The month of jungle nymph walking sticks February-March 2010 ตั๊กแตนป่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีหลายขนาดหลายตัวแสดงที่สวนสัตว์แมลงสยามวันนี้





Heteropteryx dilatata, a Malaysian-Thai species
We currently have a large collection of live walking leaves and walking sticks awaiting for visitors to see at Siam Insect Zoo especially the jungle walking stick insects. The jungle nymph walking stick also known as the giant thorny phasmid, the female is the enormous bright green, with spiny legs. They have wings, but too small to fly. They normally live in the jungles in Peninsular
ตั๊กแตนป่า หรือตั๊กแตนกิ่งไม้ขาหนาม เพศเมียเป็นตั๊กแตนกิ่งไม้สีเขียวมะนาว มีปีกขนาดเล็กค่อนข้างสั้นจนบินไม่ได้ เพศผู้มีสีน้ำตาลอ่อน ปีกคู่หลังมีสีชมพู ขนาดลำตัวในตัวผู้ยาวประมาณ 9-10 เซนติเมตรมีปีกบินไปผสมพันธุ์กับเพศเมียได้ และชอบเกาะหลังตัวเมียแบบไม่ยอมห่าง น่าเสียดายตัวผู้เพิ่งแก่ตายไป แต่ก็มีรุ่นใหม่ฟักจากไข่ที่เก็บไว้จำนวนหนึ่งเลี้ยงต่อไป ในภาพตัวอ่อนเพศผู้มีแถบขวางสีขาวที่สำตัว กำลังเติบดตขึ้นทดแทนรุ่นเก่า ส่วนตัวเมียซึ่งมีขนาดใหญ่มีลำตัวยาวได้ถึงประมาณ 15 เซนติเมตร มีผู้พบชนิดสีเหลืองด้วยจากระนอง น่าจะเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงหลังการลอกคราบ เป็นตั๊กแตนป่ามีขนาดใหญ่มากหรือเชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก และน่าทึ่งกับการดำรงชีวิตมาก พบได้ในป่าทางใต้ของไทยโดยเฉพาะที่จังหวักกระบี่ ระนองและทางตะวันตกของประเทศ มาเลเซีย ตั๊กแตนชนิดนี้น่าสนใจมาก เพราะสามารถสร้างความตื่นเต้นประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นมาก มีเลี้ยงเพื่อศึกษาและแสดงแล้วที่สวนสัตว์แมลงสยามจนได้ไข่สีน้ำตาลเข้ม ขนาดประมาณ 5×8 มิลลิเมตร ไข่ที่ฟักเป็นตัวอ่อนหลายตัวได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีในขณะนี้ ส่วนตัวแม่มีอายุประมาณ 1 ปี 2 ตัวยังมีสุขภาพดี ตั๊กแตนป่าชนิดนี้กินใบพืชได้หลายชนิด แต่ชอบกินใบฝรั่งมาก การป้องกันตัวของตั๊กแตนเมื่อถูกรบกวนจะสลัดขาซึ่งที่หนามอย่างแรง ถ้าไม่ระวังก็เจ็บได้เลือดเหมือนกัน
Back to Phasmatodea
The magnus giant-stick insect, the longest insect from Thailand, Phobaeticus magnus (Conle & Henneman, 2008) Syn. =Nearchus maximus ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์ ตั๊กแตนกิ่งไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย



Phobaeticus magnus (Conle & Henneman, 2008)
Syn.=Nearchus maximus Redtenbacher
Distribution: Northeastern
ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์ปลายแหลม มีเขตแพร่กระจายในประเทศไทยโดยเฉพาะภาคอีสาน เช่นที่ขอนแก่น เลย และลาว เพศเมียที่เคยมีบันทึกไว้ยาวถึง 300 มิลลิเมตร จัดเป็นตั๊กแตนที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเด่นของตั๊กแตนกิ่งไม้ชนิดนี้คือ เพศเมียไม่มีปีก มีหนวดสั้นกว่าปล้องโคนขา (femur) ของขาคู่หน้า แผ่นปิดรูที่ใช้ในการวางไข่ที่ปลายท้อง (operculum) ยืดยาวมากจนเลยส่วนท้อง และด้านหลังของท้องไม่มีแผ่นรูปสามเหลี่ยมซึ่งพบในตั๊กแตนกิ่งไม่ยักษ์อีกชนิดหนึ่ง คือ ตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์แคนโทรี่ Pharnacia cantori เพศผู้มีสีน้ำตาล มีปีกคู่หลังบางใหญ่บินได้ หนวดยาวกว่าปล้องโคนขาคู่หน้า ส่วนอกด้านข้างมีแถบสีขาว แตกต่างจากชนิดหลัง พืชอาหาร ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของตั๊กแตนกิ่งไม้ยักษ์ทั้งสองชนิดกินใบฝรั่ง มะม่วง และลำไย เป็นต้น สวนสัตว์แมลงสยามได้เลี้ยงไว้แสดง มีตลอดทั้งปี
Back to Phasmatodea
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
Jungle Nymph Walking Sticks, Extatosoma tiaratum from Australia and Heteropteryx dilatata from Malaysia alive shown at SIZ ตั๊กแตนป่า ตั๊กแตนกิ่งไม้ขาหนาม สุดยอดตั๊กแตนกิ่งไม้โลก มีชีวิต เลี้ยงและแสดงอยู่ที่สวนสัตว์แมลงสยาม






![]()
![]()
![]()
Heteropteryx dilatata, a Malaysian-Thai species
The jungle nymph walking stick, female is the enormous lemon green, with spiny legs. They have wings, but too small to fly. They normally live in the jungles in Peninsular
A good news that we obtained from a researcher in Chiang Mai since October 2008 the peculiar Australian species, Extatosoma tiaratum which the female bears the curved abdomen-U shaped above the body, segments 4 and 5 with lateral sides expansion. Legs bear also the femora and tibiae expanded at sides. They are beautiful and spectacular insects. We have some eggs kept for captive breeding. Some eggs hatched and young nymphs obtained for rearing as shown in the photos. They are developing well for displaying at SIZ (Siam Insect Zoo) at the moment.
ตั๊กแตนป่า หรือตั๊กแตนกิ่งไม้ขาหนาม (Jungle nymph walking stick) เพศเมียเป็นตั๊กแตนกิ่งไม้สีเขียวมะนาวสด มีปีกขนาดเล็กค่อนข้างสั้นจนบินไม่ได้ มีผู้พบชนิดสีเหลืองด้วยจากระนอง น่าจะเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงหลังการลอกคราบ เป็นตั๊กแตนป่ามีขนาดใหญ่ และน่าทึ่งกับการดำรงชีวิตมาก พบได้ในป่าทางใต้ของไทยโดยเฉพาะที่จังหวักกระบี่ ระนองและทางตะวันตกของประเทศมาเลเซีย ส่วนอีกชนิดหนึ่งซึ่งคล้ายกัยมากพบในออสเตรเลีย สวนสัตวฺแมลงสยามโชคดีที่มีนักวิจัยเรื่องตั๊กแตนกิ่งไม้บริจาคให้สองสามตัวเมื่อประมาณเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๑ ตัวเมียมีปลายท้องที่โค้งงอขึ้นเป็นรูปตัวยู (U) อยู่บนหลัง ท้องปล้องที่ 4-5 ขยายใหญ่ด้านข้าง ส่วนโคนขาและแข้งของขาทั้งสามคู่ขยายใหญ่ด้านข้างด้วยเช่นเดียวกัน ตั๊กแตนทั้งสองชนิดนี้น่าดูมาก เพราะสามารถสร้างความตื่นเต้นประทับใจให้แก่ผู้พบเห็นมาก มีเลี้ยงเพื่อศึกษาและแสดงแล้วที่สวนสัตว์แมลงสยาม ปัจจุบันไข่ที่เก็บเลี้ยงไว้ได้ฟักและเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนรุ่นใหม่แล้ว ตั๊กแตนป่าทั้งสองชนิดนี้กินใบพืชได้หลายชนิด แต่ชอบกินใบฝรั่งมาก ขนาดลำตัวในตัวผู้ยาวประมาณ 9 เซนติเมตร ส่วนตัวเมียซึ่งมีขนาดใหญ่มีลำตัวยาวได้ถึงประมาณ 15 เซนติเมตร
Copyright @ Siam Insect Zoo & Museum
Some Hi-lights shown at SIZ now มีอะไรน่าดูในช่วงนี้ที่สวนสัตว์แมลงสยาม





![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
We, Siam Insect Zoo (SIZ) are well adapted for the displaying for both preserved and alive insects. There are many butterflies flying around in our butterfly garden. One of our main interesting insects are beetles which the copulating season is mostly in the rainy season. Some live beetles are on show including live Hercules beetle, the largest beetle of the world. Many species of leaf and stick insects from SEA and jungle nymphs from Malaysia, live scorpions, giant spiders, whip scorpions, centipeds, millepeds, etc.
สวนสัตว์แมลงสยามกำลังมีความพร้อมเต็มที่ที่กำลังรอคอยต้อนรับทุกท่านที่มาเที่ยวชม การจัดแสดงในอาคารนิทรรศการได้ปรับปรุงให้ดีขึ้นตลอดเวลา มีป้ายอธิบายมากขึ้นมีโลกของผีเสื้อ ด้วง ต่อ-แตน และแมลงอื่นๆ การเลี้ยงด้วงกำลังคึกคักสุดขีด มีหนังสือออกใหม่หลายเล่มเพื่อขาย ซึ่งผลิตโดยสวนสัตว์แมลงสยาม มีการเพาะเลี้ยงเพื่อแสดงเกี่ยวกับแมลงกิ่งไม้ แมลงใบไม้หลายชนิด รวมทั้งตั๊กแตนป่าจากมาเลเซียที่กำลังโตวันโตคืน แมลงอื่นๆ ที่เลี้ยงได้สำเร็จโดยเฉพาะตั๊กแตนตำข้าว ตั๊กแตนกล้วยไม้ที่เลี้ยงจากไข่จนเป็นตัวเต็มวัยแล้ว ผีเสื้อกำลังมีบินกันจำนวนมากไม่เงียบเหงาเหมือนปลายปี นอกจากนี้ยังมีแมงป่องช้าง แมงมุมยักษ์ที่ออกลูกเดินกันเต็มไปหมด แมงป่องแส้ กิ้งกือ และตะขาบเพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักแมลงที่มีพิษมีความสำคัญทางการแพทย์ด้วย ถ้ามีโอกาสขอเชิญแวะชมได้ทุกวันราคาค่าเข้าชมเป็นกันเอง การมาดูเป็นหมู่คณะโดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษามีราคาลดพิเศษ กรุณาติดต่อล่วงหน้าเพื่อจัดวิทยากรบรรยายให้ฟรี ที่โทร 089 1848475
ขอขอบคุณสถานศึกษาต่างๆ ในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงที่พานักเรียน นักศึกษามาดูงานที่นี่เป็นประจำในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นกำลังใจให้เราพัฒนาตัวเองเพื่อสู้ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำนี้ และจะพยายามยืนหยัดอยู่ให้นานเท่านาน
Thai red-rounded millipede กิ้งกือกลมแดงไทย หนอนพันขา พบได้ทั่วไทย ไม่มีพิษแต่ปล่อยกลิ่นเหม็นๆ ได้




Millipede is an arthropod which has segmented bodies, each segment usually bearing two pairs of legs, and a pair of short clubbed antennae on the distinct head. They are sometimes called thousand-legged worms. Millipedes live in damp, dark places, feeding mainly on rotting vegetation and mushroom. Millipedes do not have a poisonous bite, but many protect themselves by offensive odors and some can roll up into a ball or spiral for protection. The rounded red species with very elongated cylindrical bodies found in Thailand is about 15 cm long. The pair shown in above photo is in copulating preferrable in the late afternoon. The male is shorter and smaller sitting on the body of the female.
กิ้งกือกลมที่พบในประเทศไทยมีหลายชนิด เช่นกิ้งกือกลมแดงไทย เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลำตัวเป็นข้อปล้อง แต่ละปล้องของลำตัวจะมีขาปล้องละ 2 คู่ยกเว้นปล้องแรกและปล้องสุดท้าย แตกต่างจากตะขาบซึ่งมีขาปล้องละ 1 คู่เท่านั้น กิ้งกือเป็นสัตว์ที่ไม่ม่เขี้ยวพิษสำหรับกัดเหยื่อ การป้องกันตัวทำได้โดยการปล่อยกลิ่นที่แปลกๆ ออกมาอาจจะมีน้ำสีเหลืองๆ ออกมาด้วย นอกจากนี้ยังป้องกันตัวโดยการม้วนงอตัวเป็นวงกลม ซ่อนส่วนหัวไว้อย่างมิดชิด ส่วนกิ้งกือบางชนิดที่มีลำตัวสั้นจะม้วยตัวเป็นลูกกระสุนกลมๆ กิ้งกือมักอาศับอยู่ในที่ชื้นแฉะ ชอบอยู่ในที่มืด กินพืชที่เริ่มเน่าเปื่อย และชอบกินเห็ด อาจจะมีบ้างที่กินรากกล้าพืชที่คนปลูกไว้ กิ้งกือเพศผู้มีขนาดเล็กและลำตัวสั้นกว่าเพศเมีย ในภาพเป็นการผสมพันธุ์กัน ซึ่งมักพบในเวลาเย็นๆ ใกล้ค่ำ โดยตัวผู้จะคลานไปเกาะอยู่บนหลังตัวเมีย
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
Oleander walking stick insect, Trachythorax maculicollis ตั๊กแตนกิ่งไม้ยี่โถ ตั๊กแตนประจำสวนสัตว์แมลงสยามตัวใหม่


Trachythorax maculicollis (Westwood)
It is a small bark-colored species of walking stick insect or phasmatid, with a red marking between head and prothorax. Head is rather rounded and covex above. It feed on oleander or Yitho faran. We have reared them for some generations and can see anytime at Siam Insect Zoo.
ตั๊กแตนกิ่งไม้ยี่โถ เป็นตั๊กแตนกิ่งไม้ขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเหมือนเปลือกไม้แห้ง ส่วนหัวค่อนข้างกลมนูน ลักษณะเด่นคือมีเส้นสีแดงคาดระหว่างส่วนหัวและส่วนอกปล้องแรก ตั๊กแตนชนิดนี้กินใบยี่โถ และข่อย มีเลี้ยงแสดงอยู่ที่สวนสัตว์แมลงสยามตลอดทั้งปี เส้นสีแดงนี้เหมือนเส้นมงคลซึ่งไม่พบในตั๊กแตนกิ่งไม้ชนิดอื่น ถ้าได้ดูแล้วจะมีโชคลาภ คนสายตาดีสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถ้ามีโอกาสอย่าลืมแวะไปดูนะครับ
Back to Phasmatodea
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
Thailand black tarantula, Haplopelma minax & Cobalt blue tarantula, H. lividum บึงดำไทย และบึ้งสีน้ำเงิน แมงมุมยักษ์ขี้ระแวงของไทย

Family Theraphosidae: Order Araneae
The rearing giant ground spiders, tarantulas, as pets has become quite popular, but limited of right knowledge about them. A species of black giant spiders, Haplopelma minax (Thorell, 1897) is known as Thailand black tarantula. Its range covers
Another interesting species of the same genus is Haplopelm a lividum (photo taken by Mr. Bird, a member of our webboard, at Prachuab Kirikhun). It is a male which its coloring may not as blue as the female. It sometimes comes out from the hole and climbs up to the tree trunk. This species is one of a popular species for spider breeders.
แมงมุมยักษ์สีน้ำเงิน หรือบึ้งสีน้ำเงิน เป็นแมงมุมยักษ์อีกชนิดหนึ่งที่อยู่ในสกุลเดียวกันกับบึ้งดำไทย ตัวที่เห็นนี่เป็นตัวผู้ สีลำตัวอาจจะออกน้ำตาลหน่อย ส่วนตัวเมียขาจะเป็นสีน้ำเงินสดสวยมากๆ ปัจจุบันบึ้ง หรือแมงมุมยักษ์ชนิดนี้พบน้อยมาก ภาพนี้อนุเคราะห์โดยสมาชิกกระดานสนทนาที่ถ่ายจากประจวบคีรีขันธ์ น่าสนใจมาก
แมงมุมยักษ์ ที่เรารู้จักกันดี ได้แก่บึ้งดำไทย แม้จะเป็นแมงมุมที่มีพิษน้อย แต่กับบางคนที่แพ้สารพิษก็อาจเป็นอันตรายมากได้ ดังนั้นจึงต้องคิดเสมอว่าแมงมุมเป็นสัตว์ที่มีอันตราย ในทางกลับกันแมงมุมก็มีประโยชน์ เช่นการเป็นสัตว์ตัวห้ำที่กินแมลงศัตรูพืชในไร่นา แมงมุมยักษ์หรือบึ้งที่ชาวบ้านรู้จักกันดีเพราะสามารถใช้เป็นแหล่งอาหารพิเศษสำหรับคนได้ แมงมุมยักษ์หลายชนิดมีคนเริ่มนำมาเลี้ยงเหมือนสัตว์เลี้ยงและเป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน แมงมุมยักษ์สีดำที่เรียกว่าบึ้งดำไทย ชาวบ้านอาจจะเรียกว่าอีบึ้ง เป็นแมงมุมที่มีขนาด 10-13 เซนติเมตร รวมทั้งความยาวของขาด้วย ตัวเมียมีลำตัวใหญ่สีดำ ไม่ค่อยมีลวยลายเหมือนแมงมุมของต่างประเทศ บึ้งดำไทย ไม่ค่อยได้รับความนิยมในการเลี้ยงของนักเลี้ยงแมงมุมเพราะนิสัยขี้ระแวงสุดๆ ทางดุ อาจวิ่งหนีลงรูเมื่อถูกรบกวน มักจะขึ้นจากรูเพื่อหากินอาหารในตอนใกล้ค่ำ หรือตอนกลางคืน สวนสัตว์แมลงสยามได้เลี้ยงบึ้งไว้แสดงหลายตัว โดยให้กินจิ้งหรีด และหนอนอาหารนก
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
The owl butterfly, Caligo sp. ผีเสื้อนกฮูก จากอเมริกา
Bird generally is an enemy of butterflies. It feeds on butterfly caterpoillars and also the slow flying butterflies or those which are on resting. However, birds are scare of the owl. This morpho owl butterfly is an incredible US butterfly. Its underside of the wings shown as above looks resemble an owl which can scare most of birds, the enemies.
ตามปกตินกเป็นศัตรูที่สำคัญของผีเสื้อ นกนอกจากจะกินหนอนผีเสื้อเป็นอาหารแล้ว บ่งครั้งยังจับผีเสื้อกินเป็นอาหารอีกด้วย โดยเฉพาะผีเสื้อที่บินช้าๆ หรือผีเสื้อที่เกาะพักผ่อนอยู่โดยไม่ทันได้ระวังตัว อย่างไรก็ตามนกก็กลัวนกฮูก ซึ่งอาจจะถูกนกฮูกจับไปกินได้ เช่นเดียวกัน แต่ธรรมชาติไม่ได้โหดร้ายกับผีเสื้อไปเสียทั้งหมดเมื่อผีเสื้อนกฮูกซึ่งเป็นผีเสื้อที่พบในทวีปอเมริกา ด้านบนปีกมีสีน้ำตาลเหลือบฟ้า แต่เมื่อพลิกดูด้านใต้ปีกจะเห็นเป็นรูปหัวนกฮูกที่เหมือนจริงมาก ธรรมชาติได้บรรจงสร้างไว้ให้เพื่อเป็นกลลวงสำหรับข่มขู่ศัตรู ขณะนี้มีแสดงที่สวนสัตว์แมลงสยามแล้ว
Buru Opalescent Birdwing ผีเสื้อถุงทองสองสีบูรู มหัศจรรย์การเปลี่ยนสีจากเหลืองเป็นเขียวได้แค่เปลี่ยนมุมมอง

Troides prattorum is a black and yellow birdwing butterfly, but its hindwing which generally is yellow can show a striking iridescent blue-green sheen when viewed at an angle especially in the male. It is an endemic butterfly species of Buru Island, a small island in Indonesia. This island was a rehabilitation center for political prisoners where nobody can escape from during 1969-1979. We have this butterfly on displaying to let you see the real creatures with your own eyes.
มหัศจรรย์บนสีของเกล็ดปีกผีเสื้อ (wing scales) ที่สามารถเปลี่ยนสีจากเหลืองเป็นเขียวได้เมื่อเเปลี่ยนมุมมองนี้พบในเพศผู้ของผีเสื้อที่หายากชนิดหนึ่งของโลกนั่นคือ ผีเสื้อถุงทองสองสีบูรู (Troides prattorum) ผีเสื้อชนิดนี้พบจากหมู่เกาะบูรู ซึ่งในอดีต ระหว่างปี พ.ศ. 2512-2522 เป็นสถานที่คุมขังนักโทษทางการเมืองเพื่อการฟื้นฟูสภาพจิตใจของอินโดนีเซีย ผีเสื้อชนิดนี้ถ้าดูตรง ๆ ก็จะเห็นปีกเป็นสีดำและเหลือง แต่ถ้าดูเฉียง ๆ สีเหลืองของปีกคู่หลังโดยเฉพาะในเพศผู้จะเห็นเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมฟ้าได้อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้มีแสดงให้เห็นแล้ว เป็นเพศผู้ 2 ตัว เพศเมีย 1 ตัว ที่สวนสัตว์แมลงสยาม ผีเสื้อชนิดนี้ราคาแพงมากยากที่จะได้เห็นของจริง แต่ก็มีแสดงให้คนไทยได้พิสูจน์ด้วยตาของตนเอง
Filed under Butterfly articles in general เรื่องทั่วไป-ผีเสื้อ, Hi-Lights Shown at Siam Insect-Zoo | Comments OffAsian Forest Scorpion, Heterometrus spinifer แมงป่องป่าเอเชีย แมงป่องยักษ์ หรือแมงเงา แมงป่องที่พบแพร่หลายในประเทศไทย
коли под наем


Heterometrus spinifer (Ehrenberg, 1828)
Family Scorpionidae: Order Scorpiones
The Asian Forest Scorpion or Giant Black Scorpion, a common scorpion occurs in Thailand, Myanmar, Laos, Malaysia, Singapore and Indonesia. Scorpions are ancient animals and fossil records indicate that they were already in existence longer than 400 million years ago during the Silurian period. All scorpions have a certain amount of venom. Although most people are not affected by this species, some people may be allergic to the venom. The scorpion is famous for its venomous sting, delivered by the stinger at the tip of the long tail, swung over its back. The sting of this scorpion causes only minor and temporary pain, unlike some species found in the U.S.A. which have fatal stings.
Scorpion is carnivorous animal feeding on living insects and small invertebrates, such as crickets and grasshoppers. The scorpion is capable of enduring long periods without food. Scorpions are one of diet foods for some local people. Some people breed and rear as a hobby or as pets. Died scorpion can be set, dried before put in a frame for decorating or selling. Female has larger body than the male. After mating, the fertilized eggs are retained in the body of the female for several months. The young are born alive from the mother’s mouth. The newly born scorpions are white. Some six to eight babies are born daily for 3-4 consecutive days. They crawl onto the mother’s back to rest for some certain days without eating anything. The first molting will happen at the end of this period and then they will go out to look for food.
แมงป่องป่าเอเชีย หรือแมงป่องยักษ์ เป็นแมงป่องมีสีดำที่พบแพร่หลายในประเทศไทย พม่า ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เป็นสัตว์โบราณที่มีซากฟอสซิลยืนยันถึงชีวิตที่มีอยู่เมื่อนานกว่า 400 ล้านปีในยุคซิลลูเรียน แมงป่องในยุคไดโนเสาร์ ยุคคาร์โบนิฟอรัส มีความยาวถึง 86 เซนติเมตร (เกือบ 1 เมตร !) ส่วนแมงป่องปัจจุบันมีความยาวเฉลี่ย 3-9 เซนติเมตร ที่ยาวที่สุดซึ่งพบในแอฟริกาคือ 21 เซนติเมตร ส่วนแมงป่องถ้ำที่เล็กที่สุดมีความยาวเพียง 9 มิลลิเมตรเท่านั้น น้ำพิษเป็นเหมือนน้ำส้มสายชูที่ปล่อยออกมาจากปลายหาง ปกติหางจะชูงออยู่ด้านบนหลัง แมงป่องอาจจะต่อยเพื่อป้องกันตัวหรือต่อยเหยื่อให้เป็นอัมพาตก่อนเข้ากินเหยื่อ ซึ่งได้แก่แมลงขนาดเล็กๆ หรือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเล็กๆ ชนิดอื่นๆ อย่างไรก็ตามแมงป่องอาจจะอดอาหารได้นานนับเดือน พิษของแมงป่องยักษ์ที่พบในประเทศไทยมีน้อยเพียงแค่เจ็บในช่วงเวลาสั้นๆ ผิดกับแมงป่องหลายชนิดเชื่อว่ามีมากถึง 25 ชนิดที่พบในทวีปอเมริกาโดยเฉพาะที่เม็กซิโก รัฐอะริโซนา มีรายงานว่ามีคนตายเพราะแมงป่องสูงถึงปีละประมาณ 5,000 คน ซึ่งต่อยคนถึงตายได้ บางชนิดต่อยคนตายได้ภายใน 6-7 ชั่วโมง แต่ก็ยังถือว่าโชคดีที่การแพทย์ในปัจจุบันสามารถผลิตวัคซีนแก้พิษแมงป่องที่ร้ายแรงบางชนิดได้ แม้ว่าแมงป่องที่พบในประเทศไทยจะมีพิษน้อยแต่บางคนที่แพ้อาจจะมีอันตรายได้ ประโยชน์ของแมงป่อง เนื่องจากแมงป่องกินแมลงขนาดเล็กๆ เป็นอาหาร เช่นจิ้งหรีด และตั๊กแตน หากแมลงเหล่านั้นเป็นศัตรูพืชแมงป่องก็มีความสำคัญในการช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืช หลายคนในปัจจุบันหันมาเลี้ยงแมงป่องเป็นงานอดิเรกเหมือนสัตว์เลี้ยง เมื่อแมงป่องตายก็สามารถนำมาจัดรูปร่าง ทำแห้งใส่กรอบเพื่อประดับบ้านหรือขาย แมงป่องยังเป็นอาหารเสริมของคนในชนบท โดยนำมาทอดหรือปิ้งกิน บางคนเชื่อว่าเป็นยาเสริมพลังอาจจะเป็นเพราะแมงป่องมีโปรตีนสูง
การผสมพันธุ์ของแมงป่อง แมงป่องผสมพันธุ์กันในท่าที่แปลกเหมือนแมงป่องเต้นรำ โดยการเกาะเกี่ยวแขนแบบหันหน้าเข้าหากัน โดยใช้คีมปาก (pedipalpi) จับซึ่งกันและกัน เดินหน้าถอยหลังกันอยู่นานหลายนาที หรืออาจเป็นชั่วโมง ด้วยเหตุผลที่ว่า แมงป่องตัวผู้จะวางน้ำเชื้อในแท่งสำหรับเก็บน้ำเชื้อ (spermatophore) โดยเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมอยู่นาน เมื่อวางได้แล้วก็จะเคลื่อนตัวถอยหลังให้ตัวเมียเคลื่อนตัวเข้ามารับแท่งน้ำเชื้อนี้เข้าที่รูเปิดใต้ท้องใกล้กับส่วนของโคนขาคู่สุดท้าย หลังจากผสมพันธุ์แล้วไข่จะฟักเป็นตัวอยู่ในท้องแม่อีกหลายเดือนก่อนที่แม่จะให้กำเนิดลูกโดยออกลูกเป็นตัวจากปากของแม่ ปกติแม่จะออกลูกวันละ 6-8 ตัวติดต่อกัน 3-4 วันซึ่งจะมีจำนวนรวมกันประมาณ 20-25 ตัว ตัวอ่อนแมงป่องวัยแรกมีสีขาวจะคลานขึ้นไปอาศัยอยู่บนหลังแม่โดยไม่กินอาหารระยะหนึ่งเพื่อรอลอกคราบครั้งแรกซึ่งจะใช้เวลาอยู่บนหลังแม่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ จากนั้นก็จะคลานไปหากินอาหารได้โดยอิสระต่อไป
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM
































































