH as seen in many countries in Southeast Asia. I have visited some places north and northwest of Dhaka especially in Bogra (200 km from Dhaka) at the end of November 2010 which is the end of rice season. A large area of rice growing has been harvested. Soon after the harvesting farmers will be busy in ploughing the land and start growing potato almost everywhere leaving some small scattered areas for field crops (sugarcane), vegetable crops (chilli, flat bean, eggplants, shallot, leafy vegetables) and some fruit trees (banana, mangoes). I have observed insects came to the light at night. There were some stemborers, rice leaffolders, greenleafhoppers, Malaysian black bugs and many BPH, hundreds of them resting at a lamp of the hotel where I stayed. The high peak of BPH is usually not high at the early and middle rice stage, but at the end of rice season in Bangladesh where the major foodplants being harvested. The following cropping system, potato seems to cut down the BPH population unlike in many areas of Central Thailand where rice is growing after rice all year round.   
     
ช่างโชคดีเป็นอย่างมากที่ปริมาณของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลข้าวในบังคลาเทศ และอินเดียที่มักเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงประฤดูของการปลูกข้าวซึ่งไม่ทันสร้างความเสียหายให้แก่ข้าว ผู้เขียนได้เดินทางไปดูงานที่บังคลาเทศเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนและได้สังกตเห็นแมลงศัตรูข้าวหลายชนิดรวมทั้งผีเสื้อหนอนกอข้าว ผีเสื้อหนอนม้วนใบข้าว เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียวข้าว เพลี้ยหล่า และที่พบมากที่สุดคือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลบินมาเล่นไฟจำนวนมากหลายร้อยตัวต่อหลอดไฟที่อยู่ในที่โล่งของโรงแรมที่ไปพักอยู่ ชาวนาก็เริ่มเกี่ยวข้าวแล้วพอดีในช่วงนี้ บางแห่งก็เกี่ยวไปหลายสัปดาห์แล้ว และทันทีที่ข้าวเก็บเกี่ยวเสร็จเกษตรกรจะหันมาปลูกมันฝรั่งกันทันทีอย่างสุดลูกหูลูกตาโดยเฉพาะในเขตทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งติดชายแดนประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นการทำลายพืชอาหารและพืชอาศัยของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลข้าวได้อย่างดี ยกเว้นพื้นที่เล็กๆ ที่จะมีพืชอื่นแซมบ้าง เช่น พืชไร่มักเป็นอ้อย กล้วยหอม มะม่วง พริก ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว มะเขือยาว หอมแดง และผักกะหล่ำ เป็นต้น ผิดกับแหล่งปลูกข้าวในภาคกลางของไทยที่ปลูกข้าวแล้วตามด้วยข้าวอย่างกว้างขวางเกือบตลอดทั้งปี แม้ว่าจะมีการระบาดของเพลี้ยดังกล่าวเสมอๆ ในช่วงที่ผ่านมา
More photos and story: http://www.malaeng.com/webboard/index.php?topic=6641.0
http://www.malaeng.com/webboard/index.php?topic=6647.0

Mango aphid, Toxoptera odinae เพลี้ยอ่อนมะม่วงสีน้ำตาลแดง แมลงจำพวกปากดูดที่ทำให้ผลมะม่วงร่วงหล่นได้แม้มีเพียงไม่กี่ตัว

December 3rd, 2010

toxoptera-odinae3-450.jpgtoxoptera-odinae4-450.jpg
toxoptera-odinae1.jpgtoxoptera-odinae2.jpgtoxoptera-odinae3.jpg
Toxoptera odinae
van der Goot 
      Mango aphid is small to medium-sized aphid, reddish brown, cornicles black and always shorter than corda, The aphids are usually extended by ants, feeding on young shoots and fruits, causing young fruit dropped. Distribution: Southeast Asia including Thailand; widespread in Africa south of the Sahara. Found throughout India and photos were from Bogra, Bangladesh.
     
เพลี้ยอ่อนมะม่วง มีขนาดเล็กถึงกลาง สีน้ำตาลแดง รยางค์ที่สองข้างของส่วนที่ใกล้ปลายท้องมีสีดำและสั้นกว่าปลายท้องเสมอ เพลี้ยอ่อนมักจะมีมดคาบไปปล่อยไว้ตามยอดอ่อนและผลอ่อน เพื่อให้ดูดกินน้ำเลี้ยงจากมะม่วง ทำให้ผลอ่อนร่วงหล่นได้ง่ายๆ เพลี้ยอ่อนมะม่วงพบอย่างกว้างขวางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งไทย ทางใต้ของทะเลทรายซาฮาร่าในแอฟริกา พบทั่วไปในอินเดีย และบังคลาเทศ (ภาพจากเมืองโบกรา)

Rice leaffolder, Cnaphalocrocis medinalis, Moth photos for December 2010 หนอนห่อใบข้าว แมลงศัตรูข้าวที่สำคัญชนิดหนึ่งของเอเชีย ภาพผีเสื้อกลางคืนของเดือนธันวาคม ๒๕๕๓

December 1st, 2010

rice-lf-a1n.jpgcnaphalocrocis-melinalisf.jpgrice-leaffolderl.jpg
r-ice-l-fold-vn1.jpgr-ice-l-fold-vn2.jpgr-ice-l-fold-vn3.jpg
Cnaphalocrocis medinalis
(Guenée)
        Rice leaffolder is becoming to be a major pest of rice in Asia, including India, Sri Lanka, Bangladesh, Hong Kong, Taiwan, Vietnam, Thailand, Malaysia, Indonesia, Philippines and Australia. The adult has wingspan about 16 mm. It is attracted by the light at night. Photo of adults male and female were taken recently from Semco CNG gas station, Bogra, Bangladesh while the larvae were from Vietnam. The larvae are considered a pest of rice, corn, sorghum. Adult is a small moth, brownish body, wings yellowish with dark brown markings at borders, with 3 transversed lines conneting from costa of fore-wing to hind-wing. The life cycle lasts for 40-50 days: eggs 4-6 days, larva 25-30 days, pupa 4-8 days and adult 71-0 days.   
        หนอนห่อใบข้าว ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กพบเฉพาะนาข้าวในเขตชลประทานที่มีการใช้ปุ๋ยในอัตราสูง เป็นแมลงศัตรูข้าวชนิดหนึ่งที่มีเขตแพร่กระจายในอินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ไปจนถึงออสเตรเลีย ตัวเต็มวัยมีปีกกว้างประมาณ 16 มิลลิเมตร มักบินเข้าหาแสงไฟฟ้าในเวลากลางคืน ภาพผีเสื้อตัวเต็มวัยเพศผู้ถ่ายได้จากเมืองโบกรา บังคลาเทศ ส่วนภาพหนอนถ่ายไว้นานแล้วจากเวียดนาม หนอนนอกจากเป็นศัตรูข้าวแล้วยังพบในข้าวโพด ข้าวฟ่างด้วย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนขนาดเล็กมีสีน้ำตาลอ่อน ปีกสีเหลืองปนน้ำตาลและมีแถบสีน้ำตาลเข้ม 2-3 แถบพาดตามขวางปีกทั้ง 2 คู่ ผีเสื้อวางไข่ สีขาวปนเหลือง ลักษณะไข่รูปค่อนข้างแบนแต่นูนเล็กน้อย อายุไข่ 4-6 วัน ฟักตัวเป็นหนอน สีขาวใส หัวสีน้ำตาลอ่อน ลำตัวจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหลังจากมันเริ่มกินใบข้าว ตัวหนอนปกติจะมีไหมหุ้มตัว ตัวหนอนในระยะแรกกัดกินผิวใบอ่อนๆ แต่ไม่ห่อใบข้าว การห่อใบโดยการโยงไยไหมจากริมขอบใบทั้งสองข้างเข้าหากันเป็นลักษณะหลอด ตัวหนอนกัดกินใบข้าวจะเห็นใบข้าวที่ถูกทำลายเหลือแต่ผิวใบเป็นทางสีขาวๆ กระจายไปทั่วแปลงข้าว หนอนมีอายุ 25-30 วัน จะเข้าดักแด้อยู่ในใบที่ห่อนั้นโดยมีเส้นไหมหุ้มตัวไว้ ระยะดักแด้ 4-8 วัน

private Small rice grasshoppers, Oxya japonica ตั๊กแตนข้าวเล็ก ตั๊กแตนที่เคยระบาดสร้างความเสียหายแก่ข้าวในอดีต แต่ปัจจุบันมีปัญหาน้อยลง

November 14th, 2010

oxya-japonica1-450.jpgoxya-japonica1.jpgoxya-japonica0.jpg
oxya-japonica3.jpgoxya-japonica1.jpgoxya-japonica2.jpg
oxya-japonica3.jpgoxya-japonica4.jpgoxya-japonica5.jpg
Oxya japonica
(Thunberg, 1815)
(Oxyinae, Acrididae)
        The adults are brown, greenish yellow grasshoppers, about 25-30 mm body length, female slightly larger, with a conspicuous broad brown stripe laterally through the eyes and extending posteriorly along tegmina. The prominent distal end of hind tibia is dark brown.Young nymphs are reddish brown with blue, dark brown and white markings. Males generally have 6 instars whereas females have 6-7 instars. Eggs are generally laid in a pod just below the soil surface. It is the most common destructive pest in rice South East Asia in the past, but causes little damage in Thailand at present. I usually find this grasshopper feeding water weeds, including lotus leaves in small ponds at Kasetsart University. They are lovely, aren’t they ? 
ตั๊กแตนข้าวเล็ก เป็นตั้กแตนสีน้ำตาลปนเขียวและเหลืองขนาดค่อนข้างเล็ก ขนาดลำตัวยาวประมาณ 25-30 มิลลิเมตร ทั้งสองเพศมีสีและลวดลายคล้ายกัน แต่เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่า ตัวเต็มวัยมีแถบสีน้ำตาลกว้างด้านข้างของลำตัวพาดจากตารวมผ่านปีกคู่หน้าไปจรดปลายปีก ขาคู่หลังมีส่วนปลายของแข้ง (tibia) มีจุดสีน้ำตาลเป็นลักษณะเด่นของตั๊กแตนชนิดนี้ ตัวอ่อนมีสีน้ำตาลเข้ม แต้มด้วยสีฟ้า สีน้ำต่าลเข้มและสีขาว เพศผู้ปกติมี 6 วัย ส่วนเพศเมียอาจจะมี 6 หรือ 7 วัย ไข่ของตั๊กแตนหนวดสั้นตามปกติมักถูกวางอยู่ใต้ผิวดิน ไข่อาจจะอยู่ข้ามฤดูร้อนได้ ตั๊กแตนข้าวเล็กเป็นตั๊กแตนธรรมดาที่พบอย่างกว้างขวางทุกประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการระบาดไปถึงออสเตรเลีย เคยมีการระบาดรุนแรงในอดีต แต่มีปัญหาไม่มากในไทยในปัจจุบัน พบตามแหล่งน้ำไหลและหนองบึงต่างๆ พืชอาหารได้แก่ข้าว ธัญพืชต่างๆ บอน กกและพืชไม้น้ำต่างๆ ผู้เขียนพบตั๊กแตนข้าวเล็กชนิดนี้บ่อยๆ จากบ่อน้ำที่อยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กทม. จัดเป็นตั๊กแตนที่สวยงามและน่าสนใจสำหรับการศึกษาพฤติกรรม และการถ่ายภาพ 

Hosting

Hosting