The Golden Birdwing Butterflies, Troides aeacus aeacus, an egg-laying problem ผีเสื้อถุงทองธรรมดาผีเสื้อปีกนกขนาดใหญ่ที่เลี้ยงได้ไม่ยากแม้ว่าแม่ผีเสื้อตัวนี้จะมีปัญหาไข่ติดก้น

August 16th, 2011

t-aeacus-egglaying1.jpgt-aeacus-egglaying2.jpg 
tr01.jpgtr02.jpgtr03.jpg
     Help me, Help me, please (if she can shout) while this golden birdwing laying her eggs, some of her eggs did not stick to the leaves but her abdomen-end. I wondered at first glance, why she spent a little bit longer time for laying an egg under a leaf. So, I could take some photos easily. When I looked closer and noticed that she had a problem because her eggs did not stick to the place she wished, but her abdomen-end. She tried to remove them. The Golden Birdwing Butterfly is considered as a common butterfly in Thailand and rather easy to breed and rear them if you wish. Because their larval foodplants, Aristolochia spp. are common and grown everywhere especially in the rich forests.

      
ผีเสื้อถุงทองธรรมดาตัวนี้ถ้ามีปากพูดได้คงจะร้องให้คนช่วยเป็นแน่ เพราะมันวางไข่แต่ไข่ไม่ติดที่ใบพืช กลับมาติดอยู่ที่ก้นของตัวเอง ความเหนียวของสารที่ตืดอยู่ที่ไข่เทียบได้กับกาวยางอย่างดี ยากที่มันจะป้ายไข่ให้หลุดออกไปจากปลายท้องของตัวเองได้ ผีเสื้อถุงทองธรรมดาจัดเป็นผีเสื้อปีกนกขนาดใหญ่ที่น่าสนใจมาก สามารถเพาะเลี้ยงได้ง่ายเนื่องจากพืชอาหารคือต้นกระเช้าถุงทอง กระเช้าผีมดมักขึ้นอยู่ทั่วไปแทบทุกหนทุกแห่งโดยเฉพาะตามป่าที่สมบูรณ์ทั่วไปมีมากมายอย่างกว้างขวาง ถ้าเราปลูกพืชอาหารไว้ที่บ้านผีเสื้อก็จะบินตามมาวางไข่ได้แม้ในกรุงเทพฯ

The Common Birdwing, Troides helena cerberus captive breeding possibly in Thailand ผีเสื้อถุงทองป่าสูง เป็นผีเสื้อถุงทองอีกชนิดหนึ่งซึ่งพบมากในภาคเหนือและภาคใต้ของไทยสามารถเพาะเลี้ยงได้ มีใครเคยเลี้ยงบ้าง

June 13th, 2011

t-helenamr450.gif5th-t-helena450.giftroides-helenaa450.gif
Troides helena
cerberus (C. & R. Felder, 1865)  
        The Common Birdwing, though widespread and common in many of the localities it occurs in, is classified as Vulnerable.  It is found in Nepal, India, Bangladesh, Myanmar, Thailand, Cambodia, Laos, Vietnam, southern China, Hong Kong, Malaysia and Indonesia. This species is protected under Wild Animals Protection Ordinance Cap 170 in Hong Kong. The Common Birdwing is protected in Indonesia and may also require protection in peninsular Malaya also. It is listed in Appendix II of Convention on the International Trade in Endangered Species of Wild Flora and Fauna (CITES) as are all other Troides spp. However, it is considered as a common species of the two including T. aeacus aeacus in Thailand because of the availability of the larval foodplants (Aristoloochiae spp.) everywhere in Thailand. We have planned to grow as many as we can the foodplants and never enough in the captive breeding which is not so difficult and complicated. So, the best conserved way is to educate the people to well aware of the foodplants to protect the plants. We have some caterpillars rearing time to time at SIZ depending on the amount of the larval foodplants.
       
ผีเสื้อถุงทองป่าสูง เป็นผีเสื้อถุงทองอีกชนิดหนึ่งซึ่งพบมากในภาคเหนือและภาคใต้ของไทย ส่วนผีเสื้อถุงทองธรรมดาพบมากในภาคกลาง ผีเสื้อถุงทองเป็นผีเสื้อที่อยู่ในบัญชีแมลงที่อยู่ในข่ายแมลงที่กำลังถูกคุกคามทางการค้าระหว่างประเทศ จึงห้ามไม่ให้มีการซื้อขายดังกล่าวโดยเฉพาะการค้าระหว่างประเทศ ใครจะทราบบ้างว่าผีเสื้อถุงทองทั้งสองชนิดนี้มีพบเห็นทั้งปีและหาง่ายในประเทศไทย สามารถเพาะเลี้ยงได้ไม่ยาก แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการปลูกพืชอาหารให้เพียงพอกับการกิน พืชอาหารกำลังถูกคุมคามมากกว่าผีเสื้อที่จะถูกคุกคาม ดังนั้นการอนุรักษ์ผีเสื้อจำเป็นต้องอนุรักษ์พืชอาหาร การให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อให้เห็นความสำคัญของผีเสื้อจึงมีความสำคัญมาก วันนี้สวนสัตว์แมลงสยามพยายามปลูกพืชอาหารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ไม่เคยพอใช้เลี้ยงหนอนที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจนในบางครั้งต้องลดปริมาณการเลี้ยงหนอนลงเพื่อรักษาต้นไม้ไว้สำหรับการเลี้ยงในรุ่นต่อๆ ไป ผู้ใดสนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ตลอดเวลาที่สวนสัตว์แมลงสยาม     

To see the Paris Peacock, Papilio paris at Khao Yai NP ไปดูผีเสื้อหางติ่งปารีสที่เขาใหญ่ สวยงามมาก ที่นี่มีเยอะจริงๆ

July 10th, 2010
k-p-paris3-450.jpgk-p-paris1-450n.jpgk-p-paris2-450n.jpgk-p-nephelus2.jpgk-p-nephelus1.jpgk-g-sarpedon.jpgk-green-and-yellow.jpgk-eurema.jpgk-crows.jpg
A movie shot from Khao Yai NP on Papilo paris, 10.vii.2010
 
http://yfrog.com/j5dsc0289z
         KHAO YAI NATIONAL PARK
is one of my faverite place to visit. It is a tropical moist evergreen forest, only 200 km from Bangkok. The rich diversity of plants, animals especially insects make Khao Yai interesting to visit. I love to see and take picture of butterflies there. One of outstanding beautiful swallow-tailed species is the Paris Peacock, Papilio paris, which hardly to find in large amount else where comparing to Khao Yai. Maybe because its larval food-plants are plenty there. Every time I go I can see them feeding on Lantana flowers or feeding on water on the wet places near the waterfall (Heiw Suwat Waterfall, just behind the souvenir shop to the right along the stream bank is one of the best site to see them). Many other butterflies can also find almost the whole year round. This place is rich in national resources in insects (beetles and butterflies). Howebver, the promotional efforts on butterflies seem to be lesser than Pang Sida NP or Kaeng Krachan NP. That why most of butterfly lovers spend their week-ends for watching them somewhere else. Try to observe by yourself to see the differences.
        อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นสถานที่หนึ่งที่ผู้เขียนชอบไปแวะเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติ เป็นป่าที่สมบูรณ์ในเขตร้อนชื้น อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 200 กิโลเมตร ผีเสื้อที่เขาใหญ่ที่พบว่าเด่นมากกว่าป่าที่อื่นคือผีเสื้อหางติ่งปารีส ที่ด้านบนปีกมีสีเหลือบเขียวเป็นประกายสะท้อนแสง มักพบบินตอมดอกผกากรองกลุ่มใหญ่ที่ปลูกอยู่ทางขวามือ ห่างจากสามแยกที่ตั้งเขาใหญ่โภชากรเดิมไปทางน้ำตกเหวสุวัติประมาณ 300 เมตร หรือมักจะพบผีเสื้อหางติ่งปารีสเกาะดูดกินน้ำเกลือแร่ตามริมลำธารที่แฉะๆ โดยเฉพาะด้านหลังร้านจำหน่ายของที่ระลึกเดินไปทางขวา บริเวณนี้มักไม่ผิดหวังสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปผีเสื้อ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปมักจะเดินไปทางซ้ายเพื่อไปดูน้ำตกมากกว่าจะลงมาดูผีเสื้อทางด้านนี้ สาเหตุที่เขาใหญ่มีผีเสื้อหางติ่งปารีสมากน่าจะเป็นเพราะความสมบูรณ์ของพืชอาหาร (ผักแปมป่า) และธรรมชาติที่ร่มรื่น ป่าที่เขียวสดและอุดมสมบูรณ์มาก เขาใหญ่นอกจากจะมีผีเสื้อสวยมากมายหลากหลายชนิด สำหรับคนที่รักแมลงที่นี่มีด้วงปีกแข็งจำนวนมากที่ค่อนข้างโดดเด่นกว่าอุทยานและป่าในเขตใกล้เคียง อย่างไรก็ตามการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้คนไปดูผีเสื้อจะด้อยกว่าปางสีดาและแก่งกระจานจนคนส่วนใหญ่มักไปตามกระแสในช่วงวันหยุด ผู้เขียนขอแนะนำว่าน่าจะลองไปดูผีเสื้อที่เขาใหญ่เพื่อเปรียบเทียบชนิดผีเสื้อและความสมบูรณ์ของธรรมชาติด้วยตนเองแล้วอาจจะเปลี่ยนใจไปเที่ยวเขาใหญ่มากขึ้นก็ได้

Birdwing & Swallowtail Butterfly Larvae Family Pailionidae หนอนของผีเสื้อกลางวัน วงศ์ผีเสื้อหางติ่งและผีเสื้อปีกนก

July 10th, 2009

PAPILIONIDAE วงศ์ผีเสื้อปีกนกและผีเสื้อติ่งหาง (Birdwings and Swallowtails)
p3.jpgt-helena-l.jpg
ผีเสื้อถุงทองป่าสูง
Troides helena  The Common Birdwing
p4a.jpgtroides-aeacus-pre.jpg
ผีเสื้อถุงทองธรรมดา
Troides aeacus  The Golden Birdwing
pachliopta-aristolochiae2.jpgp20a.jpg
ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู Pachliopta aristolochiae  The Common Rose
p-demolar2.jpgp-demo-pre2-502.jpg
ผีเสื้อหนอนมะนาว Papilio  demoleus  The Lime Butterfly
p-polytes-lar1ml302.jpgp29.jpg
ผีเสื้อหางติ่งธรรมดา Papilio polytes The Common Mormon
p30.jpgpapilio-memnon-pre.jpg
ผีเสื้อหางติ่งนางละเวง Papilio memnon  The Great Mormon
chilasa-clytia-l10.jpgchilasa-clytia-l11.jpg
ผีเสื้อเชิงลายธรรมดา Papilio clytia The Common Mime
p56a.jpgp-antiphates2.jpg

ผีเสื้อหางดาบใหญ่ Graphium antiphates The Fivebar Swordtail
p65a.jpgg-dosolar14.jpg
ผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก  Graphium doson  The Common Jay
graphium-agamemnon2.jpgp71.jpg
ผีเสื้อหนอนจำปีธรรมดา Graphium agamemnon The Tailed Jay

The Lime Butterfly, Papilio demoleus malayanus inside our quality Butterfly House of Siam Insect Zoo at Mae Rim, Chiang Mai ผีเสื้อหนอนมะนาว ในสวนผีเสื้อคุณภาพที่แม่ริม เชียงใหม่ ของสวนสัตว์แมลงสยาม

October 20th, 2008

p-demoleus1.jpg
p-demol5.jpgp-demo-la5-bg.jpgp-demo-pupa1a.jpg
click for a larger image
The Lime Butterfly, Papilio demoleus malayanus Wallace, 1865 is one of the common butterflies. The photograph can be easily taken during the colpulation. The female is on the top slight darker yellowish than the male. Any common butterfly can be beautiful by your hands
       ผีเสื้อหนอนมะนาวเป็นผีเสื้อที่พบเห็นบ่อยๆ เนื่องจากหนอนกินใบส้ม มะนาวซึ่งมีอยู่ทั่วไป ภาพของผีเสื้อที่ธรรมดานี้ก็สวยได้ด้วยฝีมือคุณ โดยเฉพาะเวลาที่กำลังผสมพันธุ์ที่มันเกาะนิ่งๆ ให้เลือกมุมถ่ายเท่าที่คุณต้องการในสวนผีเสื้อ ผีเสื้อเพศเมียตัวบนจะมีสีน้ำตาลอ่อนเข้มกว่าตัวผู้
       Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM  

The Burmese Raven, Papilio castor mahadeva Moore, 1879 =Papilio mahadeva mahadeva, an uncommon butterfly from some places in Thailand and Nakhon Nayok ผีเสื้อเชิงลายมหาเทพ ผีเสื้อปาปิญองที่ไม่ธรรมดา พบที่นครนายกด้วยเหมือนกัน

June 25th, 2008

papilio-mahadeva1.jpg
Papilio castor mahadeva Moore, 1879  =Papilio mahadeva mahadeva Moore, 1878. It is?an uncommon butterfly in Thailand. This species is easy recognized by black or dark brown coloring, hindwing with two series of white submarginal spots and without tails at hindwings. Wingspan is 75-85 mm. There are two subspecies occur in Thailand. Male of subspecies mahadeva UpH has longer postdiscal spots than in selangoranus, female of the former usually with a prominent series of submarginal white spots which is very much reduced or absent in the latter. Subspecies mahadeva distributed in Myanmar and Thailand (Nakhon Nayok, Kaeng Krachan). While subspecies selangoranus distributed in the South of Thailand and Malaysia (Ranong).
ผีเสื้อเชิงลายมหาเทพ เป็นผีเสื้อที่มีลักษณะคล้ายผีเสื้อหางติ่งธรรมดาเพศผู้ซึ่งมีสีดำและมีจุดแต้มสีขาวที่เรารู้จักคุ้นเคยกันมาก แต่ผีเสื้อชนิดนี้ไม่มีหาง ในประเทศไทยพบสองชนิดย่อย ชนิดย่อยmahadeva พบทั่วไปยกเว้นภาคใต้ แต่ก็ไม่ได้เป็นผีเสื้อธรรมดาที่พบบ่อยๆ เมื่อเร็วๆ นี้ผู้เขียนได้มีโอกาสเก็บภาพที่ผีเสื้อเชิงลายมหาเทพลงดูดกินน้ำอย่างเพลินๆ แบบไม่ไล่ไม่ยอมขยับไปไหนเลย
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

The Great Bhutan, Bhutanitis lidderdalii ocellatomaculata, an extincted butterfly from Thailand not long ago ผีเสื้อภูฐาน หรือผีเสื้อสมิงเชียงดาว ผีเสื้อที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้

June 23rd, 2008

bhutanitis.jpg 
Genus: Bhutanitis Akinson, 1873
Species: Bhutanitis lidderdalii Atkinson, 1873
Subspecies: Bhutanitis lidderdalii ocellatomaculata Igarashi, 1979 
         This species is believed extinct from Thailand since 1982 when there was a big forest fire burning a large area and the larval food plants at its habitat at Chiang Dao Hill, Chiang Mai. A note by a butterfly expert from Thailand, Mr. Aroon Samruadkit (in Thai) is attached below telling the story of the discovery story of this butterfly at its habitat which is at Chiang Dao Hill in September 1978. The adult wingspan is 100-120 mm. Sexes are similar, antenna short, FW elongate and rounded at apex, HW with tails, the longest one at vein 4 and shorter ones at veins 3, 2 and 5; UP blackish-brown with yellowish markings, the red tornal area extended to vein 5 of HW, half filled in by a large black patch and two small white central spots. Distribution: India to North Thailand (confined to Chiang Dao - Chiang Mai).
         ผีเสื้อภูฐาน หรือผีเสื้อสมิงเชียงดาว เป็นผีเสื้อที่เชื่อว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยเนื่องจากเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ที่เผาผลาญทำลายพืชอาหารและแหล่งกำเนิดของผีเสื้อชนิดนี้บนดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งพืชอาหารที่กล่าวถึงนี้คือต้นมณฑาดอยดอกสีแดง Mangilietia garrettii Craib แม้ว่าปัจจุบันยังมีต้นมณฑาดอยขึ้นอยู่ในป่าที่ดอยหลวงเชียงดาวก็ตามแต่ก็สายเกินกว่าจะรักษาเผ่าพันธุ์ของผีเสื้อชนิดนี้ไว้ได้
        จากบันทึกของอาจารย์อรุณ สำรวจกิจ* ถึงเรื่องราวการค้นพบแหล่งกำเนิดในช่วงเวลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ พิมพ์เผยแพร่ในวารสารตราไปรษณียากร ฉบับเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2527, ISSN 0125-1449 หน้า 33 เรื่องตราไปรษณียากรชุดผีเสื้อชุดที่ 3 ซึ่งมีใจความว่า
        ดังเป็นที่ทราบกันดีว่าแมลงจำพวกผีเสื้อนั้นเป็นสัตว์ที่สวยงามมาก ข้าพเจ้าคิดว่าเกือบทุกประเทศในโลกมีเก็บสะสมไว้ในพิพิธภัณฑ์เพื่อการศึกษาของประเทศนั้นๆ ซึ่งบางประเทศได้ถือเอาผีเสื้อบางชนิดเป็นผีเสื้อประจำชาติของเขาด้วย….การสือสารแห่งประเทศไทยมีกำหนดในการออกจำหน่ายตราไปรษณียากรชุดผีเสื้อชุดที่ 3 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2527 จึงขอรวบรวมเรื่องความเป็นมาของผีเสื้อชุดนี้คือชนิดราคา 2.00 บาท เป็นภาพผีเสื้อชื่อ สมิงเชียงดาว Bhutanitis lidderdalei ochracea Tytler อย่างไรก็ตามชื่อที่ถูกต้องที่ยอมรับในปัจจุบันปรากฏอยู่ด้านบน ผีเสื้อชนิดนี้จัดอยู่ในวงศ์ปาปิลิออนนิดี้ (Family Papilionidae)
         เมื่อเดือนมีนาคม 2516 ข้าพเจ้าได้เดินทางไปสำรวจและรวบรวมแมลงที่ดอยหลวงเชียงดาว ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าได้แวะเยี่ยมมิสเตอร์ยัง (Mr. Young) ซึ่งเคยรู้จักกันเมื่อปี 2496 ข้าพเจ้าได้ถามถึงผีเสื้อของเมืองไทยทางภาคเหนือ ซึ่งท่านผู้นี้มีความรู้อยู่พอสมควร ในการสนทนากับท่าน ท่านบอกว่าบุตรชายของท่านได้ผีเสื้อมาจากชาวเขา คิดว่าเป็นจีนฮ่อ ตัวหนึ่ง ท่านได้หยิบหนังสือมาชี้ให้ดูรูป ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจมากไม่นึกว่าผีเสื้อชนิดนี้จะมีอยู่ในเมืองไทย ครั้นข้าพเจ้าสอบถามรายละเอียดและอยากเห็นตัวจริง ท่านก็บอกว่าบุตรชายของท่านนำติดตัวเอาไปเวียดนามด้วย แต่ท่านแนะนำให้ไปหาที่ดอยเชียงดาว

         
จนเวลาล่วงเลยมาหลายปี ข้าพเจ้าได้ไปเดินสำรวจบนดอยหลวงเชียงดาว และบริเวณเชิงดอยอีกหลายครั้ง แต่ความหวังก็เลื่อนลอย จนมาปี 2520 คุณกริช ตันติเวชศักดิ์ ได้นำผีเสื้อชนิดนี้ตัวหนึ่งมามอบให้ภราดาอำนวย ปิ่นรัตน์ จึงได้นำลงพิมพ์ในหนังสือ Butterflies of Thailand Vol. One แต่ก็เป็นเพียงตัวเดียวเท่านั้น?ต่อมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2521 ข้าพเจ้าพร้อมด้วยนายโทน อุทัย เป็นผู้นำทางได้เดินทางไปพักแรมที่ห้วยแม่โงน ทางทิศเหนือของดอยเชียงดาว เป็นสถานที่ซึ่งคุณกริชบอกข้าพเจ้าว่าจับได้บริเวณนั้น ข้าพเจ้าพักอยู่หลายวันก็ไม่มีวี่แววของแมลงตัวนี้ จึงเดินทางไปพบคุณกริชที่บ้านแม่คองซ้ายแล้วเดินทางกลับ ระหว่างทางได้พบจีนฮ่อคนหนึ่งชื่อเล่าเอ๋อ ได้บอกว่าเขาเป็นผู้ที่จับผีเสื้อตัวนั้นบนดอยเชียงดาว แล้วนำไปให้บุตรชายของมิสเตอร์ยัง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ข้าพเจ้าได้กำชับนายโทนให้เดินขึ้นไปค้นหาบนดอยหลวงเชียงดาวอีก โดยให้เหตุผลว่าแหล่งกำเนิดที่แท้จริง ต้องอยู่บนดอยหลวงเชียงดาวแน่นอน ตอนต้นเดือนกันยายน นายโทน อุทัยได้ส่งข่าวให้ข้าพเจ้าทราบว่าพบแล้วบนดอยปริมาณมากพอสมควร ตั้งแต่บริเวณปากอ่าวสลุง ความสูงประมาณ 2,000 เมตรลงมาถึงระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตรเท่านั้น ผีเสื้อชนิดนี้จัดอยู่ในพวกสวยงามมาก ปีกแต่ละข้างยาวประมาณ 45-55 มิลลิเมตร ปีกคู่หน้าที่ปลายปีกด้านบนและมุมปีกล่างกลมมน ไม่แหลมและหักมุมเหมือนผีเสื้อชนิดอื่นๆ ในวงศ์เดียวกัน
        ผู้เขียนได้มีโอกาสเดินทางไปสำรวจแมลงที่ดอยเชียงดาวครั้งแรกในปี พ.ศ. 2525 กับอาจารย์อรุณ สำรวจกิจ แต่ก็เห็นเพียงกรอบรูปผีเสื้อชนิดนี้ 1 กรอบเป็นของชาวบ้านที่นั่น ซึ่งคาดว่าเป็นปีสุดท้ายที่ยังมีผู้พบผีเสื้อชนิดนี้ในธรรมชาติ เพราะตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมาไม่มีใครรายงานการค้นพบผีเสื้อชนิดนี้อีกเลย

อาจารย์อรุณ สำรวจกิจ
* ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2548 ด้วยอายุ 85 ปี มีผีเสื้อและแมลงปอหลายชนิดที่ตั้งชื่อ arooni ซึ่งตามปกติอ่านว่า “อรุณไน” แต่ท่านชอบให้เรียกว่า “อรุณี” เช่นผีเสื้อ Spindasis arooni Murayama & Kimura, 1990; Pseudotajuria donatan arooni Ek-Amnuay, 2006 และแมลงปอ Chlorogomphus arooni Asahina, 1981 เพื่อเป็นเกียรติแก่งานที่ท่านได้ทำไว้ ซึ่งมีประโยชน์แก่การศึกษาผีเสื้อและแมลงหลายกลุ่มในประเทศไทยมาก ผีเสื้อชนิดแรกและแมลงปอ แมลงสองชนิดนี้จะได้นำรูปและเรื่องมาลงในเว็บไซต์นี้ต่อไป
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

The White Dragontail, Lamproptera curius an attractive butterfly from Kanchanaburi ผีเสื้อหางมังกรขาว ผีเสื้อหางบิดยาวที่น่าสนใจจากกาญจนบุรี

June 20th, 2008

lamproptera-curius1.jpglamproptera-curius2-450.jpg
Lamproptera curius curius
(Fabricius, 1787)
Wingspan 25-37 mm. UP is black, FW with apical half transparent band except narrow border and black veins, discal band prominent white on both wings, HW with a long and twisted, white-tipped tail. Male bears a scent fold on UpH. Lfp: Illigera appendiculata- เถาส้มกุ้ง, Illigera rhodantha - สะบ้าหนุย. Distribution: India, Myanmar, Malaysia, Laos and

Thailand. It is more common in Kanchanaburi than the green tails. In the contrary to the north where the green tails are more common than the white ones.

ผีเสื้อหางมังกรขาว มีหางที่ยาวบิดเล็กน้อยช่วยให้ดูสวยงามมากในขณะที่บิน แม้ว่าจะมีขนาดเล็กก็ตาม ผีเสื้อชอบลงดูดกินน้ำตามพื้นดินทรายแฉะๆ? เมื่อต้องการพักเหนื่อยก็จะลงเกาะแผ่ปีกตามใบไม้ ถ้าโชคดีก็สามารถเข้าใกล้ถ่ายภาพได้ไม่ยาก ชีวิตในระยะตัวอ่อนเป็นเรื่องท้าทายสำหรับคนไทยว่าจะมีฝีมือหรือเปล่า เพราะยังไม่เคยเห็นใครเอารูปหนอนที่ถ่ายจากของจริงมาอวดสายตากันได้เลย
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
?

The common jay butterfly ผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก หนอนกินใบต้นจำปีพบทั่วไปแม้ในกรุงเทพฯ

May 6th, 2008

g-doson1.jpgg-doson2lar.jpgg-doson3adult.jpg
Graphium doson
(C. & R. Felder) is a common butterfly, widely spread in India to S. China and S.E. Asia. The larva feeds on leaves of Michelia alba, M. champaca and Artabotrys siamensis, for examples. Upperside is black with greenish spots, underside with a short black red-centered costal bar parallel to the black basal band.
ผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ขนาดความกว้างของปีก 50-65? มิลลิเมตร ผีเสื้อทั้งสองเพศมีรูปร่างลักษณะเหมือนกัน พื้นปีกด้านบนมีสีดำ มีจุดสีเขียวอมฟ้ากระจายไปทั่ว มีจุดแต้มสีเขียวเข้มหลายจุดบนปีกทั้ง 2 คู่ ด้านใต้ปีกมีสีจางกว่าด้านบนมาก มีจุดแดงตรงกลาง แถบดำสั้น ๆ ที่ใกล้ขอบปีกบนและโคนปีก แถบดำนี้อยู่ขนานกับขีดดำบริเวณฐานปีก โดยแยกจากกันชัดเจน ?หนอนกินใบจำปี จำปา และการเวก เป็นต้น หนอนผีเสื้อที่เห็นในภาพพบจากต้นจำปีที่ปลูกในกรุงเทพฯ
Copyright: Siam Insect-Zoo 2008

Hosting

Hosting