Updated breeding and rearing Cyclommatus pahangensis chiangmaienesis ด้วงคีมเนื้อทรายเชียงใหม่ กับรายงานความคืบหน้าของการเลี้ยงหลังจากติดตามมาสองสามปี





![]()
![]()
![]()
Cyclommatus pahangensis chiangmaienesis Mizunuma, 1994
A beautiful stag beetle from Wiang Pa Pao, Nam Nao and Doi Pui. It can be distinguished from a closed similar species, C. saltini, in larger sized and bearing a broad reddish-black stripe at median of pronotum which not present in the latter. Length, male 32-37 mm, female 18 mm. Because of much smaller sized of the female.Therefore the breeding of this species must be careful in taken care of the female which is so small and fewer in number found. We had a chance to observe the emergence of this species in early rainy season (May-July) from the North Thailand took them for our breeding attemp. Finally we can get some grubs L1 and L2 for our further rearing fascility at the moment. Sorry for the updated report from Siam Isect Zoo is in Thai. I have just translated partially of this report attached to the photos.
ด้วงคีมเนื้อทรายเชียงใหม่ เป็นด้วงคีมที่มีคีมปากแปลกและสวยงามมากชนิดหนึ่งของเวียงป่าเป้า น้ำหนาว และดอยปุย แตกต่างจากด้วงคีมฝางซึ่งพบที่ฝาง โดยมีแถบสีแดงดำพาดตามยาวอยู่กลางสันหลังอก นอกจากนี้ขนาดยังใหญ่กว่าชนิดหลังเล็กน้อย เพศผู้มีขนาด 32-37 มิลลิเมตร เพศเมีย 18 มิลลิเมตร เพศเมียมีขนาดเล็กกว่าเพศผู้มาก อีกทั้งพบน้อยกว่าเพศผู้ การเพาะเลี้ยงด้วงคีมชนิดนี้มีปัญหาที่เพศเมียที่มีขนาดเล็กมากจนเรามองข้ามไป อีกทั้งขนาดที่เล็กมากจึงถูกตัวผู้รังแกจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ การผสมพันธุ์จึงต้องระวังและดูแลตัวเมียอย่างใกล้ชิด ผลงานการเลี้ยงด้วงชนิดนี้เพิ่มเติมดูได้จากกระดานสนทนา breeding report I ด้วงชนิดนี้หลายตัวส่วนมากเป็นตัวผู้เริ่มออกจากดักแด้แล้ว แต่ยังต้องรอตัวเมียอีกระยะหนึ่งซึ่งน่าจะมีเพิ่มมากขึ้นต่อไปทั้งสองเพศ

Copyright @ Siam Insect Zoo & Museum การคัดลอกรูปและข้อความส่วนหนึ่งส่วนใดของผลการค้นคว้าวิจัยนี้ไปพิมพ์เผยแพร่เพื่อธุรกิจ ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน ยกเว้นการอ้างอิงเพื่อการศึกษาโดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มากำกับไว้ด้วยเสมอ
Breeding report on Dorcus titanus titanus, the second largest stags from Sumatra รายงานความคืบหน้าการเพาะเลี้ยงด้วงคีมฟันเลื่อยสายพันธุ์ย่อยจากเกาะสุมาตราซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นที่สองของโลก





This is an interim report on breeding and rearing Dorcus titanus titanus obtained from Sumatra which is the second largest species of this group after D. titanus palawanicus. About 2 months after released a pair of this stags for copulation and egg laying. We looked for larvae in the rotten wood. Some L1 (mostly) and a few L2 larvae or white grubs found. After this we shall rear each of them in a small case and see the development further on at Siam Insect Zoo and Museum, Chiang Mai.
(Note: larva=single, larvae=plural, the larvae of beetles generally called grubs not caterpillars)
รายงานเบื้องต้นการเพาะเลี้ยงด้วงคีมฟันเลื่อยสายพันธุ์ย่อยของ D.titanus titanus ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกจากเกาะสุมาตรา ซึ่งรองจาก D. titanus palawanicus ของเกาะปาลาวัน ฟิลิปปินส์ ขนาดตัวผู้ใหญ่ที่สุดประมาณ 100+ มิลลิเมตร แต่ปาลาวันนั้นได้ใหญ่ถึง 110+ มิลลิเมตร ที่พูดว่าใหญ่คือความยาวของลำตัวนั่นเอง ซึ่งยาวกว่าด้วงคีมราฟซึ่งยาวแค่ 105 มิลลิเมตรเท่านั้น
____________________________________
Note on a change in generic name: Serrognathus genus (in the Lucanidae) has recently been combined with the Dorcus genus under the Dorcus genus name. Serrognathus genus is retained here as it serves as a convenient method to study the Dorcus and Serrognathus species of the Indo-Australian region. Generally, specimens with serrated teeth on the mandibles with a black color can be called Serrognathus, and specimens with but a single or a few large teeth on the mandibles and a shiny black color can be called Dorcus.
ด้วงคีมในสกุล Serrognathus เมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ได้มีการยุบรวมกับสกุล Dorcus โดยใช้ชื่อสกุลว่า Dorcus ลองมาฟังเหตุผลกัน ด้วงในสกุล Serrognathus ยังคงสงวนไว้สำหรับวิธีการในการศึกษาด้วงทั้งสองสกุลคือ Dorcus และ Serrognathus ในเขตอินโด-ออสเตรเลีย โดยทั่วไปด้วงคีมฟันเลื่อยที่มีสีดำมักจะเรียกว่า Serrognathus แต่สำหรับด้วงคีมฟันเลื่อยที่มีฟันขนาดใหญ่เพียงสองสามซี่ และมีลำตัวสีดำมันมักจะเรียกว่า Dorcus สรุปคือต่อไปนี้อาจจะต้องเรียกชื่อสกุลตามผู้เชี่ยวชาญของโลกซึ่งมีแนวโน้มจะเอนเอียงเป็นสกุล Dorcus มากขึ้นนั่นก็คือด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดา หรือด้วงคีมฟันเลื่อยเหนือ และด้วงคีมฟันเลื่อยใต้ก็คงเรียกชื่อสกุลใหม่ซึ่งง่ายขึ้นเป็น Dorcus platymelus platymelus และ Dorcus titanus titanus ตามลำดับ
Source: http://www.searchlifeforms.com/605020605175760/Beetles_-_Stag__Serrognathus_bucephalus__10760.aspx
The common saw-toothed stag, Dorcus platymelus, breeding easily and possibly obtention of the large male as long as 80+ mm ด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดา สามารถเลี้ยงได้ง่าย มีโอกาสได้ด้วงขนาดใหญ่ยาวกว่า 80 มิลลิเมตร




Dorcus platymelus (Saunders, 1854)=Serrognathus
After collected young caterpillar from the breeding case and reared separately in one liter plastic bottle. It pupated for about 1 month and the emergence taken place recently in the rainy season. The life cycyle is about 1-3 years (egg about 1 month, larva 9 months, pupa 1 month, adult usually lives for 1-2 years or longer depending environmental factors and foods.
ด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดา หรือด้วงคีมฟันเลื่อยเหนือ พบทั่วไปในภาคเหนือของประเทศไทยเป็นด้วงชนิดหนึ่งซึ่งเลี้ยงไม่ยาก หลังจากการผสมพันธุ์และวางไข่ ประมาณ 50-60 วัน ได้เก็บหนอนจากตู้วางไข่ นำมาแยกเลี้ยงในกระปุกพลาสติกขนาด 1 ลิตร ระยะไข่ประมาณ 1 เดือน ระยะหนอนประมาณ 9 เดือนอย่างไรก็ตามเพศผู้ที่เจริญเติบโตสมบูรณ์เต็มที่จะมีขนาดใหญ่อายุหนอนอาจจะนาน 12-13 เดือน ดังแสดงในภาพดักแด้หนัก 31 กรัม อายุประมาณ 13 เดือนกว่าๆ คาดว่าเมื่อออกจากดักแด้จะได้ด้วงคีมฟันเลื่อยเพศผู้ขนาดยาว 80+ แล้วครับ ดักแด้ปกตินานประมาณ 1 เดือน ตัวเต็มวัยมักออกจากดักแด้ในช่วงฤดูฝน ซึ่งช่วงนี้เริ่มมีด้วงหลายชนิดออกจากดักแด้เพื่อรอผสมพันธุ์และวางไข่ต่อไป วงจรชีวิตของด้วงชนิดนี้จากไข่จนถึงตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 11 ดือนในขณะที่ตัวเต็มวัยมีอายุ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต และอาหารของตัวเต็มวัย ซึ่งได้แก่ผลไม้สุก และยางไม้ เป็นต้น ใครที่อยากเลี้ยงด้วงคีมขอแนะนำเลยว่าถ้าอยากได้ด้วงตัวใหญ่ เลี้ยงง่าย อายุยืน อายุหนอนไม่ยาวมาก ควรให้เริ่มจากด้วงคีมฟันเลื่อยธรรมดาก่อนเลยครับ ราคาก็ไม่สูงมาก อายุด้วงตัวเต็มวัยก็นาน แถมตัวเมียวางไข่ง่าย เลี้ยงตัวอ่อนก็ง่าย โอกาสที่เลี้ยงในบ้านเราแล้วจะได้ตัวเต็มวัยขนาดใหญ่สูงมากอีกด้วย
back to checkilist of Lucanidae
The Malasian Yellow-stag Beetle ด้วงคีมกวางแต้ม ด้วงคีมกวางมลายู ด้วงคีมกวางเหลืองที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
![]()
![]()
![]()
Odontolabis femoralis femoralis (Waterhouse, 1887) It is rather large, black and yellow species. Head and pronotum are black and tinted with reddish. Elytra are brownish-yellow with a narrow black suture. Legs are brownish-yellow to reddish black. Length male 55-84 mm, female 45 mm. Distribution:
ด้วงคีมกวางแต้ม ด้วงคีมกวางมลายู เป็นด้วงคีมกวางขนาดค่อนข้างใหญ่ มีสีแดงเข้มจนเกือบดำและปีกมีสีเหลืองอ่อนปนเทา อย่างไรก็ตามเมื่อด้วงตายและแห้งสนิทแล้วสีจะเปลี่ยนเป็นเหลืองทอง มีแถบสีดำแคบๆ ตามแนวยาวตรงกลางจากสามเหลี่ยมไปจรดปลายปีก ส่วนขามีสีน้ำตาลอ่อนปนเหลืองไปจนถึงสีแดงเข้มปนดำ เพศผู้ลำตัวยาว 55-84 มิลลิเมตร เพศเมียลำตัวยาวประมาณ 45 มิลลิเมตร เพศผู้มีหลายรูปแบบทั้งชนิดคีมโค้งใหญ่ คีมโค้งกลางและคีมค่อนข้างตรงสั้นแต่ก็ยังยาวกว่าในเพศเมีย ส่วนเพศเมียมีรูปแบบเดียวลำตัวค่อนข้างกว้าง เขี้ยวสั้น แต่แหลมคมมาก ใช้ในการกัดไม้ เพื่อวางไข่ กินอาหาร และใช้ในการป้องกันตัว ปีกมีแถบสามเหลี่มสีดำกว้างที่ฐานปีกและเรียวเล็กที่ปลายปีก เขตแพร่กระจาย พบมากในมาเลเซีย เกาะสุมตราของอินโดนีเซีย และทางใต้ของไทยเคยมีรายงานว่าพบที่ชุมพร
Filed under Coleoptera-Lucanidae ด้วงเขี้ยวกาง ด้วงคีม (stags) | Comments Off
Rhaetulus speciosus speciosus, a rare stag beetle from Northern Thailand ด้วงคีมสมันทองเหนือ สวยสง่างาม แต่หายาก ต้องเลี้ยงในห้องแอร์หรือที่เย็นๆ เท่านั้น ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่หรือผู้ไม่พร้อมนำไปเลี้ยง



![]()
![]()
![]()
Rhaetulus speciosus speciosus Boileau, 1911
It is one of rare stag beetle species from Northern Thailand. Generally it occurs in high altitude with rather cool temperature. Male, mandibles are square shaped; elytra of fullgrown adult black with a broad longitudinal yellow patch covering a half of each elytron. Female is black, slender; pronotum serrated at sides, the hind angle rounded; middle and hind tibiae, each with a strong lateral spine. Pronotum in subspecies speciosus is somewhat variable in black marked with yellow or reddish yellow whereas that of boileaui generally black. Length male 48-56 mm, female 28 mm. Distribution: Wiang Pa Pao, Doi Pha Hom Pok, Doi Pui).
ด้วงคีมสมันทองเหนือ กับภาพชุดล่าสุดจากเวียงป่าเป้า เชียงราย ที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงร่างกายครั้งสุดท้ายของหนอนเป็นดักแด้ใหม่ และเป็นด้วงตัวเต็มวัยใหม่ๆ สียังออกน้ำตาลแดงที่ยังไม่ดำแต่สง่างาม ด้วงคีมสมันทองเหนือเป็นด้วงคีมที่มาแรง แต่พบเฉพาะในเขตภูเขาที่สูง ในที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น ดังนั้นการเพาะเลี้ยงด้วงชนิดนี้จึงยากสักหน่อยเพราะต้องเลี้ยงในห้องแอร์ อย่างไรก็ตามการเลี้ยงด้วงหายากชนิดนี้ประสบผลสำเร็จและเลี้ยงได้ดีในป่าที่เป็นถิ่นกำเนิดของมัน หรือเลี้ยงในห้องแอร์ ความสำเร็จดังกล่าวช่วยให้พัฒนาการของด้วงตัวเต็มวัยมีขนาดโดยเฉลี่ยใหญ่กว่าด้วงตัวเต็มวัยที่พบจากธรรมชาติโดยตรง แต่ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่เลี้ยงโดยเฉพาะในเขตที่มีอากาศร้อน ในพื้นราบ เพราะราคาค่อนข้างแพงใกล้หลักพันหรือแพงกว่า และหนอนอาจตายได้ถ้าเลี้ยงดูไม่ถูกวิธี เช่นหนอนถูกรบกวนบ่อย ระยะดักแด้ค่อนข้างอ่อนไหวต่อแสงไฟแฟลตช์ที่อาจตายได้ถ้าโดนแสงมากๆ
The spotted yellow stag from Koh Samui, Prosopocoilus occipitalis ด้วงคีมเหลืองจุดสันหลังอกดำ จากเกาะสมุย นานๆ ทีที่จะได้พบด้วงจากแดนใต้



Prosopocoilus occipitalis (Hope & Westwood, 1845)
Adult male, pale brownish yellow, head alomost square, with a tooth at side behind the eye; pronotum with a black middle spot and a pair of smaller spot at sides. Female, the same colour, pronotum with the middle black marking square shaped, elytron with broader black than that ion the male. Length male 23-55 mm, female 17-26 mm. Distribution: S. Myanmar,
ด้วงคีมเหลืองจุดสันหลังอกดำ ตัวเต็มวัยมีสีเหลืองปนน้ำตาลแดง เพศผู้ส่วนหัวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีหนามเล็กๆ อันอันอยู่ด้านข้างหลังตารวม สันหลังอดมีจุดเด่นสีดำตรงกลาง และมีจุดดำขนาดรองลงมาที่ด้านข้างอีก 1 คู่ เพศเมียมีขนาดเล็กกว่ามีกรามสั้นแต่แหลมคม จุดดำที่อยู่ตรงกลางสันหลังอกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ขอบตรงกลางปีกมีเส้นสีดำกว้างกว่าในเพศผู้ หนอนมีสีขาวนวลผนังค่อนข้างใส หัวกะโหลกสีน้ำตาลแดง กำลังเพาะเลี้ยงเพื่อการศึกษาอยู่ในขณะนี้ เขตแพร่กระจายของด้วงชนิดนี้ พบทางใต้ของพม่า มาเลเซียและอินโดนีเซียและภาคใต้ของไทย ได้มีชาวฝรั่งเศสถ่ายภาพเพศเมียมาจากเกาะสมุยส่งมาลงในกระดานสนทนาดังแสดงในภาพข้างต้น
back to checkilist of Lucanidae
The Mae Khachan redneo stag beetles, Neolucanus nitidus maekajanensis, breeding and rearing challenge ด้วงคีมนีโอแดงแม่ขะจาน แมลงเฉพาะถิ่นของแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย กับการเพาะเลี้ยงที่น่าลุ้น



Neolucanus nitidus maekajanensis Ichikawa & Fujita, 1987
Black and resinous-red above the elytra. Male, canthus is slightly rounded in front of the eye, not prominent; mandibles in large developed male each with a sharp erect tooth near the end, pointed upwards; pronotum broad with lateral angle blunt and hind angle sharp; elytra rather broad, oval shaped. Female, mandibles are short. Length, male 36-50 mm, female 40-41 mm. Distribution: Confined to N. Thailand especially at Tambon Mae Khachan, Amphor Wiang Pa Pao, Chiang Rai where the subspecific name comes from. The flying season is mainly in September, very little known about the biology of young stages. So, it is a challenging work to breed and rear this beetle. A number of them have been collected for captive breeding and rearing at Siam Insect Zoo and in Bangkok now. The males are no so aggressive so, I put two pairs of them in one breeding case. They live well and I saw three of them in marching at one night while the other female was left watching. If she could shout I think she would.
ด้วงคีมนีโอแดงแม่ขะจาน หรือแด้วงคีมนีโอแดงใหญ่ เป็นด้วงคีมสีดำ ปีกแข็งคู่หน้ามีสีแดงยางไม้จนถึงแดงเข้ม เพศผู้มีขอบข้างตาด้านหน้าค่อนข้างโค้งกลม เพศผู้ขนาดใหญ่มีคีมปากขนาดใหญ่ที่ส่วนปลายมีหนามแหลมตั้งขึ้น สันหลังอกด้านข้างกว้างเป็นมุมมนตรงกลาง และมุมหักที่ด้านหลัง ปีกค่อนข้างกว้างเป็นรูปไข่ เพศเมียคล้ายเพศผู้แต่มีฟันสั้นซี่เดียว ขนาดเพศผู้ 36-50 มิลลิ้มตร เพศเมีย 40-41 มิลลิเมตร เขตแพร่กระจายพบเฉพาะทางเหนือของไทยโดยเฉพาะที่ตำบลแม่ขะจาน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงใหม่ โดยชื่อชนิดย่อยได้ใช้ตามชื่อตำบลแม่ขะจาน เพิ่งตั้งขึ้นเมื่อ 22 ปีที่ผ่านมานี้เอง ด้วงชนิดนี้พบมากในเดือนกันยายน โดยช่วงนี้มีด้วงชนิดนี้ออกบินมากพอสมควร อย่างไรก็ตามชีวิตในระยะตัวอ่อนยังมีการศึกษากันน้อยมาก จึงเป็นงานท้าทายสำหรับการเพาะเลี้ยงด้วงคีมชนิดนี้ สวนสัตว์แมลงสยามกำลังดำเนินงานอยู่ในขณะนี้ ผู้เขียนได้เลี้ยงอยู่ที่กรุงเทพฯ 2 คู่โดยใส่รวมกันในตู้ผสมพันธุ์และวางไข่ เนื่องจากเพศผู้มีนิสัยไม่กร้าวร้าว คืนหนึ่งที่ผ่านมาพบว่าตัวผู้สองตัวเกาะติดอยู่ที่ด้านหลังตัวเมียเหมือนเดินพาเรด ปล่อยให้ตัวเมียอีกตัวที่เหลือยืนงงอยู่ข้างๆ เป็นภาพธรรมชาติที่น่าสนใจ
back to checkilist of Lucanidae
The dark red Cyclommatus beetles from Northern Thailand, Cyclommatus multidentatus ด้วงคีมเนื้อทรายฟันผสม สีแดงสด หายากจากภาคเหนือของไทย


Cyclommatus multidentatus (Westwood, 1848)
Entirely dark red body including head, mandibles, pronotum and elytra; male and female are of the same colored, pronotum without black median line. It is an uncommon species. I have seen only a single small male. The mandible curved inwards and the inner edge with a series of small teeth. Length male 23-36 mm, female 16-20 mm. Distribution:
ด้วงคีมเนื้อทรายฟันผสม เป็นด้วงคีมเนื้อทรายสีแดงเข้มกว่าด้วงคีมชนิดอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน โดยเฉพาะที่ส่วนหัว สันหลังอกและปีก สันหลังอกไม่มีเส้นสีเข้มตรงกลาง ทั้งสองเพศมีสีเดียวกัน เพศผู้ขนาดเล็กดังแสดงในภาพมีเขี้ยวปากโค้งเข้าที่ส่วนปลาย และมีฟันซี่เล็กๆ เรียงกันอยู่ภายใน เป็นด้วงคีมเนื้อทรายที่ค่อนข้างหายาก มีเขตแพร่กระจายจากอินเดีย ภูฏาน พม่าและทางเหนือของไทย พบที่ดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่ และเมืองปาน จังหวัดลำปาง
back to checkilist of Lucanidae
Dark Macrodorcus stag beetles from Northern Thailand, Macrodorcas pseudaxis ด้วงคีมมาโครแดง ด้วงคีมเขี้ยวยาวแปลกจากภาคเหนือของไทย



Macrodorcas pseudaxis (Didier, 1926)
Small brownish-red to dark brown species, narrowly elongate shaped; head is rather flat, clypeal process broad, its front margin nearly straight and the angles sharp in male; mandible long nearly straight with a small peculiar tooth pointed obliquely upwards and inwards near the tip in the largest male and the other at the middle or beyond the middle. Length male 16-32 mm, female 13-19 mm. Distribution: India to Thailand especially high montaainous areas in Wiang Pa Pao, Mae Taeng, Doi Pha Hom Pok, Doi Inthanon during the rainy season (July to September). We have planned to breed and rear small stags inclduing this species as well.
ด้วงคีมมาโครแดง เป็นด้วงคีมขนาดเล็กสีน้ำตาลแดงจนถึงน้ำตาลไหม้ รูปร่างเรียวยาว หัวแบนด้านหน้าค่อนข้างกว้าง มีมุมแหลมคมที่ส่วนหัวด้านข้างในเพศผู้ คีมปากยาวค่อนข้างตรง มีฟันใกล้ส่วนปลายชี้ตั้งและเฉียงไปทางด้านหน้าในเพศผู้ขนาดใหญ่ และมีฟันอีกหนึ่งซีถัดเข้ามาที่ส่วนกลางหรือค่อนไปทางด้านหน้าในเพศผู้ขนาดกลาง ขนาดลำตัวในเพศผู้ 16-32 มิลลิเมตร เพศเมีย 13-19 มิลลิเมตร พบในอินเดียถึงทางเหนือของไทย เช่นที่เวียงป่าเป้า แม่แตง ดอยผ้าห่มปก และดอยอินทนนท์ ในช่วงกลางฤดูฝน กรกฎาคมถึงกันยายน สวนสัตว์แมลงสยามพยายามจะเลี้ยงด้วงคีมเล็กๆ รวมทั้งชนิดนี้ด้วย
back to checkilist of Lucanidae
The yellow and black neo-stag beetles from Thailand, Neolucanus parryi ด้วงคีมนีโอแพรี่ ด้วงคีมนีโอสีเหลืองดำเล็กที่ออกบินคู่กว่างซางเหนือของไทยในเดือนกันยายน



Neolucanus parryi Leuthner, 1885
Male, black or reddish-black and yellow colored, oval shaped species. Mandibles are longer than those of the female and strongly developed. Eyes are completely divided by canthus into the upper and the lower parts. Pronotum bears the front angle pointed, the sides curved to the blunt lateral angle and concave to the sharp hind angle. Elytra are yellow with a black patch dilated at base and gradually narrow at the apex of each elytron, the outer margins with black narrow ridges. Female is similar to the male, but shorter and broader; canthus, rounded and prominent, mandibles short and sharp at tip. Length 31-43 mm. Distribution: Myanmar, China, Laos, Cambodia, Vietnam, Thailand (Doi Pui, Doi Inthanon, Doi Pha Hom Pok, Mae Taeng and Wiang Pa Pao). The biological study of this beetle is planning at Siam Insect Zoo and expecting to obtain results in the coming year.
ด้วงคีมนีโอแพรี่ เพศผู้มีสีดำ หรือดำผสมแดง และสีเหลืองที่ปีก มีรูปร่างรูปไข่ เขี้ยวค่อนข้างยาวกว่าในเพศเมียโค้งง้ขึ้นเล็กน้อย ตารวมถูกแบ่งโดยแถบข้างตาเป็นส่วนบนและส่วนล่างชัดเจน สันหลังอกส่วนหน้าด้านข้างเป็นมุมแหลม ด้านข้างกลมจนถึงเป็นมุมทู่ ที่ด้านหลังโค้งจนถึงเป็นมุม ปีกมีสีเหลืองและมีแถบสีดำขยายใหญ่ที่ฐานและเรียวเล็กที่ส่วนปลายปีก ขอบปีกด้านนอกเป็นสันแคบ เพศเมียคล้ายกับเพศผู้แต่มีรูปร่างสั้นกว่า ขอบตาด้านข้างกลมและเด่น มีฟันสั้นแต่แหลมคมที่ส่วนปลาย ขนาดค่อนข้างเล็ก 31-43 มิลลิเมตร เขตแพร่กระจาย พม่า จีน ลาว เขมร เวียดนาม และทางเหนือของไทย เช่นดอยปุย ดอยอินทนนท์ ดอยผ้าห่มปก แม่แตงและเวียงป่าเป้า ช่วงที่พบมากคือเดือนกันยายน ความพยายามในการศึกษาการดำรงชีวิตของด้วงคีมชนิดนี้เพิ่งจะเริ่มโดยเฉพาะที่สวนสัตว์แมลงสยาม เชื่อว่าปีหน้าจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับการศึกษาของไทยต่อไป
Copyright @ Siam Insect Zoo & Museum การคัดลอกรูปและข้อความต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์เจ้าของผลงานก่อน ยกเว้นการอ้างอิงเพื่อการศึกษาโดยต้องอ้างที่มาด้วย ขอบคุณครับ
back to checkilist of Lucanidae


































































