A visit to see butterflies at Pala-U Waterfall which is about 60 km from Hua Hin on 25.ii.12 ไปเที่ยวป่าดูผีเสื้อที่ละอูซึ่งอยู่ห่างจากหัวหินประมาณ 60 กิโลเมตร



![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
Pala-U is a southern part of Kaeng Krachan National Park, about 60 km from Hua Hin, a great place to see butterflies the same as Kaeng Krachan NP. I have just come back from a week-end holiday with class friends from Kasetsart University which was a good choice this time. The butterfly season is already started a high number of butterflies gathering a some spots hardly to be seen in the wild, but can do easilty now there.
ป่าละอู หรือห้วยสัตว์ใหญ่อยู่ทางใต้ของแก่งกระจาน ห่างจากหัวหินประมาณ 60 กิโลเมตร เป็นที่ดูผีเสื้อที่ดีที่สุดจุดหนึ่ง เช่นเดียวกับแก่งกระจาน สำหรับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ เพราะสามารถเดินทางไปและกลับได้ภายในวันเดียวแต่ถ้าพักสักคืนก็จะไม่เหนื่อยมาก
Thank you a friend, visitor from Holland who made a short speech from my video attached below.
http://youtu.be/pPqxKAtFwBM
A Video on Cupha erymanthis http://youtu.be/CPZVQx6KOdQ
A watching on insects at Kaeng Krachan 4th February 2012 ไปดูผีเสื้อและแมลงที่แก่งกระจานวันหยุดสุดสัปดาห์เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2555 ผีเสื้อกำลังเยอะ

![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
While we are approaching the dry season February to April, but Kaeng Krachan National Park still not too dry. There are many butterflies seen along the wet area along the stream especially at Ban Krang Camp. While the highest point at at Khao Phanoen Thung is good for seeing the morning and evening views usually foggy for the large areas like foggy sea.
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นช่วงต่อเนื่องจากฤดูหนาวย่างเข้าฤดูแล้ง แต่ที่แก่งกระจานไม่แห้งแล้งมากตามลำธารหลายแห่งที่มีผีเสื้อลงมาเกาะกินน้ำเป็นฝูงๆ เห็นได้ไม่ยากโดยเฉพาะที่บ้านกร่าง เนื่องจากสภาพป่าที่กว้างใหญ่ไพรศาลและยังสมบูรณ์อยู่มาก เป็นคำตอบได้ดีถึงความหลากหลายและสมบูรณ์ของผีเสื้อที่โดดเด่นและมีชื่อมานาน ส่วนบริเวณที่สูงสุดอีกเกือบยี่สิบกิโลเมตรถัดเข้าไปเป็นเขาพะเนินทุ่งที่เห็นวิวได้ไกลๆ ยิ่งเป็นยามเช้า บางทียามเย็นด้วยจะเห็นทะเลหมอกไกลสุดลูกตาสลับกับแนวภูเขาตะนาวศรีที่สลับซับซ้อน น่าไปเที่ยวไปชมมาก ลองดูผีเสื้อและแมลงตัวอย่างที่ผู้เขียนได้ไปถ่ายมาเร็วๆ นี้
The Golden Birdwing Butterflies, Troides aeacus aeacus, an egg-laying problem ผีเสื้อถุงทองธรรมดาผีเสื้อปีกนกขนาดใหญ่ที่เลี้ยงได้ไม่ยากแม้ว่าแม่ผีเสื้อตัวนี้จะมีปัญหาไข่ติดก้น

![]()
![]()
![]()
Help me, Help me, please (if she can shout) while this golden birdwing laying her eggs, some of her eggs did not stick to the leaves but her abdomen-end. I wondered at first glance, why she spent a little bit longer time for laying an egg under a leaf. So, I could take some photos easily. When I looked closer and noticed that she had a problem because her eggs did not stick to the place she wished, but her abdomen-end. She tried to remove them. The Golden Birdwing Butterfly is considered as a common butterfly in Thailand and rather easy to breed and rear them if you wish. Because their larval foodplants, Aristolochia spp. are common and grown everywhere especially in the rich forests.
ผีเสื้อถุงทองธรรมดาตัวนี้ถ้ามีปากพูดได้คงจะร้องให้คนช่วยเป็นแน่ เพราะมันวางไข่แต่ไข่ไม่ติดที่ใบพืช กลับมาติดอยู่ที่ก้นของตัวเอง ความเหนียวของสารที่ตืดอยู่ที่ไข่เทียบได้กับกาวยางอย่างดี ยากที่มันจะป้ายไข่ให้หลุดออกไปจากปลายท้องของตัวเองได้ ผีเสื้อถุงทองธรรมดาจัดเป็นผีเสื้อปีกนกขนาดใหญ่ที่น่าสนใจมาก สามารถเพาะเลี้ยงได้ง่ายเนื่องจากพืชอาหารคือต้นกระเช้าถุงทอง กระเช้าผีมดมักขึ้นอยู่ทั่วไปแทบทุกหนทุกแห่งโดยเฉพาะตามป่าที่สมบูรณ์ทั่วไปมีมากมายอย่างกว้างขวาง ถ้าเราปลูกพืชอาหารไว้ที่บ้านผีเสื้อก็จะบินตามมาวางไข่ได้แม้ในกรุงเทพฯ
A seminar on “the conservation and encouraging way of the butterfly watching in Thailand” การเสาวนาวิชาการเรื่อง “แนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมการชมผีเสื้อในประเทศไทย”

![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
A technical seminar on “the conservation and encouraging way of the butterfly watching in Thailand” on 28th May 2011 at National Science Museum (NSM), Technopolis, Khlong 5, Khlong Luang, Pathum Thani. The informal discussion with many suggestions throughout the whole day meeting seemed to be better than the formal presentation one by one. Therefore the conclusion can be drawn smoothly in order to benefit for further activities in Thailand.
การเสาวนาวิชาการเรื่อง “แนวทางการอนุรักษ์และส่งเสริมการชมผีเสื้อในประเทศไทย” วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 ณ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) เทคโนธานี คลองห้า คลองหลวง ปทุมธานี การจัดการเสวนาเป็นแบบกันเองและสามารถเสนอข้อคิดเห็นสอดแทรกได้ตลอดการเสวนาทั้งวัน ทำให้ได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมที่มีเนื้อหาสาระครอบคลุมเรื่องที่เสวนาได้เป็นอย่างดี ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติได้ในกิจกรรมที่จะมีขึ้นในอนาคตต่อไป
Butterflies in the early dry season of March 2011 from Mae Rim, Chiang Mai, Thailand ผีเสื้อต้นฤดูแล้งในเดือนมีนาคม ๒๕๕๔ จากแม่ริม เชียงใหม่



![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
I have made two insect surveys during 10.00-12.00 AM at a village waterfall of Mae Rim, Chiang Mai, Thailand on 6th and 8th of March 2011. This duration of the year is considered as the early dry season. There were not many butterflies to see. However, some nice photos have been taken as shown above.
ผู้เขียนได้มีโอกาสไปสำรวจแมลงกับนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จำนวน 6 คน ระหว่างเวลา 10.00-12.00 น. ของวันที่ 6 และ 8 มีนาคม 2554 ที่ธารน้ำตกเล็กๆ ของหมู่บ้านแม่ในพัฒนา ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ช่วงดังกล่าวนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูแล้ง ดังจะเห็นได้ว่าผีเสื้อมยุรามีขอบปีกที่เว้าแหว่งแตกต่างจากผีเสื้อที่พบในฤดูฝนอย่างสินเชิง แม้ว่าช่วงนี้ผีเสื้อจะยังพบน้อย แต่ก็ยังมีภาพผีเสื้อเด่นๆ ให้ได้เห็นข้างต้น
Butterflies from Doi Saket, Chiang Mai from a day trip on 10th February 2011 ผีเสื้อที่พบที่ดอยสะเก็ต เชียงใหม่จากการสำรวจเพียงวันเดียวเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔


![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
![]()
I have rather limited of time for doing such an insect survey. The first trip to the forest beginning of this year was on 10th February 2011 which the original plan was to go to Doi Suthep, but finally to Doi Saket instead. Because it was not so dry and does not spoil by the tourists. Luckily, butterfly season seemed to start earlier there. Some interesting butterflies have been seen as shown in the above photos. However, some of them I couldn’t get closer enough to get the photos such as the burmese batwing, Atrophneura varuna zaleucus.
นานๆ ครั้งที่ผู้เขียนจะได้มีโอกาสไปสำรวจแมลงในป่า จากแผนการเดิมที่ตั้งใจจะไปดอยสุเทพ-ปุย จากการติดตามข่าวพบว่าดอยสุเทพ-ปุย ค่อนข้างแห้งแล้งมาก มีผีเสื้น้อยมากช่วงนี้ และมักมีนักท่องเที่ยวเดินป่าอยู่บ่อย ผิดกับป่าเขาที่ห่างไกลจากตัวเมืองออกไป และไม่ผิดหวังที่ได้ไปสำรวจที่ดอยสะเก็ตแทน ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 50 กิโลเมตรเท่านั้น เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมานี้ จึงขอนำรูปชนิดผีเสื้อที่พบและถ่ายภาพได้มาอวดกัน อย่างไรก็ตามยังมีผีเสื้ออีกหลายชนิดที่ถ่ายรูปไม่ได้และผีเสื้อบินหนีไปเสียก่อนเช่นผีเสื้อปีกค้างคาวพม่า Atrophaneura varuna zaleucus
To see the Paris Peacock, Papilio paris at Khao Yai NP ไปดูผีเสื้อหางติ่งปารีสที่เขาใหญ่ สวยงามมาก ที่นี่มีเยอะจริงๆ



A movie shot from Khao Yai NP on Papilo paris, 10.vii.2010
http://yfrog.com/j5dsc0289z
KHAO YAI NATIONAL PARK is one of my faverite place to visit. It is a tropical moist evergreen forest, only 200 km from Bangkok. The rich diversity of plants, animals especially insects make Khao Yai interesting to visit. I love to see and take picture of butterflies there. One of outstanding beautiful swallow-tailed species is the Paris Peacock, Papilio paris, which hardly to find in large amount else where comparing to Khao Yai. Maybe because its larval food-plants are plenty there. Every time I go I can see them feeding on Lantana flowers or feeding on water on the wet places near the waterfall (Heiw Suwat Waterfall, just behind the souvenir shop to the right along the stream bank is one of the best site to see them). Many other butterflies can also find almost the whole year round. This place is rich in national resources in insects (beetles and butterflies). Howebver, the promotional efforts on butterflies seem to be lesser than Pang Sida NP or Kaeng Krachan NP. That why most of butterfly lovers spend their week-ends for watching them somewhere else. Try to observe by yourself to see the differences.
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นสถานที่หนึ่งที่ผู้เขียนชอบไปแวะเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติ เป็นป่าที่สมบูรณ์ในเขตร้อนชื้น อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 200 กิโลเมตร ผีเสื้อที่เขาใหญ่ที่พบว่าเด่นมากกว่าป่าที่อื่นคือผีเสื้อหางติ่งปารีส ที่ด้านบนปีกมีสีเหลือบเขียวเป็นประกายสะท้อนแสง มักพบบินตอมดอกผกากรองกลุ่มใหญ่ที่ปลูกอยู่ทางขวามือ ห่างจากสามแยกที่ตั้งเขาใหญ่โภชากรเดิมไปทางน้ำตกเหวสุวัติประมาณ 300 เมตร หรือมักจะพบผีเสื้อหางติ่งปารีสเกาะดูดกินน้ำเกลือแร่ตามริมลำธารที่แฉะๆ โดยเฉพาะด้านหลังร้านจำหน่ายของที่ระลึกเดินไปทางขวา บริเวณนี้มักไม่ผิดหวังสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปผีเสื้อ ส่วนนักท่องเที่ยวทั่วไปมักจะเดินไปทางซ้ายเพื่อไปดูน้ำตกมากกว่าจะลงมาดูผีเสื้อทางด้านนี้ สาเหตุที่เขาใหญ่มีผีเสื้อหางติ่งปารีสมากน่าจะเป็นเพราะความสมบูรณ์ของพืชอาหาร (ผักแปมป่า) และธรรมชาติที่ร่มรื่น ป่าที่เขียวสดและอุดมสมบูรณ์มาก เขาใหญ่นอกจากจะมีผีเสื้อสวยมากมายหลากหลายชนิด สำหรับคนที่รักแมลงที่นี่มีด้วงปีกแข็งจำนวนมากที่ค่อนข้างโดดเด่นกว่าอุทยานและป่าในเขตใกล้เคียง อย่างไรก็ตามการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดให้คนไปดูผีเสื้อจะด้อยกว่าปางสีดาและแก่งกระจานจนคนส่วนใหญ่มักไปตามกระแสในช่วงวันหยุด ผู้เขียนขอแนะนำว่าน่าจะลองไปดูผีเสื้อที่เขาใหญ่เพื่อเปรียบเทียบชนิดผีเสื้อและความสมบูรณ์ของธรรมชาติด้วยตนเองแล้วอาจจะเปลี่ยนใจไปเที่ยวเขาใหญ่มากขึ้นก็ได้ Filed under Butterfly Images, Stories, Life Hist. ภาพผีเสื้อ เรื่อง, BF1-Lepi. Papilionidae ผีเสื้อหางติ่ง ผีเสื้อปีกนก | Comments Off
A Simple Guidebook to Thai Butterflies หนังสือผีเสื้อ คู่มือสำหรับดูผีเสื้อ การเลี้ยงหนอน การเก็บรักษา การจำแนกผีเสื้อเป็นวงศ์ต่างๆ เหมาะสำหรับเด็กและผู้เริ่มต้นสนใจผีเสื้อ



This is one of the simple guidebooks to butterflies in Thai, with colorful photos.
เมื่อพูดถึงผีเสื้อ ปกติจะมีความหมายถึงผีเสื้อกลางวัน (butterflies) และผีเสื้อกลางคืน (moths) ด้วย ผีเสื้อเป็นชื่อแมลงที่อยู่ในอันดับ Lepidoptera มีปีกเป็นแผ่นบาง 2 คู่ ลำตัว ปีก และขาปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็กมาก คล้ายฝุ่นเมื่อมองด้วยตาเปล่า เกล็ดเหล่านี้มีสี จึงทำให้เห็นเป็นสีต่างๆ กัน ปากของผีเสื้อเป็นงวงยาวสำหรับดูดกินอาหาร เวลาไม่ใช้งานจะม้วนเข้าอยู่ใต้ส่วนหัวโดยที่ผีเสื้อกลางวันแทบทุกชนิดบินและหากินในเวลากลางวัน ส่วนผีเสื้อกลางคืนมักออกหากินเฉพาะในเวลากลางคืนซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ยกเว้นผีเสื้อกลางคืนบางชนิดที่บินในเวลากลางวัน อย่างไรก็ตามลักษณะภายนอกของผีเสื้อทั้ง 2 กลุ่มแตกต่างกันอย่างชัดเจน กล่าวคือผีเสื้อกลางวันมีหนวดเป็นแบบกระบอง (clavate) อาจจะมีลักษณะเพิ่มเติมในกลุ่มผีเสื้อบินเร็วโดยปลายหนวดงอคล้ายตะขอ ส่วนผีเสื้อกลางคืน มีลักษณะของหนวดที่แตกต่างไปจากนี้ เช่นหนวดแบบแปรงหวี (bipectinate) หรือ แบบเส้นขน (filiform) เป็นต้น
The Witch butterfly, Araotes lapithis lapithis, from Pang Sida ผีเสื้อนิลเหลือบฟ้า ผีเสื้อสวยหายาก ภาพที่ดีที่สุดชุดหนึ่งจากปางสีดา

![]()
![]()
![]()
Araotes lapithis lapithis (Moore, 1858)
Lycaenidae: Lepidoptera
Wingspan 20-22 mm. Male, UP is black with metallic-blue scales at base of FW in spaces 1a and 1b, HW shining blue with dark costal border, with a dentate at vein 3, tail at vein 2 and a rounded, black tornal lobe; UN white, yellowish-brown at apical half and costal one-third from base of FW, edged by a black band, HW paler at marginal border and with numerous black spots. Female is dark brown, usually with a pale discal patch on FW, HW with a bluish-white patch at tornal area. Distribution:
ผีเสื้อนิลเหลือบฟ้า เป็นผีเสื้อมรกตขนาดเล็ก ปีกกว้าง 20-22 มิลลิเมตร เพศผู้มีสีน้ำเงินสะท้อนแสงที่ชายปีกคู่หลัง มีฟันแหลมที่ปลายปีกเส้น 3 มีหางที่ปลายปีกเส้น 2 ที่มุมปีกหลังกลมมีสีดำ เพศผู้ตัวหนึ่งที่พบในตอนสายๆที่ปางสีดาสำหรับการเดินทางในเที่ยวนี้เป็นสิ่งที่ประทับใจมาก ผีเสื้อไม่ได้ตกอกตกใจกับแสงไฟแฟลต์และยอมเกาะนิ่งๆ ให้รุมถ่ายภาพกันอย่างจุใจ ชนิดย่อยนี้พบตั้งแต่อินเดียถึงภาคตะวันออกของไทยและลาว เคยมีรายงานการพบที่จันทบุรี ส่วนอีกชนิดย่อยหนึ่งพบในภาคใต้ของไทยและในมาเลเซีย โอกาสที่จะพบผีเสื้อนี้ค่อนข้างยาก ชอบดูดกินน้ำหวานตามเกสรดอกไม้ป่า ไม่ลงมาเกาะตามโป่งเพื่อดูดกินน้ำ อีกทั้งมีขนาดเล็กมากจึงยากที่จะได้พบเห็นง่ายๆ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ปางสีดาที่ให้ยืมเก้าอี้ยืนถ่ายรูปและชี้เป้าให้



































































