The rose beetle, Adoretus compressus, a destructive pest ด้วงกุหลาบมีขนเป็นเกล็ดสีขาวปนเทา ศัตรูตัวร้ายในการเกษตร

October 8th, 2008

109-a-compessus450.jpg
109-a-compessus.jpg (click over the photo for a larger image)
        Adoretus compressus
(Weber, 1801)      
       
Head, pronotum and elytra reddish-brown, rather densely clothed with short scale-like whitish-gray setae above; elytra with three well-marked costae and a prominent callus at apical angle of each elytron. Length 11 mm. Distribution: India, Myanmar, Malaysia, Indonesia, Philippines, Thailand. Host: Rose, oil palm, corn, sorghum, castor bean, groundnut, soybean, mungbean, grape, longan, litchi, cocoa, sugarcane and tea, etc. The adult is a destructive pest of roses, field crops and many fruit crops. The adults which are small gray beetles feed on leaves only at night and hide under the ground in the day-time. The larvae feed also on roots and rotten wood.
        
ด้วงกุหลาบ เป็นกลุ่มแมลงกินูนขนาดเล็ก ส่วนหัว อกและปีกสีน้ำตาลแดง แต่ปกคลุมอย่างหนาแน่นด้วยขนแข็งคล้ายเกล็ดละเอียดสีขาวปนเทาที่เรียงตัวซ้อนกันอย่างมีระเบียบจนคนที่ส่องดูใกล้ๆ ตะลึง บางคนมีการศึกษาเพื่อใช้เป็นแบบอย่างในการจัดการโครงสร้างการก่อสร้างการตกแต่งต่างๆ ตัวเต็มวัยเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญสามารถกินใบพืชได้อย่างกว้างขวางกว่า 50 ชนิดทั้งพืชไร่ พืชสวนตลอดจนไม้ป่าในช่วงที่กำลังแตกใบอ่อน โดยการกินเกิดขึ้นในเวลากลางคืนเท่านั้น ในตอนกลางวันจะหลบซ่อนตัวเองอยู่ใต้ดิน ส่วนหนอนอยู่ในดินกินรากไม้และไม้ผุ ถึงแม้จะเป็นศัตรูพืชที่สำคัญ แต่ก็น่าสนใจและติดตามมากการดำรงชีวิต ตลอดจนขนเกล็ดที่พิเศษกว่าที่พบในแมลงอื่นๆ
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

Hexarthrius vitalisi, with long flattened madibles from N. Thailand ด้วงคีมละมั่งเขาราบ คู่แฝดของด้วงคีมยีราฟจากภาคเหนือของไทย

October 7th, 2008

h-vitalisi-m12.jpgh-vitalisi-m2.jpgh-vitalisi-f1.jpg
                                   Hexarthrius vitalisi
Didier, 1925 
         Male is dark reddish black to black. Mandibles are slightly curved downwards, bearing a basal tooth and a middle tooth, both pointed inwards, the middle tooth absent in the small male. Female very smooth and shining, pronotum rounded at sides, narrower at front angles. Length in male is 45-82 mm, female 21-23 mm. Distribution: N. Vietnam, Thailand (Doi Pha Hom Pok, Wiang Pa Pao, Muang Pan - Lampang).
         ด้วงคีมละมั่งเขาราบ ทั้งสองเพศทั้งสองเพศมีสีดำ ค่อนข้างเรียบและมันเป็นเงา เพศผู้มีเขายาวคล้ายด้วงคีมยีราฟแต่แตกต่างที่ด้านข้างของอกปล้องแรกไม่มีหนามแหลมยื่นออกมาเหมือนที่พบในด้วงคีมยีราฟ เขาโค้งลงเล็กน้อย มีฟันใหญ่ที่ด้านในของเขาบริเวณฐาน และมีฟันซี่ใหญ่ที่ตรงกลาง เขานี้เล็กมากในตัวผู้ขนาดเล็ก และมีฟันเล็กๆ รียงไปจนถึงปลายเขา เพศเมียมีขอบด้านข้างของสันหลังอกโค้งเรียบ ขอบด้านหน้าแคบกว่าส่วนอื่นๆ  
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

Hexarthrius parryi deyrollei, a lovely stag from N. Thailand ด้วงคีมละมั่งเหลืองที่สวยงามจากภาคเหนือของไทย

October 6th, 2008

h-parryi-f1-450.jpg hexarthrius-parryip.jpghexarthrius-parryia.jpg  
     
The creamy pupa of this stag beetle makes us surprised on how it being able to change itself totally to a colorful adult stage of yellow and black stag beetle.  
      
ด้วงคีมละมั่งเหลือง สีขาวครีมในช่วงที่เข้าดักแด้ใหม่ๆ นี้ สร้างความประหลาดใจให้แก่พวกเรามากว่า มันจะเปลี่ยนแปลงร่างกายอย่างไรในระยะดักแด้นี้ให้กลายเป็นเทพบุตรสีสวยในระยะตัวเต็มวัยที่มีสีเหลืองดำ เพศเมียของด้วงคีมละมั่งเหลืองมีสีดำ ลูกตุ้มปลายหนวดประกอบด้วยหนวด 5-6 ปล้อง ขออภัยสำหรับท่านที่มีหนังสือด้วงปีกแข็งฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 ตัวเมียที่ลงอยู่หน้า 53 เป็นตัวเมียของสมันทองเหนือ Rhatulus speciosus speciosus ซึ่งลงผิดที่ครับเนื่องจากมีลูกตุ้มที่ปลายหนวดมีเพียง 3 ปล้อง อย่างไรก็ตามด้วงทั้งสองชนิดนี้มีลักษณะรูปร่างคล้ายกันมาก คือที่ด้านข้างของสันหลังอกค่อนข้างโค้งและมีฟันซึ่เล็กๆ เรียงกันอยู่จากมุมด้านหน้าเลยกึ่งกลางของสันหลังอกเล็กน้อยซึ่งเป็นจุดที่มีหนามแหลม
      สวนสัตว์แมลงสยามกำลังก้าวติดตามความเคลื่อนไหว ขณะนี้มีหนังสือแนะนำการเลี้ยงด้วงฉบับภาษาไทยฉบับเริ่มต้นออกจำหน่ายแล้ว พิมพ์สี่สีทั้งเล่ม
มีอุปกรณ์ เช่นวัสดุปูพื้นตู้เลี้ยง และอาหารหนอนด้วงกับด้วงคีม และด้วงกว่างโดยเฉพาะจำหน่าย ขอแนะนำเว็บขายอุปกรณ์ในการเพาะเลี้ยงด้วง เพื่อเปิดโอกาสแห่งการเรียนรู้ของคนไทยให้มากขึ้น ราคากันเองที่
www.siambeetle.com
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

A jumbo pair of Eupatorus birmanicus กว่างซางหูกระต่าย รุ่นใหญ่

October 5th, 2008

e-birmanicus2-450.jpge-birmanicus1-450.jpge-birmanicus1-450.jpg
e-birmanicus1.jpge-birmanicus2.jpge-birmanicus3.jpg
e-birmanicus1.jpge-birmanicus2.jpg (click for a larger image)
        Eupatorus birmanicus
Arrow, 1908
        A jumbo sized pair obtained recently from Kanchanaburi, with the body length (incl. horn) of 55 mm. It is dark brown to black, moderately elongate. The first mate has been seen suddenly this morning.
         กว่างซางหูกระต่าย หรือกว่างซางพม่า ออกแล้ว น่ายินดีว่าปีนี้อาหารคงสมบูรณ์มาก เป็นครั้งแรกที่พบขนาดจัมโบ้ คือตัวผู้มีลำตัวยาวถึง 55 มิลลิเมตร จากที่เคยรายงานไว้เพียง 48 มิลลิเมตรและตัวผู้มีหูยาวมากสมกับคำว่ากว่างซางหูกระต่าย กว่างชนิดนี้มีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เพศเมียไม่มีเขา สีเหมือนกับเพศผู้ ที่ส่วนหัวผิวหยาบมีตุ่มเล็กๆ 1 คู่อยู่ตรงกลาง สันหลังอกมีผิวมันและมีจุดแทงไปทั่ว ค่อนข้างหนาแน่นที่ส่วนหน้า พบมากที่ชายแดนไทยพม่าแถบจังหวัดกาญจนบุรี ตากและแม่ฮ่องสอน 
Copyri
ght @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

All Families and common names of Odonata from Thailand วงศ์และชื่อสามัญภาษาไทยของแมลงปอที่พบในประเทศไทย

October 5th, 2008

odonata-f1-450.jpgictinogomphus-deco1-450.jpgictinogomphus-deco2-450.jpgodonata-fl1.jpgictinogomphus-deco1.jpgictinogomphus-deco2.jpg 
(click for a larger image)
       
We are going to revise the Thai common names of Thai Odonata by grouping them according to genera and families, any comment is appreciated. This is a tentative list not final yet.
     
วงศ์ของแมลงปอที่ตั้งขึ้นมาใหม่ จากการยกระดับวงศ์ย่อยขึ้นมาเป็นวงศ์มีมากจนคนส่วนมากไม่ทราบว่าแมลงปอไทยมีกี่วงศ์แต่ละวงศ์แตกต่างกันอย่างไร จะเรียกชื่อสามัญภาษาไทยอย่างไรดี ที่ไม่สะเปะสะปะ ชื่อที่ตั้งไว้แล้ว ก็มีนักเขียนนักวิชาการบางคนไม่ยอมรับหรือไม่รู้และตั้งชื่อกันใหม่เรื่อยๆ แบบตามใจฉัน ซึ่งตามหลักสิทธิเสรีภาพแล้วไม่มีอะไรผิด แต่สิ่งที่เราๆ ท่านๆ ทำในวันนี้จะสร้างปัญหาให้กับคนที่มาใหม่และอนาคตของวงการแมลงปอ ขอความร่วมมือในการแสดงความคิดเห็นด้วยครับสำหรับชื่อสามัญภาษาไทย เพื่อให้ทุกคนถูกใจและเต็มใจที่จะใช้ชื่อที่เสนอเหล่านี้ โปรดคลิ๊กลิ้งค์ด้านล่างนี้ ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยเสรี ตารางและแผนภูมินี้ยังไม่ใช่ตารางสุดท้าย ไม่ควรคัดลอกไปใช้โดยไม่ผ่านความเห็นชอบ ยกเว้นการใช้อ้างอิงเพื่อการศึกษา
http://www.malaeng.com/webboard/index.php?topic=203.0
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

Ceriagrion indochinense, with uncommon female photos แมลงปอเข็มสีพื้นอินโดจีน ภาพเพศเมียที่หาดูยากจากน้ำตกเอราวัณ

October 4th, 2008

ceriagrion-inm1-450.jpgceriagrion-in-f1450.jpg
ceriagrion-inm2.jpgceriagrion-inm3.jpgceriagrion-in-f2.jpg
(click over the photo for a larger image)        
         Ceriagrion indochinense
Asahina, 1967 Abdomen 30-34 mm, HW 20-24 mm. The female is very much closer to other related species and this was my first time to get their photos which hardly to be seen. Male, abdomen is pale citron-yellow similar to C. fallax, but differs in having pale brown markings on the end of segment 7, segments 8-10 instead of black in those segments in the latter. Eyes are greenish-blue at side, brown behind without colored spots. Thorax is pale bluish-green and yellowish beneath. Female is similar colored to the male except abdomen whitish-brown, with end of segment 7, segments 8-10 reddish-brown. Eyes and thorax are greenish. I have seen two females and some males of this species gathering in one place in the afternoon on a cloudy day at Erawan Waterfall, Kanchanaburi in October 2008
        
แมลงปอเข็มสีพื้นอินโดจีน เป็นครั้งแรกที่ได้ภาพเพศเมียซึ่งหาดูได้ยากจากหนังสือหรือเว็บไซต์ต่างๆ จากการเดินทางไปดูแมลงปอที่น้ำตกเอราวัณ แต่ยังไปไม่ถึงน้ำตกแต่เกิดฝนตกพรำๆ เลยเปลี่ยนใจไปแวะถ่ายรูปแมลงปอใกล้ๆ แต่ก็ไม่ผิดหวังเมื่อพบกับแมลงปอสีพื้นอินโดจีนเพศเมียสองตัวเกาะอยู่ใกล้ๆ กับเพศผู้สามสี่ตัว ทำให้ค่อนข้างแน่ใจว่าใช่คู่ของมัน แมลงปอชนิดนี้ตัวผู้มีท้องสีเหลืองสดเหมือนแมลงปอสีพื้นหางดำ แต่ส่วนปลายท้องปล้องบางส่วนของปล้อง 7 และปล้อง 8-10 มีสีน้ำตาลแดงจางๆ ในขณะที่แมลงปอชนิดหลังมีปลายท้องปล้อง 7-10 สีดำ ตัวเมียส่วนท้องมีสีขาวจางปนน้ำตาลอ่อน ปลายท้องมีสีน้ำตาลอ่อนปนแดงจางๆ เหมือนตัวผู้ ด้านข้างของตาและอกมีสีเขียวปนฟ้าในตัวผู้ แต่สีออกเขียวอ่อนในตัวเมีย
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

Yellow-fivehorned beetles, only the female seen in the nature end of September ปลายกันยายนเป็นปลายฤดูกว่างซางเหนือซึ่งเริ่มจะเหลือแต่ตัวเมียที่ยังบินมาให้เห็น

October 2nd, 2008

eupatorus-f3.jpgeupatorus-f4.jpgeupatorus-f5.jpg
         The flying season of the yellow-fivehorned beetles almost end by the end of September. The only a few females found in my last searching by the light trap in a good forest in Chiang Mai last week. More males usually appear earlier than female in early September of every year to wait for copulating with females. They disappear rather quick just before end of September. Anyhow, some of them are in breeding case and we would like to rear them even we know its long lasting at larval stage almost 2 years.   
         ช่วงเวลาของการบิน การผสมพันธุ์ของกว่างซางเหนือเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนของทุกปี แต่เรามักพบกว่างซางเหนือในช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้นไม่ทันถึงเดือนก็เริ่มไม่เห็นกว่างซางเหนือตัวผู้แล้ว คงมีแต่แต่เมียที่ยังพบบินเข้าหาแสงไฟอย่างเดียวดาย เข้าใจว่าผ่านการผสมพันธุ์มาแล้วและกำลังอยู่ในช่วงหาที่วางไข่ อย่างไรก็ตามกว่างซางเหนือยังมีส่วนหนึ่งจัดแสดงอยู่ที่สวนสัตว์แมลงสยามในช่วงเดือนตุลาคมซึ่งเป็นช่วงปิดเทอม กว่างซางเหนือเหล่านี้จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีเพื่อให้ผสมพันธุ์ วางไข่ และหลังจากไข่ฟักก็จะมีการเลี้ยงดูตัวอ่อนอีกยาวนานเกือบ 2 ปี

Bi-anniversary of Siam Insect-Zoo today มาร่วมฉลอง 2 ปีกับสวนสัตว์แมลงสยามที่สร้างสรรค์งาน และสถานที่ท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ของคนที่รักแมลง

October 1st, 2008

mr2-2i06.jpgmr3-2i06.jpgmr4-2i06.jpg
2 January 2006 (เดิมเป็นสวนสะม่วง และฟาร์มไก่ชน)
mr5-24ii06.jpgmr6-24ii06.jpgmr7-24ii06.jpg
24 February 2006 (ตัดมะม่วง ทำรั้ว)
mr11-9iv06.jpgmr12-9iv06.jpgmr13-9iv06.jpg
9 April 2006 (สร้างสวนผีเสื้อ)
mr8-4viii06.jpgmr9-4viii06.jpgmr10-4viii06.jpg
4 August 2006 (ปลูกต้นไม้เพื่อตกแต่งในสวนผีเสื้อ)
mr14-1ix06.jpgmr19-28ix06.jpgmr15-1ix06.jpg
1 September 2006 (ก่อสร้างอาคารนิทรรศการ)
mr16-1ix06.jpgmr17-28ix06.jpgmr-28xi08.jpg
28 September 2006 (ตกแต่งภายในและภายนอก ทำทางเดิน)
mr20-3×06.jpgmr21-3×06.jpgmr22-14×06.jpg
3 October 2006 (เปิดกิจการฟรีสัปดาห์แรก เป็นวันที่ 3)
mr23-14×06.jpgmr24-14×06.jpgmr25-12xii06.jpg
12 December 2006 (มุมมองภายในและด้านหน้า)
mr26-12xii06.jpgmr27-12xii06.jpgmr28-12xii06.jpg
14 December 2006 (มุมมองภายนอก)
        Today is the bi-anniversary of our Siam Insect-Zoo & Museum. It is 100% owned by the Ek-Amnuay Family. We raised on 1st of October 2006 and patiently develope since then. We are proud of our place and activities which will be one of the best choices for insect-lovers and tourists to enjoin the visit. Our historical photos have reminded us on how difficulty we faced during the first construction year. Please come and visit a unique place for insect-lovers at Mae Rim Km4 in Chiang Mai, Thailand. Thank you very much.    
         วันที่ 1 ตุลาคม 2549 เป็นวันที่สวนสัตว์แมลงสยามเริ่มเปิดกิจการ สวนสัตว์แมลงสยามเป็นสถานที่ส่วนบุคคลโดยมีครอบครัวเอกอำนวยเป็นเจ้าของ 100% เราได้สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นโดยตระหนักถึงความต้องการที่ขาดแคลนเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์แมลงเปิดสำหรับประชาชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว เพื่อการท่องเที่ยว เรียนรู้ และการพักผ่อนที่มีคุณภาพ เรามีความภูมิใจมากที่ได้สร้างสรรค์สถานที่ และกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จากการปฏิบัติงานนำมาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของเรา www.malaeng.com สู่สายตาของคนทั่วโลก ภาพการก่อสร้างการสร้างสรรค์งานที่ทำด้วยความยากลำบากที่ปรากฏข้างบนนี้จะเป็นสิ่งเตือนใจ และทำให้เรามีมานะพยายามที่จะต่อสู้ต่อไปอย่างไม่ท้อถอย แม้ว่าจะประสบภาวะขาดทุนมาตลอดก็ตาม สวนสัตว์แมลงกำลังยืนอยู่แนวหน้าเรื่องการเพาะเลี้ยงด้วงปีกแข็งหลายชนิด มีแมลง และแมงอื่นๆ ที่เลี้ยงไว้ศึกษาและแสดง เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์แมลงสะสมจากทั่วโลก ขอเชิญทุกท่านที่มีโอกาสผ่านมาทางถนนสายแม่ริม-สะเมิง แวะชมได้อย่างเป็นกันเองทุกวัน 9 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น ขอบคุณครับ 

The Common Red Stag, Prosopocoilus astacoides, on actions ภาพชุดหลากลีลาของด้วงคีมแดงธรรมดากับความพยายามในการเพาะเลี้ยง

September 30th, 2008

p-asta1-450.jpg
p-asta1.jpgp-asta2.jpgp-asta3.jpg
p-asta4.jpgp-asta5.jpgp-asta6.jpg
        Prosopocoilus astacoides astacoides
(Hope, 1840) 
       
Male, reddish to dark red, very smooth and shining especially the mandibles; head bears a sharp angle before the eye at lateral angle and with a depressed groove at median line. Canthus is very narrow and extending to the middle of the eye; mandibles slightly curved downwards and inwards in front, usually with a set of serrate teeth near the base and three to four sharp teeth near the tip in small male, the serrate teeth near the base become bigger sized and reduced in number to three, two, one in larger males or none in the largest male which bearing a strong a middle tooth instead. Female is oval shaped, head small and pronotum rather convex. Length male 28-65 mm, female 22-27 mm. Distribution: India, Bhutan, Bangladesh, Myanmar, Thailand (Wiang Pa Pao, Doi Pui, Nam Nao, Kanchanaburi).
        ด้วงคีมแดงธรรมดา เป็นด้วงคีมที่มีรูปร่างเรียวยาวในตัวผู้ ส่วนตัวเมียรูปไข่ มีสีน้ำตาลแดงเข้มเหมือนกันทั้งสองเพศ ตัวผู้มีคีมปากหลายรูปแบบโดยขนาดเล็กคีมเล็กสั้นมีฟันละเอียดเรียงเป็นแถว ในขณะที่ตัวผู้ขนาดใหญ่มีคีมโค้งยาว ฟันที่เรียงอยู่ด้านในค่อนข้างเฉียงไปทางด้านหน้าตำแหน่งของฟันมีลักษณะการเรียงหลายรูปแบบจนบางครั้งมือใหม่อาจสับสนคิดว่าเป็นด้วงคนละชนิดกัน ความสนใจในการเพาะเลี้ยงของคนไทยกลุ่มหนึ่งจะช่วยเป็นแรงผลักดันให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการดำรงชีวิตของด้วงคีมหลายชนิดรวมทั้งคีมแดงนี้ด้วย
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM

Parasitic mites and how to handle ไรปรสิตที่ติดมากับด้วงและวิธีการกำจัด

September 28th, 2008

d-curvidens2-450.jpg
d-curvidens2.jpgd-curvidens3.jpg 
(for a larger image click on it)    
         Beetles collected from the nature sometimes are full of mites which may attack or just attach for tranferring from place to place. Most of them are believed to be parasitic mites crawling on the body, staying at the jointing parts on both upper and under sides of the body. The above photos is a male of Dynodorcus curvidens with many mites on it. However, they generally do not cause obviously injures to the beetle. The way to get rid of these mites can be simply done by brushing them out by a soft tooth brush or/and wash them out in water, but beetle doesn’t like to stay long especially in cool water. Therefore have to be quick when doing so.
        ศัตรูของด้วงที่เลี้ยง บางครั้งด้วงพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่ได้มาจากธรรมชาติอาจจะมีปรสิตติดมาด้วย เช่นด้วงคีมเคอร์วิเดนส์ในภาพในปรสิต ซึ่งเป็นไรปรสิตสีนำตาลอ่อนเกาะอยู่เต็มไปหมดตามซอกคอ ปีก ขาและใต้ท้อง โดยเฉพาะตามซอกรอยต่อต่างๆ ไรเหล่านี้จะอาศัยดูดกินที่ตัวด้วง แต่เท่าที่พบก็ไม่มีอันตรายจนถึงกับทำให้ด้วงตาย เพราะด้วงเมื่อมุดดินไรบางส่วนก็หลุดออกไป มีผู้รายงานไว้ว่าไรที่เกาะอยู่ตามตัวด้วงบางชนิดไม่ได้ทำร้ายด้วง แต่เกาะด้วงเพื่ออาศัยเคลื่อนย้ายที่อยู่จากแหล่งหนึ่งไปยังอีกแหล่งหนึ่งเมื่อด้วงคลานหรือบินไป ไรที่พบเหล่านี้ไม่เคยมีรายงานว่ามีอันตรายกับคน การกำจัดทำได้ง่ายๆ โดยการแปรงด้วงแปรงสีฟันเก่าๆ ที่มีขนอ่อนๆ ค่อยๆ แปรงไรออกจากตัวด้วง อาจจะใช้อาบน้ำให้ด้วง ช่วยด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรแช่ด้วงในน้ำนาน เพราะด้วงไม่ชอบอยู่ในน้ำนานๆ
Copyright @ SIAM INSECT-ZOO & MUSEUM