Water scavenger beetles, Hydrophilidae แมลงเหนี่ยง ด้วงสีดำมักอาศัยอยู่ในน้ำ


![]()
![]()
![]()
Water scavenger beetles, Family Hydrophilidae: Order Coleoptera. The adults are generally black, oval shaped, somewhat covex and can be recognized by the short, club antennae and the long maxillary palps. The water scavenger larvae mostly are aquatic insects, differed somewhat from the dytiscids in habits. They rarely hang head-downward from the surface of the water, as the ditiscids frequently do. The larval photo of a hydrophilic larva has been taken by Khun Theerasak Saksritawee, a member of our webboard at a small pond in the sunshine. Thanks to his efforts and good to see.
แมลงเหนี่ยงเป็นด้วงปีกแข็ง ที่มีการเจริญเติบโตเป็นขั้นตอนแบบสมบูรณ์ คือมีระยะไข่ ตัวอ่อน ดักแด้และตัวเต็มวัย ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในน้ำ ตัวเต็มวัยใช้ชีวิตส่วนหนึ่งอยู่บนบก มักจะพบบินมาเล่นไฟฟ้าในเวลากลางคืน ชาวบ้านชอบจับแมลงเหนี่ยงตัวเต็มวัยไปคั่วกินเป็นอาหาร ตัวเต็มวัยมีสีดำ รูปไข่ หลังโค้งนูนเล็กน้อย ลักษณะเด่นที่แตกต่างจากด้วงดิ่งคือใต้ท้องมีอวัยวะเป็นหนามแหลมยาวอยู่ใต้ท้อง มีหนวดสั้นเป็นรูปลูกตุ้ม สั้นกว่า แมกซิล่าลิ่พอลไพ อวัยวะคล้ายหนวดเล็กซึ่งใช้ในการช่วยเขี่ยอาหารเข้าปาก ส่วนด้วงดิ่งใต้ท้องไม่มีลูกศรยาวแหลม และหนวดเป็นเส้นด้ายค่อนข้างยาว ตัวอ่อนของแมลงเหนี่งเมื่ออยู่ในน้ำมักไม่อยู่ในแนวเฉียงที่เอาส่วนหัวลงต่ำเหมือนที่พบในด้วงดิ่ง ภาพตัวอ่อนที่เห็นเป็นฝีมือของคุณธีรศักดิ์ สมาชิกของกระดานสนทนาเราที่ชอบถ่ายภาพแมลง และนี่ก็เป็นผลงานที่น่าชื่นชมที่นำมาอวดกัน
Some interesting beetles from Wiang Pa Pao hill, Chiang Rai in May 2010 ด้วงหนวดยาว และด้วงที่น่าสนใจถ่ายโดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดือนพฤษภาคม 2553 นี้ จากเขตภูเขาที่เวียงป่าเป้า


![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
I received some interesting photos taken around Wiang Pa Pao Hills, Chiang Rai, Thailand by Mička George. Showing that the palce is rich in the natural resources especially in insects, beetles. Photographying of insects is an interesting hobby if we really look for them we can find them.
ผู้เขียนได้รับภาพชุดนี้มาจากนักท่องเที่ยวชาวเชค ที่ตั้งใจมาศึกษาเรื่องด้วงเพื่อการสำรวจและถ่ายภาพ และก็ได้ภาพดีๆ มาฝากด้วย เห็นแล้วน่าอิจฉา และนึกถึงว่าจะมีคนไทยสักกี่คนที่สนใจทำแบบนี้บ้าง เพราะโอกาสเป็นของเราที่ไม่ต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเหมือนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ
The fighting beetle, Xylotrupes gideon, a day festival in Chiang Rai on 4 October 2009 เทศกาลงานรวมพลคนรักษ์กว่าง ประจำปีที่เชียงรายเมื่อ 4 ตุลาคม 2552




![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
Thank you for the recently posted on our malaenmg.com/webboard by Khun Pao on the topic “The gathering festival for the horned beetled lovers on the 4th of October 2009 in Chiang Rai”. This was one of the amazing beetle even which can be seen once a year in some provinces in the Northern Thailand. The activities included beetle picture painting, model making and other beetle comparison in size both the largest and the smallest, peculiar horn-shaped and the hi-light was the figting contest in many states. Although I was not there, but the clear photos seen from the link were historical even which will never be forgotten.
ต้องขอขอบคุณสมาชิกของกระดานสนทนา malaeng.com คุณเปา ที่ส่งภาพบรรยากาศงานรวมพลคนรักษ์กว่างประจำปี ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้นเมื่อ 4 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมานี้มาให้ดู สุดยอดจริงๆ แม้ไม่ได้ไปดูด้วยตนเองแต่ก็เห็นภาพพจน์ที่ดี งานนี้มีรางวัลเพียบเพราะมีการประกวดหลายอย่าง เช่นการวาดภาพกว่าง การปั้นหุ่นกว่าง การประกวดกว่างสวยงาม การประกวดขนาดซึ่งมีทั้งขนาดใหญ่ที่สุดและเล็กที่สุด และที่ขาดไม่ได้คือการประลองกำลังในการชนกว่างที่เลื่องชื่อของไทย การเลี้ยงหนอนกว่างเริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในประเทศไม่เพียงแต่กว่างชนเท่านั้น แต่กับด้วงกว่างและด้วงคีมแทบทุกชนิด เพราะนอกจากสามารถเลี้ยงให้ครบวงจรชีวิตแล้ว ยังสามารถเลี้ยงกว่างเพื่อพัฒนาให้ได้กว่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้เนื่องจากอาหารที่ดีและการดูแลจัดการที่ดี ถ้าได้เห็นภาพที่ลิงค์ด้านล่างนี้แล้วจะรู้ได้เลยว่าด้วงกว่างน่าสนใจและมีความหมายเพียงใด ภาพงานประเพณีในชนบทแบบนี้หาดูยากในเมืองใหญ่ จะยังมีให้เห็นทุกปีและตลอดไป
Moore information and Photos http://www.malaeng.com/webboard/index.php?topic=2996.0
back to checklist of Dynastinae
Fighting beetles, Xylotrupes gideon, fighting game and mating season will start again soon เกมพนัน การต่อสู้ หรือศึกชิงนางของกว่างชน กำลังจะเริ่มอีกครั้งหนึ่งแล้ววันนี้


![]()
![]()
![]()
ภาพบน และสองภาพซ้ายนี้ถ่ายโดย Pao เชียงราย
We are almost in the fighting or mating season which will start again during August to end of October of every year. Siam Insect-zoo (SIZ) has bred and reared them and many of them in pupal stage. Some of them alread emerged and ready to fight for normal mate in the season before female lay her eggs. We have a corner to demonstrate of fighting activity as well as rearing them. Anyone who come across Chiang Mai, don’t miss to see them especially at SIZ.
ช่วงนี้เป็นใกล้ถึงฤดูกาลการต่อสู้และการผสมพันธุ์ของกว่างชนอีกครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคมจนถึงปลายตุลาคม ไม่ควรพลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศของการต่อสู้ สำหรับคนที่สนใจจะเลี้ยงกว่างชนและกว่างซางเหนือ สวนสัตว์แมลงสยามได้มีการแนะนำการเลี้ยงและจำลองเวทีชนกว่างให้ดู ยินดีต้อนรับครับ (ดักแด้ที่เห็นด้านบนนี้เพิ่งออกเป็นตัวเต็มวัยปลายกรกฎาคมที่ผ่านมานี้เอง)


The local people in the northern Thailand especially in Chiang Mai and Chiang Rai are well aware of the best time duration to enjoy the game or gambling on beetle fighting. It is a mating season of many kinds of beetles including the yellow five-horned beetles (Eupatorus gracilicornis) and the fighting beetles (Xylotrupes gideon). The latter is a common beetle of the Eastern world ranging from India, Myanmar, S. China, Laos, Vietnam, Malaysia, Indonesia, Philippines and Australia. They are reddish-brown to black colored. A large male bears a frontal horn and a strong prothoracic horn, bifurcated at the apical end. Male always fights by his strong horns in order to be the winner to get the chance for mating.
Some local people are crazy for searching for the large sized adults. They will take care them well, feed them with peeled sugarcane stem, train them to be more aggressive for the fight. Sometimes visitors to Chiang Mai may be surprised to see fighting beetle tightened by a piece of rope on its prothoracic horn and connected to a peeled stem of sugarcane. This is for sales on some road sides during the mating season.
The life history of fighting beetle has been studied. A female usually lays 100-120 eggs in decaying wood. The eggs are white and rounded shape. The incubating period is about 15-20 days. The larva is a C-shaped white grub, with dark brown to black head, a typical Scarabaeiform type of larva. It lasts for 6-8 months under the ground, usually about 30 centimeters depth from the ground surface. Pupa is an exarate pupal type, with appendages free and not glued to the body, lasting for about one month before emerges to be a final stage which is a adult. The adult beetle lasts for 2-6 months. Most of their lives as the larvae are under the ground for about 6-8 months. Please come and visit us, Siam Insect-zoo to see and discover more on this incredible habit of the fighting.

คนในชนบททางภาคเหนือโดยเฉพาะในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงรายนิยม เกมหรือการพนันจากการชนกว่าง โดยเลือกใช้กว่างชนเพราะกว่างชนมีนิสัยชอบต่อสู้ แก่งแย่งคู่ เพื่อผสมพันธุ์ ซึ่งตัวที่ชนะเท่านั้นที่ได้โอกาสนั้นก่อน มีการเปรียบคู่ชนก่อน คือต้องใช้กว่างรุ่นเดียวกันที่มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงกัน เพื่อไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน กว่างชนเป็นด้วงกว่างที่หาง่าย มีพบทั่วไปเกือบตลอดทั้งปี กว่างชนตัวผู้ตัวใหญ่ ๆ อาจซื้อขายกันตัวละ หลายสิบหรือเป็นสองสามร้อยบาท
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
กว่างชน (flighting beetle) มีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Xylotrupes gideon (Linnaeus) เป็นด้วงปีกแข็งที่พบมากในซีกโลกตะวันออก คือพบตั้งแต่อินเดียถึงจีน รวมทั้งไทยด้วย ทางใต้พบในมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ลงไปทางเหนือของออสเตรเลีย ในประเทศไทยพบว่ามีอยู่ทุกภาค บางครั้งพบในปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน กว่างชนทั้งสองเพศชอบแสงไฟฟ้าที่เปิดให้แสงสว่างในเวลากลางคืน ซึ่งมักพบเห็นมันบินเข้าหาแสงไฟเกือบตลอดทั้งคืน กว่างชนหลบซ่อนตัวในตอนกลางวัน กว่างชนชนิดนี้ตัวผู้เท่านั้นที่มีเขาและมีลักษณะเขาสั้นยาวขนาดต่าง ๆ กัน ชนิดเขายาว ซึ่งก็จะมีขนาดตัวที่ใหญ่ตามไปด้วย ทางเหนือเรียกกันว่า กว่างโซ้ง มีขนาดลำตัวยาวที่สุดประมาณ 55-65 มิลลิเมตร บางคนก็เรียกกว่างที่มีสีดำสนิทว่า กว่างฮัก ส่วนตัวผู้ที่มีเขาสั้นรองลงไปอาจเรียกว่า กว่างแซม และกว่างกิ ซึ่งมีขนาดเล็กที่สุด บางตัวเล็กกว่าตัวเมียเสียด้วยซ้ำไป ตัวเมียไม่มีเขา ชาวบ้านทางเหนืออาจเรียกว่าว่า กว่างแม่อู๊ด หรือกว่างอีมุ้ม
กว่างที่จะนำมาชนกันนั้นชาวบ้านมักจะเลี้ยงดูด้วยท่อนอ้อยปลอกเปลือก ที่เปลี่ยนให้ใหม่ๆ ทุกวันมีการฝึกฝนกว่างเหมือนการเลี้ยงปลากัด และไก่ชน เพื่อหวังว่าจะได้ชนชนะ ช่วงเวลาที่ใช้ชนกว่างกัน มักเป็นเวลาบ่ายถึงกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่มันต้องการผสมพันธุ์ เมื่อเลือกประกบคู่กว่างได้แล้วก็มีการวางเดิมพัน ต่อรองกันตามแบบฉบับของนักพนันไทย เวทีชนกว่างเป็นขอนไม้ที่ทำขึ้น ให้หมุนพลิกไปมาได้เพื่อให้กว่างได้ต่อสู้อยู่ด้านบนของท่อนไม้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นท่าที่มันถนัดที่สุด ขอนไม้ส่วนใหญ่ทำจากไม้เนื้ออ่อน เช่นจากต้นปอป่าปลอกเปลือกออกแล้ว ความยาวประมาณ 1 เมตร มีการทำผิวเวทีให้เป็นรูพรุน เพื่อกว่างจะได้จับยึดได้สะดวก ตรงกลางขอนไม้ถูกเจาะเป็นรูกว้างพอให้เอากว่างตัวเมียลงไปขังอยู่ได้ 1 ตัว การที่กว่างตัวผู้ฮึดสู้ก็เนื่องมาจากการได้กลิ่นของกว่างตัวเมียที่ถูกขังอยู่ใกล้ ๆ ในโพรงไม้ที่ใช้เป็นเวที ชนกว่างนั้น นั่นเอง ดังนั้นกว่างที่จะนำมาชนกันต้องเป็นกว่างที่กำลังคึกคัก และพร้อมที่จะผสมพันธุ์เท่านั้น
การแพ้การชนะขึ้นอยู่กับการตกลงกัน กติกามีมากมาย เช่น นำกว่างมาประกบกัน 10-12 ครั้ง หากไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพลี่ยงพล้ำก็ให้ถือว่าเสมอกันไป การแพ้การชนะอาจพิจารณาจากการที่กว่างตัวไหนหมดแรง ถูกงัดหงายหลัง จนขาลอยไม่ติดพื้น เมื่อกรรมการเห็นว่านานพอสมควรแล้วก็จะอนุญาต ให้ปล่อยกว่างที่ถูกงัดลอยลงกับพื้นเพื่อให้ต่อสู้ใหม่ หากกว่างนั้นไม่ยอมสู้อีกก็ให้ถือว่าแพ้ไปเลย แต่ถ้ายังต่อสู้ต่อได้จนหมดยก ก็ให้ถือว่าพลาดท่าไปแล้ว 1 ครั้ง หากกว่างตัวไหนพลาดท่าแล้วถึง 3 ครั้งก่อน ก็ถือว่าเป็นฝ่ายแพ้ไป สำหรับกว่างที่ยังไม่พลาดท่า หลังจากนำมาประลองฝีมือกัน รอบใหม่แล้วเกิดไม่สู้ขึ้นมา ก็อาจจะได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้ดมกลิ่นตัวเมียได้ไม่เกิน 3 ครั้ง เพื่อให้ตั้งหลักใหม่เหมือนปลุกใจเสือป่า แต่ถ้าหากว่ายังไม่สู้อีก ก็จะพลิกล็อก กลายเป็นฝ่ายแพ้ไปได้เช่นเดียวกัน การแพ้น๊อคก็มีในกว่างชน กล่าวคือระหว่างการต่อสู้หากกว่างตัวไหนเกิดส่วนของเขาหัก หรือแค่ฉีก กรรมการก็จะจับแพ้น๊อคทันทีโดยไม่ต้องการทรมานกว่าง แม้ว่ากว่างยังไม่ยอมแพ้ก็ตาม
วงจรชีวิตของกว่างชน
กว่างชนวางไข่ได้ครั้งละประมาณ 100-120 ฟอง ตามเศษซากพืช กองปุ๋ยหมัก ไข่เป็นรูปทรงกลม คล้ายเม็ดสาคูสีขาว ระยะไข่นานประมาณ 15-20 วัน ระยะหนอน หนอนมี สีขาวครีม ลักษณะงอๆ เป็นรูปครึ่งวงกลมหรือตัว C หัวมีสีน้ำตาลจนถึงดำ (Scarabaeiform type) เมื่อหนอนถูกรบกวนมันสามารถ ปล่อยสารที่มีสีแดงเข้มเกือบดำ คล้ายของเสียออกมาจากปลาย ท้องเพื่อป้องกันตัว หนอนชอบฝังตัวเองอยู่ใต้ผิวดิน บางครั้งฝังตัวอยู่ ค่อนข้างลึกกว่า 30 เซนติเมตรจากผิวดิน ระยะหนอนนานประมาณ 6-8 เดือน จึงเข้าดักแด้ในปลอกรังดิน ระยะดักแด้นานประมาณ 30-35 วัน จึงลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยซึ่งมีอายุประมาณ 1-2 เดือน ใครที่ไปเที่ยวซื้อของที่ตลาดสดวโรรส ที่เชียงใหม่ อาจเห็นกล่อง ใส่กว่างวางขายอยู่แถวนั้นก็เป็นไปได้หรือบนถนนสายแม่ริม-สะเมิงใกล้ ๆ กับสวนสัตว์แมลงสยามมักมีซุ้มขายกว่างชนอยู่ริมทางโดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยนยนถึงปลายพฤศจิกายนของทุกปี ถ้าแวะมาที่สวนสัตว์แมลงสยามรับรองได้เห็นกว่างชนแน่นอน กำลังมีการแสดงเพาะเลี้ยงและมีเวทีชนกว่างจริง นี่แหละครับนิสัยของคนไทยที่รักธรรมชาติ รักความสนุกสนาน เกมพนันและการต่อสู้

Copyright @ Siam Insect-zoo & Museum
การคัดลอกข้อความและรูปต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ยกเว้นการใช้อ้างอิงเพื่อการศึกษาและวิจารณ์ ควรอ้างที่มาเสมอ
back to checklist of Dynastinae
The successfulness of rearing a young staged beetle not just the obtention of an adult, but… ความสำเร็จจากการเลี้ยงหนอนด้วงไม่ใช่เพียงการได้ด้วงตัวเต็มวัยสักตัวเท่านั้น แต่…
The successfulness of a mountain climber is not just putting a flag on the top of the mountain, but gaining what he learnt to solve the faced obstacles during the climbing. The same as rearing a young stage of a beetle, the successfulness is not only the obtention of an adult, but finding the way to rear it safely untill pupating and emerging to be a perfect adult. An adult beetle can easy obtain by purchasing or searching from the wide, but that can not be proud as the one we rear with care by our own hands and efforts.
ความสำเร็จของการปีนเขาไม่ใช่การที่ได้ไปยืนปักธงที่ยอดเขาได้ แต่ความสำเร็จนั้นคือการเรียนรู้ในระหว่างที่เรากำลังหาทางปีนป่ายขึ้นไป ซี่งแน่นอนว่าย่อมมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย เช่นเดียวกันกับความสำเร็จของการเลี้ยงด่้วงไม่ใช่อยู่ที่การได้ด้วงตัวเต็มวัยสักตัวหนึ่ง แต่อยู่ที่การได้เรียนรู้และการปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงเพื่อให้หนอนรอด หาทางให้หนอนเข้าดักแด้จนเป็นตัวเต็มวัยได้ การที่เราจะได้ด้วงสักตัวไม่ยาก อาจจะไปจับ หรือไปซื้อมาก็ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจจะน้อยการการเลี้ยงมากด้วย แต่ด้วงที่ได้มาวิธีหลังนี้ไม่มีความหมายเท่าใดนัก ไม่ได้ทำให้เราภูมิใจเท่ากับการได้ด้วงมาจากความพยายาม และการเลี้ยงมากับมือของตนเอง


Breeding and rearing beetles in Thailand in the past, now and future การเรียนรู้ทางชีววิทยาของตัวอ่อนด้วงที่ล้าหลังในอดีต กำลังตื่นตัวในปัจจุบัน และเริ่มจะเฟื่องฟูในอนาคตอันใกล้นี้

Our biological study on beetles especially the young stages of many popular species in Thailand was poor in the past 20 years. Although the yellow five-horned beetle is a popular beetle occuring yearly in September to October mostly at highlands of northern Thailand, but we do not know the life cycle, no photographs of the young stages nor any good reference in those days. I have made my first attemp to search for beetle grubs in about 10 years ago at the forest where we usually find the adults. Luckily I saw some of the grubs and collected them back to breed in the lab at home. However, I didn’t succeed in breeding from the beginning because of many facters concerned, such as foods, poor rearing technique in not to keep suitable moisture and temperature. I didn’t pay more attention to them either because of very slow developing of the caterpllars. So, month after month they were still in the carterpillar stage, looked the same and finally they all died. At present we know better how to make the foods or substrates for the grubs and better prepare a captive case for each of them. Some grubs of the yellow five-horned beetle successfully pupated after long lasting at the caterpillar stage for more than 1.5 year and emerged to the perfect adults. The last two years after we raised Siam Insect Zoo our team have worked hard and learned better techniques on how to breed and rear most of the beetles. This makes us more confident of breeding and rearing beetles now. Our activities in distributing information through this website, writting simple guide books for sale have stimulated the interests of many Thai youths in this hobby. We do hope that in the coming seasonal years can be the blooming years for breeding and rearing beetles in Thailand.
การศึกษาทางชีววิทยา โดยเฉพาะในระยะตัวอ่อนของด้วงปีกแข็งตัวดังในระยะ 20 กว่าปีที่ผ่านมานี้ค่อนข้างล้าหลัง เช่น ด้วงกว่างซางเหนือที่โด่งดังในภาคเหนือของไทย พบกันมากในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคมของทุกปี แต่เราไม่รู้จักการดำรงชีวิตในระยะตัวอ่อน ไม่เคยมีภาพและเรื่องราวให้ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม คงรู้แต่ว่าหนอนอยู่ใต้ดิน ผมได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจแมลงในป่าทางภาคเหนือบ่อยๆ จึงตั้งใจจะหาหนอนมาเลี้ยงศึกษา โดยเดินทางไปยังแหล่งที่เคยพบกว่างซางเหนือตัวเต็มวัยทุกปี ความพยายามครั้งแรกนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมานี้ ได้พบหนอนกว่างซางเหนือ และเก็บกลับมาด้วยจำนวนหนึ่งเพื่อเลี้ยงศึกษาที่บ้าน แต่เนื่องจากขาดความรู้และประสบการณ์ในการเลี้ยงหนอนด้วง อีกทั้งไม่เคยรู้มาก่อนว่าหนอนด้วงชนิดนี้มีอายุนานกว่า 1.5 ปี เลี้ยงเท่าไหร่ก็ไม่เปลี่ยนแปลงไปถึงไหนสักที หนอนที่เลี้ยงได้หลายเดือนก็ค่อยๆ ตายไปหมด เนื่องจากขาดอาหารทีดี เพราะหนอนไม่ได้กินแต่ดินหรือรากไม้แต่มีไม้ผุและสารปรุงแต่งหลายอย่างที่หนอนด้วงชอบกิน ความชื้นและอุณหภูมิอาจจะไม่พอเหมาะ อีกทั้งด้วงก็ไม่ชอบแสงอีกด้วย ในระยเวลาสองปีที่ผ่านมาหลังจากสวนสัตว์แมลงสยามได้เปิดดำเนินการ การเลี้ยงหนอนด้วงก็ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง ทีมงานของเราทุกคนทำงานหนัก แต่ก็ได้เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายจากการเลี้ยงแมลงและด้วง หนอนด้วงกว่างซางเหนือส่วนหนึ่งที่เลี้ยงได้เข้าดักแด้ได้ แม้จะต้องเลี้ยงหนอนยาวนานกว่า 1.5 ปี และออกเป็นเป็นตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ได้ เช่นเดียวกับด้วงอื่นๆ อีกหลายสิบชนิดซึ่งมีอายุหนอนสั้นกว่า โดยปกติอาจจะมีระยะหนอนเพียงแค่ 6-8 เดือนเท่านั้นซึ่งสร้างความมั่นใจให้แก่พวกเรามาก และหวังว่าในฤดูกาลด้วงที่จะถึงนี้ซึ่งเป็นฤดูฝนจะเป็นปีที่เฟื่องฟูสำหรับการเพาะเลี้ยงด้วง ซึ่งจะได้รับความนิยมสูงขึ้นมากของเยาวชนคนไทยที่รักด้วงปีกแข็งเช่นเดียวกับพวกเรา
back to checklist of Dynastinae
Beetle breeding & learning opportunities opened at Siam Insect Zoo โอกาสของการเรียนรู้ การเพาะเลี้ยงด้วงสำหรับคนไทยเปิดกว้างแล้วที่สวนสัตว์แมลงสยาม
![]()
![]()
![]()
Odontolabis siva siva (Hope & Westwood, 1845) eggs larva ด้วงคีมกวางซิว่า
Studying in biology especailly young stages of beetles in Thailand was poor in the last few decades although we do have good natural resources. We, Siam Insect Zoo (SIZ) are well aware of this fact and after two years of raising in Chiang Mai we have had good opportunities to be closer to many live beetles and have more chances to breed and rear them. Breeding of beetles is a classic job or hobby we should proud of because of some mysterious stories behind them have been gradually discovered. Although the life-cycle of most beetle species in Thailand is about 1 year, but some beetles last for 2-3 years (Chalcosoma caucasus, Eupatorus gracilicornis = 2 years, Odontolabis siva 3 years) which is too long to wait for most of the people except the patient ones. Many difficult species to breed because female after copulation doesn’t lay her eggs. They are rather classic livings which require certain food and suitable habitat to save their offsprings. The more we do the more we learn and some difficult species become possible to breed now. We have planned to do more for the coming rainy season which is also the beetle flying season. Please come and enjoy travelling to the beetle world with us to discover more about them.
การศึกษาทางชีววิทยาของด้วงปีกแข็งโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในระยะตัวอ่อนในประเทศไทยในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านค่อนข้างล้าหลังและตามความก้าวหน้าของประเทศเพื่อบ้านแทบไม่ทัน สวนสัตว์แมลงสยามมีความสนใจเรื่องนี้มากและได้เริ่มงานอย่างจริงจังมาตั้งแต่เปิดตัวเองเมื่อสองปีที่ผ่านมา ข้อมูลและการค้นพบต่างๆ ที่นำมาโพสในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาทำให้คนไทยได้รู้จักด้วงดีมากขึ้นและช่วยเพิ่มโอกาสในการเพาะเลี้ยงด้วงที่เปิดกว้างมากขึ้นกว่าในอดีตมาก แต่การเลี้ยงด้วงเป็นศาสตร์ที่สูงต้องอาศัยเวลาและความอดทนในการเฝ้าติดตามเลี้ยงดู การหาทางให้ด้วงวางไข่นับเป็นเรื่องยากแตกต่างกันไปในด้วงแต่ละชนิดแต่ละกลุ่ม เพราะด้วงแม้จะผ่านการผสมพันธุ์แล้วแต่ก็จะไม่ยอมวางไข่ถ้าอาหารและที่อาศัยไม่เหมาะสม แม้ว่าด้วงส่วนใหญ่ที่พบในประเทศไทยจะมีวงจรชีวิตนานประมาณ 1 ปี แต่ก็มีด้วงบางชนิดก็มีวงจรชีวิตที่่นานมาก เช่น กว่างสามเขาจันท์ และกว่างซางเหนือ มีวงจรชีวิตนาน 2 ปี ส่วนด้วงคีมซิว่ามีวงจรชีวิตนานถึง 3 ปี โอกาสเปิดกว้างแล้วสำหรับคนไทยที่สามารถเพาะเลี้ยงด้วงที่ไม่เคยคิดว่าจะเลี้ยงได้หลายชนิดมากขึ้นทุกขณะ มาร่วมยินดีและติดตามผลงานกัน
Mites and Nematodes in food mat for breeding & rearing beetles ไรและไสเดือนฝอยตัวแสบที่อาจเป็นอุปสรรคทำให้หนอนเล็กตายและไข่ฝ่อ

![]()
click for a larger image
Mites which maybe beetle parasites are seen in the food mat for rearing beetle caterpillars. More over a small clear-body nematode shown in the photo is also a parasitic beetle nematode. The best suggestion is to get rid of these parasites before using.
อย่าเพิ่งหลงดีใจว่าสีขาวๆ ที่เกิดขึ้นข้างตู้วาง และฟักไข่ว่าเป็นหนอนด้วงสีขาวที่เพิ่งเกิดใหม่แต่มันเป็นไร และไส้เดือนฝอยตัวแสบที่เป็นอุปสรรคทำให้ไข่ฝ่อ และการตายของหนอนที่ไม่ต้องการ ปกติไรและไส้เดือนฝอยเหล่านี้ไม่มีอันตรายใดๆ กับมนุษย์ แต่เป็นไร และไส้เดือนฝอยที่อาศัยอยู่ในดิน มักอยู่ใกล้ๆ กับด้วงอาจจะติดมากับตัวด้วง หรือวัสดุที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงด้วง ซึ่งน่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญของการเลี้ยงหนอนด้วงในระยะหนอนวัยแรกและไข่ ทำให้เราได้ไข่ที่ฝ่อ และเหลือหนอนที่แข็งแรงที่รอดจากการถูกทำลายของสัตว์เล็กๆ อื่นที่ไม่พึงประสงค์นี้น้อยลง วิธีที่ช่วยลดปัญหาดังกล่าวจึงต้องกำจัดไร และไส้เดือนฝอยตลอดจนเชื้อราอื่นๆ ที่อาจติดมากับไม้ปูพื้น อาหาร โดยเฉพาะอาหารเก่าที่เคยใช้เลี้ยงด้วงมาก่อน การหมั่นสังเกตตู้เลี้ยงด้วง ถ้ามีไยเป็นเส้นๆ ขาว (hyphae) ติดกันอย่างหนาแน่นคล้ายเชือกฟาง ควรใช้เลนส์ขยายส่องดูความเคลื่อนไหวที่อาจจะมี ดังแสดงในภาพมีทั้งไรด้วงและไส้เดือนฝอย การกำจัดควรรีบทำโดยการย้ายด้วงไปเลี้ยงในตู้ใหม่ วัสดุปูพื้นเดิมควรนำไปนึ่งไอน้ำ เหมือนที่เรานึ่งอาหาร การตากแดดโดยแผ่ตากในที่โล่งๆ สัก 2-3 แดดจัดๆ หรือทำแห้งในตู้อบให้แห้งสนิทเพื่อฆ่าเชื้อก่อนนำมาใช้ การแช่ในช่องแช่แข็งสัก 1-2 วันช่วยกำจัดไส้เดือนฝอยและไรได้ ยกเว้นเชื้อราบางชนิดอาจจะทนความเย็นจัดได้ แต่เชื้อรายังมีปัญหาน้อย
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
Live beetles are on show at Siam Insect-Zoo ด้วงปีกแข็งน่าสนใจมีให้ดู เหมือนในรูปแบบนี้ก็มี ไม่ควรพลาด




We have some beetles successfully bred and reared at Siam Insect-Zoo. Many of them are going to pupate or in pupal stage at the moment (in April) and will last for at least 4-6 months before emerging during the mating season again usually in August to November.
สวนสัตว์แมลงสยามประสบผลสำเร็จในการผสมพันธุ์และเพาะด้วงปีกแข็งหายากหลายชนิด เช่น ด้วงคีมเคอร์วิเดนส์ ด้วงกว่างญี่ปุ่น หรือด้วงกว่างมูชิคิง ซึ่งเป็นพระเอกในการ์ตูนยอดฮิตของเด็กๆ?ด้วงคีมฟันเลื่อยเหนือ ด้วงคีมซิว่าที่มีหนอนหลังโก่งก้นใหญ่มีอายุหนอนยาวนานมากถึง 2-3 ปียังเป็นหนอนแบบที่เห็นในภาพ
อนึ่งชื่อด้วงคีมซิว่าได้ถูกตั้งไว้นานแล้วที่มีการพิมพ์เผยแพร่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ในหนังด้วงปีกแข็งของไทย (มีบางคนอาจจะหวังดีไปเพี้ยนตั้งเป็นด้วงศิวะ แม้ชื่อมีความหมายแต่เป็นความหมายที่ไม่ถูกต้อง คนที่อยู่ในวงการด้วงรู้จักชื่อเดิมและเรียกกันจนติดปากมานานแล้ว ใครอยากเรียกชื่ออื่นก็ตามใจเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งค่อนข้างไร้กฎเกณฑ์เพราะไม่ยึดหลักการมาก่อนหลัง แต่สวนสัตว์แมลงสยามต้องการสร้างสรรค์งานและความถูกต้องจะไม่เรียกตามแน่นอนถ้าไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยนชื่อ)
Photo copyright: Siam Insect-Zoo 2008
back to checklist of Dynastinae
Beetle breeding and rearing at Siam Insect-Zoo การเพาะเลี้ยงและบริบาลด้วงที่สวนสัตว์แมลงสยาม
Breeding and rearing beetles especially the stag beetles (Lucanidae), square-flower beetles (Cetoniinae-Scarabaeidae) and horned beetles (Dynastinae-Scarabaeidae) are in progress at Siam Insect-Zoo. We have successfully bred and obtained a large number of many young larvae to rear and show for the whole year. Please visit us to learn more about them. Siam Insect-Zoo opens daily 9 AM-5 PM. The birmese five-horned beetle, Eupatorus birmanicus was one of the rare beetles we ccessfully bred and obtained a number of grubs. If it is nothing wrong we should obtain the adults in the coming mating season in the last quarter of this year.
การผสมพันธุ์ และการเพาะเลี้ยงด้วงเป็นเรื่องยอดนิบมสำหรับคนที่รักแมลงในปัจจุบัน ด้วงที่สามารถผสมพันธุ์ และเพาะเลี้ยงได้อย่างไม่ยากได้แก่ด้วงคีม หรือด้วงเขี้ยวกางชนิดต่างๆ ในวงศ์ Lucanidae ด้วงดอกไม้เหลี่ยมบางชนิดในวงศ์ย่อย Cetoniinae และด้วงกว่าง เช่นกว่างชน กว่างห้าเขาหลายชนิดในวงศ์ย่อย Dynastinae วงศ์ Scarabaeidae สวนสัตว์แมลงสยามได้ประสบความสำเร็จในการค้นหาสูตรอาหารสำหรับใช้เลี้ยงตัวอ่อนด้วงเป็นไม้ทะโล้ผุซึ่งด้วงชอบมากกว่าไม้ชนิดอื่นๆ ปรุงแต่งพอสมควรบรรจุในถุงพลาสติกขายราคากันเอง พร้อมวัสดุปูรองพื้นตู้หรือกล่องที่เลี้ยงด้วย?ซึ่งสามารถซื้อไปใส่ในภาชนะที่ใช้เลี้ยงตัวหนอนด้วงได้ทันที มีบางคนโทรมาสอบถามว่าสูตรอาหารนี้เลี้ยงด้วงแล้วทำให้ได้ด้วงขนาดใหญ่หรือไม่ ไม่ขอยืนยันเพราะการจะได้ขนาดใหญ่มีปัจจัยหลายประการที่เข้ามาเกี่ยวข้องไม่ใช่เพียงแต่อาหารที่สมบูรณ์ เท่านั้น ด้วงต้องไม่ตกใจเพราะถูกรบกวนบ่อย ไม่โดนแสงส่องมากเกินไป หรือแสงเฟลช์ที่มีผลมาก ด้วงเลี้ยงอยู่ในห้องที่อุณหภูมิที่ไม่ร้อนจนเกินไป ความชื้นพอเหมาะ ไม่สกปรกเพราะใช้อาหารเก่ามาเลี้ยงใหม่ เป็นต้น แต่จากประสบการณ์ ด้วงที่เลี้ยงได้มีขนาดปกติ อาจจะมีเล็กบ้างใหญ่บ้างเป็นธรรมชาติของด้วง ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมามีด้วงหลายสิบชนิด (ทั้งด้วงกว่าง ด้วงเขี้ยวกางและด้วงดอกไม้บางชนิด) สามารถผสมพันธุ์และได้ตัวหนอนจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าในอนาคตจะสามารถขยายพันธุ์ได้มากขึ้น เพื่อแบ่งขายให้ผู้สนใจได้ทดลองเลี้ยงดูได้บ้างต่อไป ที่ไม่สามารถแจกฟรีตามที่มีหลายคนขอมาเพราะสวนสัตว์แมลงสยามไม่มีเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือหน่วยงานใดๆ การเพาะเลี้ยงด้วงเป็นการลงทุนที่ยากจะได้ทุนคืนเพราะต้องซื้อหาพ่อแม่พันธุ์มาในราคาแพง ผู้ที่สนใจเรื่องการเพาะเลี้ยงด้วงสามารถไปดูและปรึกษากันได้ทุกวันที่สวนสัตว์แมลงสยาม หรือส่งกระทู้ถามมาได้ที่กระดานสนทนา

กว่างซางหูกระต่าย หรือกว่างซางพม่า เป็นด้วงกว่างห้าเขาชนิดหนึ่งที่หายากเนื่องจากพบเฉพาะแนวชายแดนไทยพม่า แถบจังหวัดกาญจนบุรี ตากและแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันสามารถผสมพันธุ์และได้ไข่ และหนอนจำนวนมากพอสมควรเลี้ยงไม่ยากและน่าจะได้ตัวเต็มวัยในปลายฤดูฝนประมาณเดือนกันยายน-ตุลาคมที่จะถึงนี้
Copyright: Siam Insect-Zoo การคัดลอกรูปและข้อความต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ยกเว้นการวิจารณ์และอ้างอิงเพื่อการศึกษา

































































