The Mae Khachan Red Neo-stag Beetle, Neolucanus nitidus maekajanensis, unusual breeding ด้วงคีมนีโอแดงแม่ขะจาน แมลงเฉพาะถิ่นของแม่ขะจาน จังหวัดเชียงราย กับการจับคู่สาม

August 8th, 2011

n-nitidus-marching.jpgneolucanus-nitidus1.jpgneolucanus-nitidus2.jpg
Neolucanus nitidus maekajanensis
Ichikawa & Fujita, 1987
      
Black and resinous-red above the elytra. Male, canthus is slightly rounded in front of the eye, not prominent; mandibles in large developed male each with a sharp erect tooth near the end, pointed upwards; pronotum broad with lateral angle blunt and hind angle sharp; elytra rather broad, oval shaped. Female, mandibles are short. Length, male 36-50 mm, female 40-41 mm. Distribution: Confined to N. Thailand especially at Tambon Mae Khachan, Amphor Wiang Pa Pao, Chiang Rai where the subspecific name comes from. The flying season is mainly in September, very little known about the biology of young stages. So, it is a challenging work to breed and rear this beetle. A number of them have been collected for captive breeding and rearing at Siam Insect Zoo and in Bangkok now. The males are no so aggressive so, I put two pairs of them in one breeding case. They live well and I saw three of them in marching at one night while the other female was left watching. If she could shout I think she would.
       
ด้วงคีมนีโอแดงแม่ขะจาน หรือแด้วงคีมนีโอแดงใหญ่ เป็นด้วงคีมสีดำ ปีกแข็งคู่หน้ามีสีแดงยางไม้จนถึงแดงเข้ม เพศผู้มีขอบข้างตาด้านหน้าค่อนข้างโค้งกลม เพศผู้ขนาดใหญ่มีคีมปากขนาดใหญ่ที่ส่วนปลายมีหนามแหลมตั้งขึ้น สันหลังอกด้านข้างกว้างเป็นมุมมนตรงกลาง และมุมหักที่ด้านหลัง ปีกค่อนข้างกว้างเป็นรูปไข่ เพศเมียคล้ายเพศผู้แต่มีฟันสั้นซี่เดียว ขนาดเพศผู้ 36-50 มิลลิ้มตร เพศเมีย 40-41 มิลลิเมตร เขตแพร่กระจายพบเฉพาะทางเหนือของไทยโดยเฉพาะที่ตำบลแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่ โดยชื่อชนิดย่อยได้ใช้ตามชื่อตำบลแม่ขะจาน เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อ 22 ปีที่ผ่านมานี้เอง ด้วงชนิดนี้พบมากในเดือนกันยายน โดยช่วงนี้มีด้วงชนิดนี้ออกบินมากพอสมควร อย่างไรก็ตามชีวิตในระยะตัวอ่อนยังมีการศึกษากันน้อยมาก จึงเป็นงานท้าทายสำหรับการเพาะเลี้ยงด้วงคีมชนิดนี้ สวนสัตว์แมลงสยามกำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ ผู้เขียนได้เลี้ยงอยู่ที่กรุงเทพฯ 2 คู่โดยใส่รวมกันในตู้ผสมพันธุ์และวางไข่ เนื่องจากเพศผู้มีนิสัยไม่กร้าวร้าว คืนหนึ่งที่ผ่านมาพบว่าตัวผู้สองตัวเกาะติดอยู่ที่ด้านหลังตัวเมียเหมือนเดินพาเรด ปล่อยให้ตัวเมียอีกตัวที่เหลือยืนงงอยู่ข้างๆ เป็นภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ
back to checkilist of Lucanidae

Old-sculptured stag beetles, Aegus chelifer, a male emerged within 9 days in pupal stage. ด้วงคีมร่องเก่า พบทั่วไป แม้ในกรุงเทพฯ ตัวเต็มวัยออกจากดักแด้แล้วในเวลาเพียง 9 วัน

March 23rd, 2011

aegus-cheliferl3n.jpga-chelifer-prep-1.jpgaegus-cheliferpm1.jpgaegus-cheliferpm2.jpga-cheliferm2.jpgaegus-chelifer-m.jpgaegus-chelifer-f-kpb-450.jpg
aegus-chelifermix1.jpgaegus-chelifermix2.jpgaegus-chelifermix3.jpg
Aegus chelifer chelifer
(MacLeay, 1819) 
      Ma
le, head bears a pair of tubercles in the middle front; lateral margins behind the eyes rounded; mandibles strongly curved horizontally, with a blunt basal tooth and a sharp middle tooth at the inner edge; pronotum slight shining; elytra deeply grooved longitudinally, rather shining. Female is oval shaped; head and pronotum strongly rugosely punctured; mandible bearing a pair of small teeth near the middle edge; elytra closely sculptured and dull. Length male 25-37 mm, female 20 mm. Distribution: India, Bangladesh, Myanmar, Laos, Cambodia, Vietnam, Thailand (Wiang Pa Pao, Chiang Dao, Hang Dong, Bangkok). It is a small common stag beetle which can find in small gardens even in Bangkok. It is good to start breeding and rearing such a common beetle for the beginners. I found many of these white grubs including pupae and adults at the rotten wood inside Kasetsart University today as shown in the lower set of images.  
       
ด้วงคีมร่องเก่า แม้ชื่อจะบอกว่าแมลงดูเก่า แต่ลวดลายบนหลังของตัวเมียค่อนข้างจะเป็นศิลปะที่ไม่เหมือนใคร เพศผู้มีสันนูนๆ อยู่ด้านหน้าสุดของหัวตรงส่วนกลาง ปากมีเขี้ยวโค้งยาวในแนวระนาบ มีเขี้ยวทู่ๆ ที่ฐานและกึ่งกลางด้านในของเขี้ยว สันหลังอกมันสะท้อนแสง ร่องปีกค่อนข้างลึกตามแนวยาว พบทั่วไปตั้งแต่เหนือจรดใต้ และพบในสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ด้วย คนที่สนใจอยากลองเลี้ยงด้วงอาจพอหาได้ ชอบบินมาเล่นไฟฟ้าในเวลากลางคืนด้วย ด้วงตัวเมียที่ผ่านการผสมพันธุ์แล้วเลือกวางไข่ในขอนไม้ผุ หนอนที่ฟักออกจากไข่จะกัดกินอยู่ภายใน สามารถนำมาเลี้ยงรวมกันได้ในไม้บดที่มีความชื้นเส็กน้อย หนอนวัย 3 (L3) มีหัวกะโหลกกว้างประมาณ 5-6 มิลลิเมตร ลำตัวยาว 40-50 มิลลิเมตร ระยะตั้งแต่วางไข่จนถึงตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น จัดเป็นหนอนด้วงคีมขนาดเล็กที่หาง่าย เลี้ยงง่ายชนิดหนึ่งที่เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋ว
       เช้าวันนี้ผมได้ไปเดินออกกำลังกายใน ม. เกษตรฯ ใกล้สนามกีฬากลาง หลังศูนย์วัฒนธรรมซึ่งติดกับถนนวิถภาวดี-รังสิต พบว่ามีขอนไม้ที่ตัดแล้ววางไว้เพื่อใช้เป็นขอนสำหรับนั่ง แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปนานหลายปี ขอนเหล่านี้ผุและขอนไหนเบามากมีหนอนด้วงคีมร่องเก่า รวมทั้งดักแด้และตัวเต็มวัยด้วยจำนวนมาก ใครอยากลองเลี้ยงก็ใช้วิธีหาหนอนตามขอนไม้ผุได้ไม่ยากแม้ในกรุงเทพฯ (ภาพเล็กเพิ่งถ่ายจาก ม.เกษตรฯ)
ขอขอบคุณ คุณภูมิถัทร์ อุทิตานนท์ ที่มอบหนอนตัวน้อยๆ ให้ไว้ให้เลี้ยงต่อเพื่อถ่ายภาพก่อนหน้านี้หลายตัว
        ใครมือยาวสาวได้สาวเอา โดยเฉพาะสิงห์ปืนไว หลังจากที่ผู้เขียนชี้โพรงให้กระรอก ก็มีคนตามไปดู ไปเก็บด้วงคีมร่องเก่ากันหลายคน แต่เนื่องจากมีขอนไม้ที่ตัดวางทิ้งไว้จำนวนหลายสิบขอน จึงยังมีหนอนและด้วงหลงเหลืออยู่ เพียงแต่ขอร้องว่าอย่าเงะเอาไปหมดปล่อยให้คนที่ไปทีหลัง หรือมือใหม่ได้ลองหาเอาไปเลี้ยงศึกษาดูบ้าง เชื่อว่าสถานที่อื่นในกทม. หรือต่างจังหวัดก็น่าจะหาด้วงได้ ลองดูรูปที่มีคนตามไปแงะดูมีไม่น้อยเลย แถมยังมีด้วงดอกไม้ และด้วงกว่างอื่นๆ ด้วย
dscf5626-450.jpgdscf5565.jpgdscf5571.jpgdscf5559.jpgdscf5576.jpgdscf5568.jpgdscf5591.jpg

 back to checkilist of Lucanidae

Dynodorcus curvidens a popular stag beetle amongst insect lovers in Thailand ด้วงคีมเคอร์วิเดนส์ ด้วงเขี้ยวกางยอดนิยมของคนรักแมลงในไทย

March 15th, 2011

d-curv-m.jpgd-curv-f1.jpgd-curv-l.jpg
dynodorcus-curvidens001.jpgdynodorcus-curvidens002.jpgdynodorcus-curvidens003.jpg
Dynodorcus curvidens
(Hope, 1840)
 
(Family Lucanidae, Order Coleoptera)
        
Male, entirely black, broad in front and rather slim behind; head bears a pair of small tubercles at front; mandibles strongly curved, each with a strong erect tooth in the middle and a small tooth near the tip in large male, but the erect tooth is closer to the base than the middle, the small tooth near the tip absent in the small male; elytra with punctured dot-lines, clearly seen along the lateral margins in small male, but rather smooth and with fairly finely punctured in large male. Female, canthus is rounded in front and extending to about three-fourth of each eye; elytra deeply grooved longitudinally, except the 2nd, 5th and 8th are strongly punctured, about twelve grooves. Mandibles in large male of subspecies volscens are not as broad as that of curvidens. Length male 30-75 mm, female 30-40 mm.
      
A pair of Dynodorcus curvidens curvidens, male 57.0 mm and female 35.5 mm have been put in a breeding case since 7.v.10. Three grubs obtained on 6.iii.11 (10 months after copulation) at SIZ. To prove that this species is possible to breed and rear in Thailand although the number of offspring is low maybe due to too small breeding case which limited the food supplying. We hope to get the pupae and adults in some more months.
         ด้วงคีมเคอร์วิเดนส์ เป็นด้วงคีมที่เคยหายาก ตัวผู้ที่มีขนาดยิ่งใหญ่ยิ่งมีราคาแพง ชนิดย่อยที่พบในภาคเหนือของไทยมีคีมปากที่กว้างกว่าชนิดที่พบที่เขาใหญ่หรือในมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ลักษณะทั่วไปคล้ายด้วงกระทิงดำมาก (Dynodorcus antaeus) แต่ตัวผู้แตกต่างกันอย่างเด่นชัดที่มีตุ่มเป็นฟันแหลมอยู่ด้านหน้าของส่วนหัวใกล้กับโคนคีมปากทั้งคู่ ปัจจุบันสวนสัตว์แมลงสยามสามารถเลี้ยงด้วงคีมเคอร์วิเดนส์ได้แล้ว และกำลังวางแผนการเพาะเลี้ยงให้มีจำนวนมากขึ้น
       เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2554 ที่ผ่านมานี้ ได้รื้อตู้ผสมพันธุ์ ซึ่งใช้เป็นตู้วางไข่ด้วย หลังจากใส่พ่อพันธุ์ขนาด 57.0 มิลลิเมตรและแม่พันธุ์ขนาด 35.5 มิลลิเมตรลงไปได้ประมาณ 10 เดือน เมื่อผ่าขอนไม้ดูพบว่ามีหนอนขนาดค่อนข้างใหญ่ 3 ตัว แม้ว่าจะได้หนอนน้อย อาจจะเนื่องมาจากตู้ที่ใช้ผสมพันธุ์มีขนาดไม่ใหญ่พอ แต่ก็พิสูจน์ได้ว่าเราสามารถเพาะเลี้ยงด้วงคีมเคอร์วิเดนส์ได้ในประเทศไทย และหลังจากนี้ ได้นำหนอนไปเลี้ยงต่อด้วยไม้ผุบด (ปูพื้นคีม) ในกระปุก 1 ลิตร ซึ่งน่าจะได้ดักแด้ และตัวเต็มวัยที่สมบูรณ์ในอีกไม่กี่เดิอนข้างหน้านี้
        
Photo Copyright @ Siam Insect-Zoo
back to checkilist of Lucanidae

Updated breeding and rearing Cyclommatus pahangensis chiangmaienesis ด้วงคีมเนื้อทรายเชียงใหม่ กับรายงานความคืบหน้าของการเลี้ยงหลังจากติดตามมาสองสามปี

September 4th, 2010

c-pahangensis1-450.jpgc-pahangensis2-450.jpgc-pahan1.jpgc-pahan2.jpgc-pahan3.jpg
c-pahangensis3.jpgc-pahangensis4.jpgc-pahangensis5.jpg
Cyclommatus pahangensis chiangmaienesis
Mizunuma, 1994
        A beautiful stag beetle from Wiang Pa Pao, Nam Nao and Doi Pui. It can be distinguished from a closed similar species, C. saltini, in larger sized and bearing a broad reddish-black stripe at median of pronotum which not present in the latter. Length, male 32-37 mm, female 18 mm. Because of much smaller sized of the female.Therefore the breeding of this species must be careful in taken care of the female which is so small and fewer in number found. We had a chance to observe the emergence of this species in early rainy season (May-July) from the North Thailand took them for our breeding attemp. Finally we can get some grubs L1 and L2 for our further rearing fascility at the moment. Sorry for the updated report from Siam Isect Zoo is in Thai. I have just translated partially of this report attached to the photos.  
        ด้วงคีมเนื้อทรายเชียงใหม่ เป็นด้วงคีมที่มีคีมปากแปลกและสวยงามมากชนิดหนึ่งของเวียงป่าเป้า น้ำหนาว และดอยปุย แตกต่างจากด้วงคีมฝางซึ่งพบที่ฝาง โดยมีแถบสีแดงดำพาดตามยาวอยู่กลางสันหลังอก นอกจากนี้ขนาดยังใหญ่กว่าชนิดหลังเล็กน้อย เพศผู้มีขนาด 32-37 มิลลิเมตร เพศเมีย 18 มิลลิเมตร เพศเมียมีขนาดเล็กกว่าเพศผู้มาก อีกทั้งพบน้อยกว่าเพศผู้ การเพาะเลี้ยงด้วงคีมชนิดนี้มีปัญหาที่เพศเมียที่มีขนาดเล็กมากจนเรามองข้ามไป อีกทั้งขนาดที่เล็กมากจึงถูกตัวผู้รังแกจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การผสมพันธุ์จึงต้องระวังและดูแลตัวเมียอย่างใกล้ชิด ผลงานการเลี้ยงด้วงชนิดนี้เพิ่มเติมดูได้จากกระดานสนทนา breeding report I  ด้วงชนิดนี้หลายตัวส่วนมากเป็นตัวผู้เริ่มออกจากดักแด้แล้ว แต่ยังต้องรอตัวเมียอีกระยะหนึ่งซึ่งน่าจะมีเพิ่มมากขึ้นต่อไปทั้งสองเพศ
l17n1.jpg
Copyright @ Siam Insect Zoo & Museum การคัดลอกรูปและข้อความส่วนหนึ่งส่วนใดของผลการค้นคว้าวิจัยนี้ไปพิมพ์เผยแพร่เพื่อธุรกิจ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ยกเว้นการอ้างอิงเพื่อการศึกษาโดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มากำกับไว้ด้วยเสมอ

Breeding report on Dorcus titanus titanus, the second largest stags from Sumatra รายงานความคืบหน้าการเพาะเลี้ยงด้วงคีมฟันเลื่อยสายพันธุ์ย่อยจากเกาะสุมาตราซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นที่สองของโลก

August 28th, 2010

p1100924tn.jpgp1100925mn.jpgp1100926pn.jpgp1100927fn.jpgp1100928n.jpg
        This is an interim report on breeding and rearing Dorcus titanus titanus obtained from Sumatra which is the second largest species of this group after D. titanus palawanicus. About 2 months after released a pair of this stags for copulation and egg laying. We looked for larvae in the rotten wood. Some L1 (mostly) and a few L2 larvae or white grubs found. After this we shall rear each of them in a small case and see the development further on at Siam Insect Zoo and Museum, Chiang Mai.
(Note: larva=single, larvae=plural, the larvae of beetles generally called grubs not caterpillars)
 
        รายงานเบื้องต้นการเพาะเลี้ยงด้วงคีมฟันเลื่อยสายพันธุ์ย่อยของ D.titanus titanus ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกจากเกาะสุมาตรา ซึ่งรองจาก D. titanus palawanicus ของเกาะปาลาวัน ฟิลิปปินส์ ขนาดตัวผู้ใหญ่ที่สุดประมาณ 100+ มิลลิเมตร แต่ปาลาวันนั้นได้ใหญ่ถึง 110+ มิลลิเมตร ที่พูดว่าใหญ่คือความยาวของลำตัวนั่นเอง ซึ่งยาวกว่าด้วงคีมราฟซึ่งยาวแค่ 105 มิลลิเมตรเท่านั้น
____________________________________
Note on a change in generic name: Serrognathus genus (in the Lucanidae) has recently been combined with the Dorcus genus under the Dorcus genus name. Serrognathus genus is retained here as it serves as a convenient method to study the Dorcus and Serrognathus species of the Indo-Australian region. Generally, specimens with serrated teeth on the mandibles with a black color can be called Serrognathus, and specimens with but a single or a few large teeth on the mandibles and a shiny black color can be called Dorcus.
        ด้วงคีมในสกุล Serrognathus เมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ได้มีการยุบรวมกับสกุล Dorcus โดยใช้ชื่อสกุลว่า Dorcus ลองมาฟังเหตุผลกัน ด้วงในสกุล  Serrognathus ยังคงสงวนไว้สำหรับวิธีการในการศึกษาด้วงทั้งสองสกุลคือ Dorcus และ Serrognathus ในเขตอินโด-ออสเตรเลีย โดยทั่วไปด้วงคีมฟันเลื่อยที่มีสีดำมักจะเรียกว่า Serrognathus แต่สำหรับด้วงคีมฟันเลื่อยที่มีฟันขนาดใหญ่เพียงสองสามซี่ และมีลำตัวสีดำมันมักจะเรียกว่า Dorcus สรุปคือต่อไปนี้อาจจะต้องเรียกชื่อสกุลตามผู้เชี่ยวชาญของโลกซึ่งมีแนวโน้มจะเอนเอียงเป็นสกุล Dorcus มากขึ้นนั่นก็คือด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดา หรือด้วงคีมฟันเลื่อยเหนือ และด้วงคีมฟันเลื่อยใต้ก็คงเรียกชื่อสกุลใหม่ซึ่งง่ายขึ้นเป็น  Dorcus platymelus platymelus และ Dorcus titanus titanus ตามลำดับ
Source: http://www.searchlifeforms.com/605020605175760/Beetles_-_Stag__Serrognathus_bucephalus__10760.aspx 

The common saw-toothed stag, Dorcus platymelus, breeding easily and possibly obtention of the large male as long as 80+ mm ด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดา สามารถเลี้ยงได้ง่าย มีโอกาสได้ด้วงขนาดใหญ่ยาวกว่า 80 มิลลิเมตร

August 15th, 2010

s-platymelus-f.jpgs-platymelus-mf.jpgs-platymelus-l.jpgpupa-ser-plataug10.jpg
Dorcus platymelus
(Saunders, 1854)=Serrognathus
       After collected young caterpillar from the breeding case and reared separately in one liter plastic bottle. It pupated for about 1 month and the emergence taken place recently in the rainy season. The life cycyle is about 1-3 years (egg about 1 month, larva 9 months, pupa 1 month, adult usually lives for 1-2 years or longer depending environmental factors and foods.  
       ด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดา หรือด้วงคีมฟันเลื่อยเหนือ พบทั่วไปในภาคเหนือของประเทศไทยเป็นด้วงชนิดหนึ่งซึ่งเลี้ยงไม่ยาก หลังจากการผสมพันธุ์และวางไข่ ประมาณ 50-60 วัน ได้เก็บหนอนจากตู้วางไข่ นำมาแยกเลี้ยงในกระปุกพลาสติกขนาด 1 ลิตร ระยะไข่ประมาณ 1 เดือน ระยะหนอนประมาณ 9 เดือนอย่างไรก็ตามเพศผู้ที่เจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่จะมีขนาดใหญ่อายุหนอนอาจจะนาน 12-13 เดือน ดังแสดงในภาพดักแด้หนัก 31 กรัม อายุประมาณ 13 เดือนกว่าๆ คาดว่าเมื่อออกจากดักแด้จะได้ด้วงคีมฟันเลื่อยเพศผู้ขนาดยาว 80+ แล้วครับ ดักแด้ปกตินานประมาณ 1 เดือน ตัวเต็มวัยมักออกจากดักแด้ในช่วงฤดูฝน ซึ่งช่วงนี้เริ่มมีด้วงหลายชนิดออกจากดักแด้เพื่อรอผสมพันธุ์และวางไข่ต่อไป วงจรชีวิตของด้วงชนิดนี้จากไข่จนถึงตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 11 ดือนในขณะที่ตัวเต็มวัยมีอายุ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต และอาหารของตัวเต็มวัย ซึ่งได้แก่ผลไม้สุก และยางไม้ เป็นต้น ใครที่อยากเลี้ยงด้วงคีมขอแนะนำเลยว่าถ้าอยากได้ด้วงตัวใหญ่ เลี้ยงง่าย อายุยืน อายุหนอนไม่ยาวมาก ควรให้เริ่มจากด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดาก่อนเลยครับ ราคาก็ไม่สูงมาก อายุด้วงตัวเต็มวัยก็นาน แถมตัวเมียวางไข่ง่าย เลี้ยงตัวอ่อนก็ง่าย โอกาสที่เลี้ยงในบ้านเราแล้วจะได้ตัวเต็มวัยขนาดใหญ่สูงมากอีกด้วย
back to checkilist of Lucanidae

The Malasian Yellow-stag Beetle ด้วงคีมกวางแต้ม ด้วงคีมกวางมลายู ด้วงคีมกวางเหลืองที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

July 30th, 2010

odon-femoralis3-450.jpg

odon-femoralism-450.jpg 

odon-femoralis1.jpgodon-femoralis2.jpgodon-femoralis4.jpg
Odontolabis femoralis femoralis (Waterhouse, 1887)   It is rather large, black and yellow species. Head and pronotum are black and tinted with reddish. Elytra are brownish-yellow with a narrow black suture. Legs are brownish-yellow to reddish black. Length male 55-84 mm, female 45 mm. Distribution: Malaysia, Sumatra, S. Thailand (Chumphon).
         ด้วงคีมกวางแต้ม ด้วงคีมกวางมลายู เป็นด้วงคีมกวางขนาดค่อนข้างใหญ่ มีสีแดงเข้มจนเกือบดำและปีกมีสีเหลืองอ่อนปนเทา อย่างไรก็ตามเมื่อด้วงตายและแห้งสนิทแล้วสีจะเปลี่ยนเป็นเหลืองทอง มีแถบสีดำแคบๆ ตามแนวยาวตรงกลางจากสามเหลี่ยมไปจรดปลายปีก ส่วนขามีสีน้ำตาลอ่อนปนเหลืองไปจนถึงสีแดงเข้มปนดำ เพศผู้ลำตัวยาว 55-84 มิลลิเมตร เพศเมียลำตัวยาวประมาณ 45 มิลลิเมตร เพศผู้มีหลายรูปแบบทั้งชนิดคีมโค้งใหญ่ คีมโค้งกลางและคีมค่อนข้างตรงสั้นแต่ก็ยังยาวกว่าในเพศเมีย ส่วนเพศเมียมีรูปแบบเดียวลำตัวค่อนข้างกว้าง เขี้ยวสั้น แต่แหลมคมมาก ใช้ในการกัดไม้ เพื่อวางไข่ กินอาหาร และใช้ในการป้องกันตัว ปีกมีแถบสามเหลี่มสีดำกว้างที่ฐานปีกและเรียวเล็กที่ปลายปีก  เขตแพร่กระจาย พบมากในมาเลเซีย เกาะสุมตราของอินโดนีเซีย และทางใต้ของไทยเคยมีรายงานว่าพบที่ชุมพร

Rhaetulus speciosus speciosus, a rare stag beetle from Northern Thailand ด้วงคีมสมันทองเหนือ สวยสง่างาม แต่หายาก ต้องเลี้ยงในห้องแอร์หรือที่เย็นๆ เท่านั้น ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่หรือผู้ไม่พร้อมนำไปเลี้ยง

April 19th, 2010

r-speciosus-a450.jpgr-speciosus-p450.jpgr-speciosus-l450.jpgr-speciosus-a.jpgr-speciosus-p.jpgr-speciosus-p2.jpg
Rhaetulus speciosus speciosus
Boileau, 1911
    It is one of rare stag beetle species from Northern Thailand. Generally it occurs in high altitude with rather cool temperature. Male, mandibles are square shaped; elytra of fullgrown adult black with a broad longitudinal yellow patch covering a half of each elytron. Female is black, slender; pronotum serrated at sides, the hind angle rounded; middle and hind tibiae, each with a strong lateral spine. Pronotum in subspecies speciosus is somewhat variable in black marked with yellow or reddish yellow whereas that of boileaui  generally black. Length male 48-56 mm, female 28 mm. Distribution: Wiang Pa Pao, Doi Pha Hom Pok, Doi Pui).
     
        ด้วงคีมสมันทองเหนือ กับภาพชุดล่าสุดจากเวียงป่าเป้า เชียงราย ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งสุดท้ายของหนอนเป็นดักแด้ใหม่ และเป็นด้วงตัวเต็มวัยใหม่ๆ สียังออกน้ำตาลแดงที่ยังไม่ดำแต่สง่างาม ด้วงคีมสมันทองเหนือเป็นด้วงคีมที่มาแรง แต่พบเฉพาะในเขตภูเขาที่สูง ในที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น ดังนั้นการเพาะเลี้ยงด้วงชนิดนี้จึงยากสักหน่อยเพราะต้องเลี้ยงในห้องแอร์ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงด้วงหายากชนิดนี้ประสบผลสำเร็จและเลี้ยงได้ดีในป่าที่เป็นถิ่นกำเนิดของมัน หรือเลี้ยงในห้องแอร์ ความสำเร็จดังกล่าวช่วยให้พัฒนาการของด้วงตัวเต็มวัยมีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าด้วงตัวเต็มวัยที่พบจากธรรมชาติโดยตรง แต่ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่เลี้ยงโดยเฉพาะในเขตที่มีอากาศร้อน ในพื้นราบ เพราะราคาค่อนข้างแพงใกล้หลักพันหรือแพงกว่า และหนอนอาจตายได้ถ้าเลี้ยงดูไม่ถูกวิธี เช่นหนอนถูกรบกวนบ่อย ระยะดักแด้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อแสงไฟแฟลตช์ที่อาจตายได้ถ้าโดนแสงมากๆ

The Antaeus giant stag beetle, Dorcus antaeus = Dynodorcus antaeus from Northern Thailand ด้วงคีมกระทิงดำใหญ่จากภาคเหนือของไทยเลี้ยงได้แล้ว

December 24th, 2009

d-antaeusl1.jpgd-antaeusl2.jpgd-antaeusl3.jpgd-antaeusm.jpgantaeus.jpgantaeus-10.jpgantaeus-8.jpg
Dorcus antaeus Hope, 1842, Syn. Dynodorcus antaeus (Hope, 1842)
      The generic name has been changed back to Dorcus by current revision. The large black bull-stag is one of the most difficult stag to breed because of egg-laying problem. There were very few eggs obtained from a fertile female or sometimes none if the breeding case not cool enough. It requires also dark and quiet place with less disturbance.  The usual habitat is at the highland forest which the temperature is rather cool and usually cold at year end. However, Siam Insect Zoo has made our attemps to breed them in normal room temperature in Chiang Mai since June 2008 and successfully obtained some caterpillars. They are about 10 months after egg laid. Rearing caterpillar is not a problem although it is very hot at the moment. We will keep our records for further studies.  
      ด้วงคีมกระทิงดำใหญ่ เป็นด้วงคีมที่เลี้ยงยากชนิดหนึ่ง เนื่องจากปัญหาการวางไข่ที่น้อย บางครั้งตัวเมียที่ผ่านการผสมพันธุ์แล้วไม่ยอมวางไข่เนื่องจากอากาศที่ร้อนเกินไป ตู้เลี้ยงด้วงชนิดนี้จำเป็นต้องเลี้ยงในที่มืดและสงบเงียบไม่ถูกรบกวนบ่อยเกินไป และอยู่ในที่ที่มีอากาศไม่ร้อนมากตลอดเวลา เนื่องจากถิ่นที่อยู่เป็นเขตภูเขาสูงซึ่งมีอากาศเย็นในเวลากลางคืน และหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาวช่วงปลายปี อย่างไรก็ตามสวนสัตว์แมลงสยามที่แม่ริม เชียงใหม่ยังไม่มีห้องเลี้ยงติดแอร์ เพราะยังต้องใช้เงินลงทุนอีกมาก แต่จากความพยามที่เลี้ยงในห้องพัดลมซึ่งเป็นห้องมืดก็สามารถได้ไข่ จนเป็นหนอนจำนวนหนึ่งโดยหนอนมีอายุได้ประมาณ ๑๐ เดือนตั้งแต่วางไข่ตั้งแต่เดือนมินายน การเลี้ยงหนอนไม่ยากและไม่มีปัญหาเรื่องอุณหภูมิแม้จะอยู่ในช่วงฤดูร้อนซึ่งอากาศร้อนมากก็ตาม หนอนของด้วงในสกุลนี้ชอบกินไม้ผุบดที่มีเชื้อเห็ดซึ่งจะช่วยให้หนอนเจริญเติบโตดีกว่าเลี้ยงด้วยไม้ผุธรรมดา อย่างไรก็ตามความชื้นของอาหารควรจะพอดีไม่เปียกจนแฉะหรือแห้งจนเกินไป ควรเปลี่ยนอาหารให้หนอนทุกเดือนขึ้นอยู่กับขนาดกระปุกถ้าเล็กก็ต้องเปลี่ยนบ่อย ถ้าใหญ่ก็อาจจะนานกว่า 30-45 วัน การเลี้ยงหนอนด้วงชนิดนี้อาจจะใช้วิธีการเลี้ยงด้วงคีมเคอร์วิเดนส์มาใช้ได้ ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกัน ข้อมูลการเลี้ยงได้ถูกบันทึกไว้ตลอดเพื่อประโยชน์ในการศึกษาต่อไปในอนาคต
back to checkilist of Lucanidae

The spotted yellow stag from Koh Samui, Prosopocoilus occipitalis ด้วงคีมเหลืองจุดสันหลังอกดำ จากเกาะสมุย นานๆ ทีที่จะได้พบด้วงจากแดนใต้

November 3rd, 2009

p-occipitalism1.jpgp-occipitalisf.jpgp-occipitalisl.jpg
Prosopocoilus occipitalis
(Hope & Westwood, 1845) 
      Adult male, pale brownish yellow, head alomost square, with a tooth at side behind the eye; pronotum with a black middle spot and a pair of smaller spot at sides. Female, the same colour, pronotum with the middle black marking square shaped, elytron with broader black than that ion the male. Length male 23-55 mm, female 17-26 mm. Distribution: S. Myanmar, Thailand, Malaysia and Indonesia. Photo of a female has been taken by Les Day from Koh Samui for the first time as illustrated.
      
ด้วงคีมเหลืองจุดสันหลังอกดำ ตัวเต็มวัยมีสีเหลืองปนน้ำตาลแดง เพศผู้ส่วนหัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหนามเล็กๆ อันอันอยู่ด้านข้างหลังตารวม สันหลังอดมีจุดเด่นสีดำตรงกลาง และมีจุดดำขนาดรองลงมาที่ด้านข้างอีก 1 คู่ เพศเมียมีขนาดเล็กกว่ามีกรามสั้นแต่แหลมคม จุดดำที่อยู่ตรงกลางสันหลังอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ขอบตรงกลางปีกมีเส้นสีดำกว้างกว่าในเพศผู้ หนอนมีสีขาวนวลผนังค่อนข้างใส หัวกะโหลกสีน้ำตาลแดง กำลังเพาะเลี้ยงเพื่อการศึกษาอยู่ในขณะนี้ เขตแพร่กระจายของด้วงชนิดนี้ พบทางใต้ของพม่า มาเลเซียและอินโดนีเซียและภาคใต้ของไทย ได้มีชาวฝรั่งเศสถ่ายภาพเพศเมียมาจากเกาะสมุยส่งมาลงในกระดานสนทนาดังแสดงในภาพข้างต้น
back to checkilist of Lucanidae

Hosting

Hosting