Black Cucurbit Beetle, Aulacophora frontalis, a pest of cucurbits ด้วงเต่าแตงดำ แมลงศัตรูพืชตระกูลแตง


![]()
![]()
![]()
Aulacophora frontalis Baly, 1888
Chrysomelidae: Coleoptera
It is one of the major pests of cucurbits in Southeast Asia. It feeds on young leaves and flowers of watermelon, pumpkin, gourd, chayote, cucumber. cantaloup and bitter gour, for examples. When get closer it usually flies away suddently.
ด้วงเต่าแตงดำ เป็นแมลงปีกแข็งที่มีปีกสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ ส่วนหัว ขาหนวดและท้องมีสีน้ำตาลแดง ตาสีดำ มีรูปร่างลักษณะและอุปนิสัยคล้ายกับด้วงเต่าแตงแดง ซึ่งมีปีกสีน้ำตาลแดง (Aulacophora indica) มักพบกัดกินใบอ่อนและดอกของพืชตระกูลแตง เช่นแตงโม ฟักทอง บวบ ฟักแม้ว แตงกวา แตงไทย และมะระ เป็นต้น บางครั้งด้วงเต่าทั้งสองชนิดอยู่ด้วยกัน ภาพข้างต้นมาจากแปลงปลูกพืชในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ
Filed under Coleoptera-Chrysomelidae ด้วงเต่า Tortoise Beetles | Comments Off
Tricolor Big-legged Tortoise Beetles, Sagra femorata purpurea, a northern Thai species from Lamphun ด้วงเต่าขาโตสามสี พบจากภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะที่ลำพูน


![]()
![]()
![]()
Sagra femorata purpurea Lichtenstein, 1795
(Family Chrysomelidae, Order Coleoptera)
Tricolor Big-legged Tortoise Beetle is a shoot or culm boring beetle feeding mainly on the rattan Pueraria lobata, commonly known as kudza. The adults have at least three different color shades which are metallic greenish-blue or blue, green or golden green, purplish red or red. Antennae reach to about the middle of the elytra. Thorax is elongate, generally longer than other related species, about one-fourth longer than the anterior width. Male, with the hind femora of the legs elongate, the apex bidentate; apex of tibiae bidentate, the outer tooth is large. The large hind legs make the beetle moving slowly than it for jumping. Female is relatively smaller and hind femora are smaller than that of the male. Body length is about 10-22 mm.
ด้วงเต่าขาโตสามสี เป็นด้วงที่พบได้ในประเทศเวียดนาม ทางใต้ของจีนและทางเหนือของไทยโดยเฉพาะที่ลำพูน ตัวอ่อนเจาะกินอยู่ในไม้เถาในวงศ์เดียวกับกวาวเครือ เป็นไม้เถาที่ตัดแล้วมีน้ำไหลออกมา ไม้เถานี้มักพันต้นไม้อื่นรวมทั้งไผ่ในอเมริกาจัดเป็นไม้เถาที่มีปัญหาในป่า ด้วงชนิดนี้มี 1 ชั่วอายุขัยต่อปี ตัวเต็มวัยพบได้ในช่วงต้นฝน ขนาดลำตัวยาวประมาณ 20-22 มิลลิเมตรมีทั้งรูปแบบสีน้ำเงิน เขียว เขียวทอง หรือแดงม่วง ลักษณะเด่นที่แตกต่างจากด้วงเต่าขาโตชนิดอื่นๆ คือมีหนวดยาวประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวของปีก อกค่อนข้างยาว ยาวกว่าความกว้างของด้านหน้าของอก เพศผู้มีโคนขาคู่หลังขยายใหญ่และมีหนามที่ปลายโคนขาสองแฉกหนามที่อยู่ด้านนอกของโคนขามีขนาดใหญ่ แม้ว่าขาหลังมีขนาดใหญ่คล้ายขากระโดด แต่การเคลื่อนไหวเชื่องช้าตามใบและกิ่งไม้ การที่เพศผู้มีขายาวใหญ่กว่าเพศเมียมากมีประโยชน์ในการอวดตัวเอง และการเกาะเพศเมียในขณะผสมพันธุ์ ไม่ได้ใช้กระโดดเหมือนตั๊กแตนแต่อย่างใด
Reference:
http://hbs.bishopmuseum.org/pi/pdf/20(2)-191.pdf
Coconut hispine beetle, Brontispa longissima (Gestro), an important pest of coconut in S.E. Asia แมลงดำหนามมะพร้าว แมลงศัตรูมะพร้าวที่สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


![]()
![]()
![]()
Brontispa longissima is also known as the Coconut leaf beetle, the Two-coloured coconut leaf beetle, or the Coconut hispine beetle. It is a leaf beetle that feeds on young leaves, damages seedlings and mature coconut palms. The adult fore-wings are yellow at basal 1/3, the rests are black. The body length is about 9 mm. Sexes are similar, female is slightly longer. It has become an increasingly serious pest of coconuts throughout various growing regions in the Pacific, especially over the last 3 decades, including
แมลงดำหนามมะพร้าว เป็นด้วงขนาดเล็กที่ทำลายมะพร้าวต้นสูง ปีกคู่หน้ามีสีเหลืองส้ม 1/3 ของฐานปีก ส่วนที่เหลือมีสีดำ ลำตัวยาวประมาณ 9 มิลลิเมตร เป็นศัตรูสำคัญของมะพร้าวในแปลงเพาะ และมะพร้าวต้นเล็กจนถึงอายุ 3-4 ปี ทั้งตัวหนอนและตัวเต็มวัยจะซ่อนอยู่กับยอดอ่อน ของใบที่เริ่มคลี่ หนอนวัย 1 จะแทะผิวใบด้านในที่ยังพับติดกันอยู่ เมื่อใบคลี่ออกทำให้ใบอ่อน มีรอยไหม้ หนอนวัย 2 และ 3 จะกัดกินใบเสียหายมากขึ้น เมื่อถูกทำลาย มากใบจะหักพับลงมา ถ้าทำลายรุนแรงอาจทำให้มะพร้าวถึงตายได้ ตัวเต็มวัย จะกัดทำลาย และวางไข่ที่ยอดอ่อนของใบ ทำให้ปลายใบอ่อนม้วนเป็นที่อาศัย ของหนอนอยู่ภายในเป็นแมลงที่มีความสำคัญมากกับมะพร้าวในช่วงเวลาสามสิบปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะในประเทศไทย ลาว เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเร็วๆ นี้ที่ฟิลิปปินส์
Deep blue flea-beetle, Phyllotreta chotanica, a small flea-beetle of economic importance in S.E. Asia ด้วงหมัดกระโดดสีน้ำเงิน ด้วงหมัดกระโดดขนาดเล็กที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของพืชตระกูลถั่วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


Phyllotreta chotanica Duvivier, 1892 in the Fauna of British India, 1926. Chrysomelidae p. 377, 379. The valid species name should be chotanica insetad of chontanica as presented in several websites which followed each other without knowing the original source. I took some photos of this beetles from Java many years ago and I had chances to have new photos from Kamphaengsaen, Nakhon Pathom and Khoa Khor, Phetchabun which they were identical to those from Java. The adult elytra are unicolorous, metallic bronze with greenish or bluish refections. The hind femurs are large and enable to jump. It feeds on leaves of beans and peas.
ด้วงหมัดกระโดดสีน้ำเงิน มีการใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยคลาดเคลื่อนและปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าคัดลอกตามกันมา อย่างไรก็ตามชื่อชนิดที่ถูกต้องตามที่ปรากฏอยู่ในเอกสารอ้างอิง คือ Phyllotreta chotanica เป็นด้วงเต่าขนาดเล็ก ลำตัวยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ตลอดลำตัวมีสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ ผิวเป็นมันวาว มีโคนขาคู่หลังหนา และใหญ่ เวลาเดินอุ้ยอ้าย แต่กระโดดได้สูง ด้วงมักรวมอยู่เป็นกลุ่มกัดกินผิวใบถั่วเป็นรอยเหลือเยื่อใบขาวๆ หรือกินจนทะลุเป็นรูพรุนไปทั่ว
The wavy striped flea beetle, Phyllotreta striolata, =P. sinuata ด้วงหมัดผักแถบเหลือง ชื่อวิทยาศาสตร์ที่มีการทบทวนไปทั่วโลก



Phyllotreta striolata (F., 1803) syn. = P. sinuata Steph.
Family Chrysomelidae, Order Coleoptera
Sinuate=wavy: There are several species of the genus Phyllotreta and those with yellow striped believed two of them found in Thailand. The other species Phyllotreta flexuosa Illiger, 1794 which bears less wavy yellow stripe at behind the shoulder. Both of them are small black beetles, each elytron with a longitudinal yellow stripe, however, this stripe may split to be two spots. The adult beetles feed on leafy vegetables. The infestation is obvious in some certain areas, such as at Tha Muang, Kanchanaburi where farmers normally grow leafy vegetables in a large area throughout the year. There is another species of deep blue coloring without yellow stripes occuring in Thailand which is Phyllotreta chotanica Duvivier, 1892.
ด้วงหมัดผักแถบเหลือง มีรายงานการพบในประเทศไทย 2 ชนิด ชนิดทื่พบกว้างขวางโดยเฉพาะที่กาญจนบุรี ที่ปีกมีแถบเหลืองหยักเข้าลึกที่ด้านหลังของไหล่ ส่วนอีกชนิดหนึ่งซึ่งมีแถบดังกล่าวเว้าเข้าเพียงเล็กน้อยซึ่งพบในยุโรป และทางเหนือของเอเชีย ผู้เขียนยังไม่มีโอกาสเห็นตัวอ่อน แต่เห็นจากรายงานภาพจากต่างประเทศ ตัวอ่อนชอบกัดกินหรือเจาะไชเข้าไปกินอยู่ตามโคนต้นและรากของผัก ทำให้ผักเหี่ยวเฉา ตัวเต็มวัยชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม กัดกินอยู่ตามยอด เมื่อถูกรบกวนชอบกระโดดและบินไปได้ไกล ด้วงหมัดผักแถบลายหยัก มักพบเสมอในเขตปลูกผักที่อำเภอท่าม่วง กาญจนบุรี เนื่องจากมีการปลูกผักอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องตลอดทั้งปี ภาพข้างต้นเพิ่งถ่ายเร็วๆ นี้ ใครอยากเลี้ยงด้วงนี้ง่ายมากมีเป็นร้อยเป็นพันเลย
ชื่อวิทยาศาสตร์ของแมลงศัตรูพืชที่ผิดนี้มีผลต่อรายงานการทดลองมาก เพราะรายงานอ้างชื่อแมลงซึ่งผิด เป็นแมลงคนละชนิดกันเลย เมื่อบทความเสนอไปแล้วโดยเฉพาะผ่านอินเตอร์เน็ต หรือเมื่อปิดโครงการไปแล้วข้อมูลผิดๆ ที่สับสนยังอยู่ก็จะสร้างปัญหาพอสมควร โดยเฉพาะผู้ที่ยื่นเรื่องงานวิจัยทำแผนการทดลองเพื่อจดทะเบียนสารฆ่าแมลงเกี่ยวกับแมลงกลุ่มนี้ไว้และกำลังดำเนินงานอยู่ เรื่องนี้ใครชงไว้ก็ต้องมาตามแก้กันเองละครับ อนึ่งด้วงหมัดกระโดดสีน้ำเงิน หรือดำที่มีสีน้ำเงินเข้มเกือบดำเป็นชนิดที่ไม่มีแถบสีเหลืองบนปีกครับ Phyllotreta chotanica Duvivier, 1892 ลงรูปไวในหนังสือโรคและแมลงของพืชเศรษฐกิจที่สำคัญหน้า 67
The Saigon turtoise beetles, Lema saigonensis ด้วงเต่าเวียดนาม ชื่อมาไกลแต่พบที่จังหวัดตราด เป็นด้วงเต่าสีสวยงามชนิดหนึ่ง

Lema saigonensis Pic, 1923
Male, head, prothorax, antennae and legs light yellow, elytra brownish yellow, pronotum with two pair of black spots near the front and behind angles, elyton with numerous row of puctures longitudinally, marked with black, U-shaped behind scutellum almost reach the margin and reach the suture, and a broad black spot at apex. Length is about 45-70 mm. Female, is slightly darker reddish-yellow, pronotum and elytra unicolor, slightly darker reddish-brown on elytra, without black markings. Distribution:
ด้วงเต่าเวียดนาม เพศผู้มีสีเหลืองอ่อน ปีกสีน้ำตาลอ่อนปนเหลือง ปีกมีรอยจุดแทงเป็นแนวตามความยาวหลายแนว มีจุดสีดำ 2 คู่ที่สันหลังอกใกล้มุมหน้าและหลัง ปีกแต่ละข้างมีจุดเป็นรูปตัว U หลังใกล้ฐานปีก ขอบด้านข้างไม่ถึงขอบปีกด้านข้าง แต่ถึงเส้นกลางปีก และมีจุดใหญ่ที่ปลายปีก แผ่กว้างเกือบถึงเส้นกลางปีก ขนาดลำตัวยาว 45-70 มิลลิเมตร เพศเมียมีเส้นเข้มกว่าเล็กน้อย โดยมีปีกสีแดงอมน้ำตาล ทั้งสันหลังอกและปีกไม่มีแต้มสีดำ เขตแพร่กระจายพบในเวียดนาม ลาว และไทย ภาพถ่ายจากจังหวัดตราด 1 พฤษภาคม 2545
Reference: Kimoto, S and J.L. Gressitt. 1979. Pacific Insects. Vol. 20, No. 2-3: 191-256.
Cucurbit leaf beetle, Aulacophora indica ด้วงเต่าแตงแดง แมลงกินใบแตงที่ระบาดไปทั่ว


![]()
![]()
![]()
Aulacophora indica (Gmelin, 1790), other syn. Galeruca indica Baly 1878, Aulacophora similis (Olivier). The common names of this beetle is known as Red cucurbit beetle, Pumpkin beetle or Squash beetle. A destructive pest feeding on cucurbit leaves. Distribution: in EUROPE, Russia, Siberia, Afghanistan, Nepal, Pakistan, Bangladesh, Bhutan, India, Sri Lanka, China, Hong Kong, Taiwan, Korea, Japn, Vietnam, Lao, Thailand, Cambodia, Malaysia, Myanmar, Philippines, Fiji, Guam, New Caledonia, Papua New Guinea, Solomon Islands, Tonga.
ด้วงเต่าแตงแดง ตัวเต็มวัยและตัวอ่อนกัดกินใบพืชตระกูลแตง โดยมักกัดเป็นวงก่อน จากนั้นก็กัดกินผิวใบในวงก่อนจนหมด ทำให้เกิดเป็นรูพรุนไปทั่ว บางครั้งพบผสมพันธุ์กันเป็นคู่ๆ บนใบ เมื่อเวลาเข้าใกล้มักจะบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ด้วงเต่าแตงเป็นแมลงที่มีการระบาดไปทั่วในยุโรป และแทบทุกประเทศในเอเชียไปถึงปาปัวนิวกินี ฟิจิ เกาะกวม หมู่เกาะโซโลมอน และตองกา เป็นต้น
Chrysochus pulcher ด้วงดอกรักสีน้ำเงิน ด้วงที่พบบ่อยๆ แต่มีการศึกษาและรู้จักกันน้อยมาก


Chrysochus pulcher Baly, 1864
(Family Chrysomelidae, Order Coleoptera)
The Blue Milkweed Beetle is a common leaf beetle found worldwide and also in Thailand. The Cobal Milkweed (Chrysochus cobaltinus) is a dark vilolet blue colored species occurring in the USA. The greenish blue species or is known as Dogbane (C. auratus) also in the
ด้วงดอกรักสีน้ำเงิน หลายคนคงเห็นและรู้จักด้วงชนิดตามต้นรัก หรือต้นเทียนแดงและพืชที่มียางบางชนิด ด้วงชอบกินใบและดอก บ่อยครั้งที่พบว่ามีด้วงผสมพันธุ์กันที่ต้นรักเกาะติดกันเป็นคู่ๆ เมื่อเวลาที่เราเดินเข้าใกล้ด้วงจะทิ้งตัวลงจากยอดที่เกาะแล้วบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ด้วงดอกรักสีน้ำเงินมีหลายชนิดและพบแพร่หลายทั่วโลก บางชนิดมีสีน้ำเงินอมม่วง สีน้ำเงินเข้ม ไปจนถึงน้ำเงินอมเขียว ซึ่งเมื่อสะท้อนกับแสงอาจจะออกเหลือบสีแดงได้ด้วย



































































